Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
แกะสูตร MR. D.I.Y. โตสวนตลาด กำลังซื้อหดเเต่รายได้ทะลุ 5,832 ล้านบาท
โดย : ปาณิสรา สุทธิกาญจนวงศ์

แกะสูตร MR. D.I.Y. โตสวนตลาด กำลังซื้อหดเเต่รายได้ทะลุ 5,832 ล้านบาท

9 ส.ค. 69
17:14 น.
แชร์

ในวันที่ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้เงินมากขึ้น ธุรกิจค้าปลีกอาจดูเหมือนเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ต้องเหนื่อยกว่าเดิม เพราะคนคิดเยอะขึ้นก่อนควักเงินซื้อของ

แต่ในขณะเดียวกัน กลับดูเหมือนว่า MR.D.I.Y. กลับโตสวนเพราะเป็นโมเดลธุรกิจที่ขายของจำเป็น ทั้งของใช้ในบ้าน และสินค้าไลฟ์สไตล์ในราคาที่ผู้บริโภครู้สึกว่าจับต้องได้

ล่าสุด MR.D.I.Y. ประเทศไทย ประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 ทำรายได้ 5,832.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.8% YoY ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 757 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.4% YoY และที่น่าสนใจคือกำไรโตเร็วกว่ารายได้เสียอีก

คำถามคือ ในวันที่คนไม่ได้อยากใช้เงินมากกว่าเดิม MR.D.I.Y. ทำอย่างไรให้คนยังเดินเข้าร้าน และธุรกิจยังโตเกือบ 20%? บทความนี้ SPOTLIGHT พาทุกคนไปหาคำตอบ

1.กลยุทธ์ คือ ไปอยู่ให้ใกล้ลูกค้าที่สุดด้วยการขยายสาขา 1,248 สาขา ครบ 77 จังหวัด

หนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญของ MR.D.I.Y. คือการเดินหน้าขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะไตรมาส 2 ที่บริษัทเปิดเพิ่มอีก 59 สาขา ส่งผลให้มีร้านรวม 1,248 สาขา ครบทั้ง 77 จังหวัด และจำนวนธุรกรรมเพิ่มขึ้นถึง 18.8% เป็น 34.9 ล้านรายการ

ตัวเลขนี้น่าสนใจ เพราะรายได้ของ MR.D.I.Y. โต 17.8% ขณะที่จำนวนธุรกรรมโต 18.8%

สะท้อนให้เห็นว่าการเติบโตครั้งนี้ไม่ได้มาจากการพยายามทำให้ลูกค้า “จ่ายหนักขึ้น” เพียงอย่างเดียว แต่คือการสร้างโอกาสให้เกิดการซื้อจำนวนมากขึ้น ผ่านเครือข่ายร้านที่เข้าถึงผู้บริโภคได้กว้างขึ้น

หรือพูดง่าย ๆ คือ แทนที่จะรอให้ลูกค้ามาหา MR.D.I.Y. บริษัทกำลังเอา MR.D.I.Y. ไปอยู่ใกล้ลูกค้ามากขึ้นเรื่อย ๆ

และยังไม่ได้หยุดเท่านี้ เพราะครึ่งแรกของปี 2569 บริษัททำเป้าหมายการเปิดสาขาทั้งปีไปแล้วประมาณ 60% และยังยืนยันเป้าหมายเปิดร้านใหม่รวม 210 สาขาภายในปีนี้

2. Always Low Prices ยิ่งสำคัญในยุคคนคิดก่อนซื้อ

อีกจุดแข็งของ MR.D.I.Y. คือ การวางจุดยืนที่ชัดเจนมาตลอด นั่นคือ “Always Low Prices – ราคาถูกคุ้มเสมอ”

MR.D.I.Y. ไม่ได้วางตัวเองเป็นร้านที่คนต้องรอเทศกาลลดราคาแล้วค่อยเข้า แต่พยายามสร้างภาพจำว่า ถ้าต้องการของใช้ทั่วไปในราคาที่รู้สึกว่าคุ้ม สามารถเดินเข้ามาได้ตลอด

ยิ่งในภาวะที่ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่าย Value for Money จึงกลายเป็นข้อได้เปรียบสำคัญ เพราะลูกค้าอาจไม่ได้หยุดซื้อของใช้ในชีวิตประจำวัน แต่เปลี่ยนจากคำถามว่า “อยากได้อะไร?” มาเป็น“ซื้อที่ไหนถึงจะคุ้มที่สุด?”

