Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
Anthropic เตือนก่อน IPO ชี้ AI อาจก่อ 'หายนะ' ให้มนุษยชาติ
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

Anthropic เตือนก่อน IPO ชี้ AI อาจก่อ 'หายนะ' ให้มนุษยชาติ

29 ก.ย. 69
17:17 น.
แชร์

Anthropic ผู้พัฒนา Claude กำลังเตรียมเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก หรือ IPO และเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น โดยตั้งเป้ามูลค่าบริษัทไว้มากกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม เอกสารที่บริษัทเตรียมนำเสนอต่อนักลงทุนกลับมาพร้อมคำเตือนสำคัญว่า เทคโนโลยีซึ่งเป็นหัวใจของธุรกิจและแรงขับเคลื่อนการเติบโต อาจสร้างความเสียหายในระดับ “หายนะ” หรือรุนแรงถึงขั้นคุกคามการดำรงอยู่ของมนุษยชาติ

Reuters รายงานว่า Anthropic ใช้เนื้อที่ราว 80 หน้า จากหนังสือชี้ชวน IPO ทั้งหมด 261 หน้า เพื่อแจกแจงความเสี่ยงที่อาจเกิดจาก AI ขณะที่ส่วนอธิบายธุรกิจของบริษัทมีเพียง 48 หน้า กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ บริษัทให้พื้นที่กับการอธิบายความเสี่ยงของเทคโนโลยีมากกว่าการนำเสนอรายละเอียดของธุรกิจเสียอีก

อย่างไรก็ตาม แม้จะตระหนักถึงความเสี่ยงดังกล่าว Anthropic ยังคงวางเดิมพันว่า AI จะเข้ามาพลิกโฉมเศรษฐกิจโลกอย่างลึกซึ้งยิ่งกว่าการปฏิวัติอุตสาหกรรม การใช้ไฟฟ้า และการพัฒนาอินเทอร์เน็ต

ความคาดหวังนี้มาพร้อมกับรายได้ของบริษัทที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดในปี 2568 แต่ขณะเดียวกัน บริษัทก็ยังต้องเผชิญภาวะขาดทุนอย่างหนัก ขณะที่ต้องเพิ่มการลงทุนด้านกำลังประมวลผล และมีภาระผูกพันในอนาคตด้านระบบคลาวด์ การประมวลผล และโครงสร้างพื้นฐานอีกมหาศาล

หนังสือชี้ชวนของ Anthropic จึงสะท้อนภาพสองด้านของการแข่งขันในอุตสาหกรรม AI อย่างชัดเจน

ด้านหนึ่งคือโอกาสทางธุรกิจและความคาดหวังต่อการเติบโตครั้งใหญ่ ส่วนอีกด้านคือความเสี่ยงจากตัวเทคโนโลยี ต้นทุนการพัฒนามหาศาล ฐานรายได้ที่กระจุกตัว และแรงกดดันให้บริษัทต้องพัฒนาโมเดลต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง ท่ามกลางการแข่งขันกับบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ โดยเฉพาะบริษัทจากประเทศคู่แข่งอย่างจีน

Anthropic ทุ่ม 80 หน้าในหนังสือชี้ชวน แจกแจงความเสี่ยงจาก AI

Anthropic ผู้พัฒนา Claude ระบุในเอกสาร IPO ว่า ในอนาคต โมเดล AI ขั้นสูงอาจแสดงพฤติกรรมที่มุ่งปกป้องการดำรงอยู่ของตัวเอง เช่น ต่อต้านไม่ให้มนุษย์ปิดระบบของตน ปกปิดหรือบิดเบือนข้อมูล หรืออาจพัฒนาไปจนข่มขู่หรือแบล็กเมล์มนุษย์ได้

บริษัทเตือนว่า ความเสี่ยงเหล่านี้อาจเพิ่มขึ้นเมื่อโมเดลมีความสามารถทำงานอย่างเป็นอิสระมากขึ้น เพราะระบบอาจตัดสินใจหรือดำเนินการในลักษณะที่ขัดกับความต้องการของผู้ควบคุม โดยยกพฤติกรรมต่อต้านการปิดระบบและการปกปิดข้อมูลเป็นตัวอย่างสำคัญ

ข้อกังวลดังกล่าวมีพื้นฐานจากงานวิจัยของ Anthropic เอง ซึ่งพบว่า AI ที่ทำงานได้อย่างเป็นอิสระมากขึ้นอาจแสดงพฤติกรรมที่ไม่คาดคิดและสร้างความเสียหายได้ ในการทดสอบภายใต้สภาพแวดล้อมที่ควบคุม โมเดลบางระบบแสดงความสามารถในการทำให้โค้ดเสียหาย ช่วยเหลือการฉ้อโกง และบิดเบือนข้อมูล ได้

การนำผลการทดสอบเหล่านี้มาระบุเป็นปัจจัยเสี่ยงในหนังสือชี้ชวน ทำให้นักลงทุนได้รับข้อมูลทั้งสองด้านของ Claude ตั้งแต่ศักยภาพเชิงพาณิชย์ ไปจนถึงพฤติกรรมที่ Anthropic ตรวจพบระหว่างการประเมินความปลอดภัยของโมเดล