MR.D.I.Y. มีสินค้าครอบคลุมตั้งแต่อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ ของใช้ในบ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องเขียน กีฬา ของเล่น ไปจนถึงสินค้าเบ็ดเตล็ด จึงสามารถตอบโจทย์ความต้องการเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวันได้ค่อนข้างกว้าง

นี่ทำให้ร้านไม่ได้พึ่งพาสินค้าหมวดใดหมวดหนึ่งมากเกินไป และยังมีเหตุผลให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการได้เรื่อย ๆ

3. เปิดร้านเยอะและเปิดแล้วทำกำไรได้

สิ่งที่น่าสนใจกว่าการโตของรายได้ คือ Margin ของ MR.D.I.Y. ยังดีขึ้นด้วย ไตรมาสนี้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 0.6 จุดเปอร์เซ็นต์ มาอยู่ที่ 52.0% จากการบริหารสินค้าและเลือกสัดส่วนสินค้าได้เหมาะสม ขณะที่อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 12.9%

นี่เป็นตัวเลขที่ช่วยอธิบายว่า การเติบโตไม่ได้เกิดจากสูตร “เปิดร้านเยอะแล้วขายเยอะขึ้น” เท่านั้น

แต่หลังบ้านต้องทำงานไปพร้อมกันด้วย โดยเฉพาะ Product Mix หรือการเลือกว่าจะเอาสินค้าอะไรเข้ามาขาย และสินค้าแต่ละประเภทควรมีสัดส่วนเท่าไร

สำหรับร้านที่มีสินค้าหลากหลายมาก การเลือก Product Mix ที่ดีมีผลโดยตรงทั้งต่อยอดขาย สต๊อก และ Margin

เพราะสุดท้ายแล้วธุรกิจค้าปลีกไม่ได้ชนะจากการมี “ของเยอะที่สุด” แต่ต้องมี ของที่คนอยากซื้อ ในราคาเหมาะสม และยังเหลือกำไรให้ธุรกิจ

4. MR.D.I.Y. กำลังเล่นเกม “Mass Market” เต็มตัว

อีกเรื่องที่น่าสนใจคือ MR.D.I.Y. ไม่ได้เลือกเติบโตเฉพาะในห้างใหญ่หรือพื้นที่ใจกลางเมือง โมเดลสาขาของบริษัทสามารถเข้าไปอยู่กับทั้งศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า รวมถึงทำเลสแตนด์อโลนผ่านพันธมิตรด้านอสังหาริมทรัพย์

สิ่งนี้ทำให้แบรนด์สามารถขยายไปตามพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนในแต่ละพื้นที่ได้ และเมื่อมีมากกว่า 1,200 สาขาทั่วประเทศ สิ่งที่ MR.D.I.Y. กำลังสร้างจึงไม่ใช่แค่ “ร้านขายของราคาคุ้ม”

แต่คือ Network Effect ในโลก Physical Retail เมื่อร้านมีอยู่ทุกที่ ความคุ้นเคยกับแบรนด์สูงขึ้น เมื่อคุ้นเคยมากขึ้น โอกาสเดินเข้าร้านก็เพิ่มขึ้น และเมื่อมีสินค้าหลายหมวด การเข้าร้านเพื่อซื้อของหนึ่งชิ้น ก็อาจจบด้วยของหลายชิ้นในตะกร้าได้

จากร้านขายของราคาถูก สู่ Retail Network ระดับประเทศ

อีกหมุดหมายของ MR.D.I.Y. คือการได้รับคัดเลือกเข้า SET50, SET100, SET Well-being (SETWB) และ MSCI Global Small Cap Index หลังเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568

จึงน่าจับตามองว่าเกมต่อไปของ MR.D.I.Y. จะไม่ใช่แค่ “เปิดให้ครบทุกจังหวัด” เพราะวันนี้ทำได้แล้ว แต่คือ จะทำอย่างไรให้ร้านกว่า 1,200 แห่งมีประสิทธิภาพมากขึ้น และการเปิดร้านใหม่ยังสร้างการเติบโตได้ต่อเนื่อง

เพราะการขยายสาขาเป็นเครื่องยนต์ที่ทรงพลัง แต่ยิ่งเครือข่ายใหญ่ขึ้น โจทย์เรื่องการบริหารสินค้า โลจิสติกส์ ต้นทุน และประสิทธิภาพต่อสาขาก็จะยิ่งสำคัญตามไปด้วย

แชร์
แกะสูตร MR. D.I.Y. โตสวนตลาด กำลังซื้อหดเเต่รายได้ทะลุ 5,832 ล้านบาท