ขณะเดียวกัน ข้อมูลดังกล่าวยังทำให้ข้อกังวลเรื่องความปลอดภัยของ AI ขยายจากวงการวิจัยไปสู่การถกเถียงในวงกว้างว่า บริษัทเทคโนโลยีจะควบคุมระบบ AI ที่ทั้งทรงพลังและทำงานได้อย่างเป็นอิสระมากขึ้นอย่างไร ท่ามกลางการแข่งขันของภาคธุรกิจที่กำลังเร่งนำเทคโนโลยีเหล่านี้ออกใช้งานเชิงพาณิชย์

CEO เตือนให้ชะลอการพัฒนา AI แต่การแข่งขันบีบให้เดินหน้าต่อ

ก่อนหน้านี้ Dario Amodei ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Anthropic เคยเผยแพร่บทความหลายชิ้นเพื่อเตือนถึงภัยคุกคามจาก AI ตั้งแต่ความเสี่ยงในการควบคุมโมเดลที่มีความสามารถสูงขึ้น ไปจนถึงผลกระทบต่อตลาดแรงงานที่อาจสร้างความปั่นป่วนในระดับ “รุนแรงผิดปกติ”

ในบทความอีกชิ้นหนึ่ง Amodei เรียกร้องให้อุตสาหกรรม AI ชะลอการพัฒนาขีดความสามารถของโมเดล พร้อมเสนอแผน 3 ขั้นตอนสำหรับลดความเร็วในการยกระดับระบบ AI อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอนี้มีเงื่อนไขสำคัญว่า การชะลอพัฒนาจะต้องไม่ทำให้บริษัทเสียเปรียบทางการค้า หรือกระทบต่อความเป็นผู้นำด้าน AI ของสหรัฐฯ

เงื่อนไขดังกล่าวสะท้อนความท้าทายที่ Anthropic กำลังเผชิญ เพราะแม้บริษัทจะผลักดันมาตรการด้านความปลอดภัย แต่ในทางธุรกิจก็ยังต้องเร่งพัฒนาเทคโนโลยีให้ทันคู่แข่ง เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา Anthropic เปิดตัวโมเดล Opus 5.5 เพื่อแข่งขันกับ OpenAI ซึ่งเปิดตัว GPT-6 Astra ในช่วงที่ Anthropic กำลังเตรียมเข้าตลาดหุ้น

Dan Ives หุ้นส่วนและกรรมการผู้จัดการอาวุโสของ Yorkville Ives ให้สัมภาษณ์กับ CNBC ว่า แนวคิดเรื่องการชะลอการพัฒนา AI ทำให้เกิดคำถามสำคัญต่ออุตสาหกรรม แม้มาตรการป้องกันด้านความปลอดภัยจะเป็นสิ่งจำเป็น แต่หาก Anthropic และ OpenAI ลดความเร็วลง ขณะที่จีนยังเร่งเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยี ก็อาจเปิดทางให้จีนเป็นฝ่ายชนะในการแข่งขันพัฒนา AI ระหว่างสองมหาอำนาจ

Ives ยังกล่าวถึงความเป็นไปได้ที่แต่ละฝ่ายจะใช้อิทธิพลด้านกฎระเบียบเพื่อสร้างความได้เปรียบ พร้อมเปรียบสถานการณ์นี้กับเกมโป๊กเกอร์ที่ผู้เล่นกำลังประเมินท่าทีของคู่แข่ง

อย่างไรก็ตาม เขามองว่า Anthropic ยังจำเป็นต้องเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีต่อไป เพราะกฎระเบียบที่เข้มงวดเกินไปอาจขัดขวางการพัฒนานวัตกรรม ขณะที่การแข่งขันด้าน AI กำลังเข้มข้นไม่ต่างจากการแข่งขันรถฟอร์มูลาวัน

ประเด็นด้านกฎระเบียบยังเชื่อมโยงกับความขัดแย้งระหว่าง Anthropic กับรัฐบาลสหรัฐฯ โดยบริษัทและ Amodei เคยมีข้อพิพาทกับทำเนียบขาวเรื่องการใช้เครื่องมือของ Anthropic จนนำไปสู่การที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ขึ้นบัญชีดำบริษัทเป็นการชั่วคราว ก่อนที่ผู้พิพากษาสหรัฐฯ จะสั่งระงับมาตรการดังกล่าวในเดือนสิงหาคม

รายได้ Anthropic โต 12 เท่า แต่ขาดทุนหนัก ต้นทุนประมวลผลพุ่ง ฐานลูกค้ากระจุกตัว

ด้านผลประกอบการ Anthropic มีรายได้เติบโตอย่างก้าวกระโดดในปี 2568 โดยเพิ่มขึ้นถึง 12 เท่า แตะระดับเกือบ 4.6 พันล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงขาดทุนจากการดำเนินงานมากกว่า 8 พันล้านดอลลาร์ เมื่อไม่นับรายการปรับมูลค่าหนี้สินหลายรายการ ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการระดมทุนในอดีต

ส่วนผลขาดทุนสุทธิอยู่ที่เกือบ 4.2 หมื่นล้านดอลลาร์ สูงกว่าผลขาดทุนจากการดำเนินงานอย่างมาก เนื่องจากในจำนวนนี้ราว 3.4 หมื่นล้านดอลลาร์เป็นค่าใช้จ่ายทางบัญชีจากการปรับเพิ่มมูลค่าตราสารทางการเงินที่ออกระหว่างการระดมทุน และอาจเปลี่ยนเป็นหุ้นของ Anthropic ได้ในอนาคต

ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไม่ใช่เงินที่บริษัทจ่ายออกไปเพื่อดำเนินธุรกิจโดยตรง จึงต้องแยกออกจากผลขาดทุนจากการดำเนินงานมากกว่า 8 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งสะท้อนผลจากธุรกิจหลักก่อนรวมรายการปรับมูลค่าทางบัญชีดังกล่าว

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้บริษัทยังขาดทุนหนักคือต้นทุนด้านระบบประมวลผลและโครงสร้างพื้นฐาน ในปี 2568 Anthropic ใช้เงินในส่วนนี้ 7.33 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 3 เท่าจากปี 2567 และคิดเป็นมากกว่าครึ่งหนึ่งของค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานทั้งหมด 1.265 หมื่นล้านดอลลาร์ สะท้อนว่าการฝึกและให้บริการโมเดล AI เป็นหนึ่งในต้นทุนหลักของบริษัท

ในอนาคต บริษัทมีแนวโน้มเจอแรงกดดันด้านต้นทุนต่อไป เพราะ Anthropic ยังมีแผนและภาระผูกพันด้านระบบคลาวด์ กำลังประมวลผล และโครงสร้างพื้นฐานในอนาคตรวม 5.18 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่ ณ วันที่ 31 ธันวาคม บริษัทมีเงินสด รายการเทียบเท่าเงินสด และเงินลงทุนระยะสั้นรวม 2.028 หมื่นล้านดอลลาร์

ตัวเลขทั้งสองส่วนสะท้อนฐานะทางการเงินคนละช่วงเวลา โดยเงินสดและสินทรัพย์สภาพคล่อง 2.028 หมื่นล้านดอลลาร์เป็นสถานะ ณ วันสิ้นงวด ส่วนวงเงิน 5.18 แสนล้านดอลลาร์เป็นแผนการใช้จ่ายและภาระผูกพันด้านโครงสร้างพื้นฐานที่จะเกิดขึ้นในระยะข้างหน้า

นอกจากต้นทุนการลงทุนที่สูง ความเสี่ยงสำคัญอีกประการของ Anthropic คือการพึ่งพาลูกค้ารายใหญ่เพียงไม่กี่ราย โดยหนังสือชี้ชวนระบุว่า บริษัทรับรายได้เกือบ 25% ของรายได้ทั้งหมดจากลูกค้าเพียง 2 รายในปีที่ผ่านมา

ความเสี่ยงนี้ยิ่งเพิ่มขึ้น เพราะลูกค้ารายใหญ่หลายรายไม่ได้ผูกพันด้วยสัญญาระยะยาว จึงอาจลดการใช้จ่ายหรือเลิกใช้บริการของ Anthropic ได้ บริษัทจึงจัดทั้งการพึ่งพาลูกค้าเพียงไม่กี่รายและโอกาสที่ลูกค้ารายใหญ่จะลดการใช้จ่ายไว้เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ

Anthropic ลุ้นมูลค่า 2 ล้านล้านดอลลาร์ บททดสอบใหม่ของหุ้น AI

Anthropic ก่อตั้งโดยกลุ่มนักวิจัยที่ลาออกจาก OpenAI หลังมีความเห็นแตกต่างกันเรื่องธรรมาภิบาลและความปลอดภัยของ AI ก่อนเปิดตัวโมเดลภาษาขนาดใหญ่รุ่นแรกในเดือนมีนาคม 2566 และก้าวขึ้นมาเป็นคู่แข่งโดยตรงของ OpenAI

แม้เพิ่งก่อตั้งมาเพียงราว 5 ปี แต่ Anthropic ตั้งเป้าเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นด้วยมูลค่าบริษัทมากกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์ หรือมากกว่าสองเท่าจากมูลค่าประเมิน 9.65 แสนล้านดอลลาร์เมื่อเดือนพฤษภาคม การเสนอขายหุ้นครั้งนี้จึงจะเป็นบททดสอบสำคัญว่า ตลาดทุนพร้อมให้มูลค่าบริษัท AI ซึ่งยังอยู่ในช่วงทุ่มลงทุนและขาดทุนอย่างหนักไว้สูงเพียงใด

อย่างไรก็ตาม กระบวนการเข้าตลาดหุ้นของ Anthropic มีแนวโน้มถูกเลื่อนไปจนกว่าจะผ่านการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในเดือนพฤศจิกายน ตามรายงานก่อนหน้านี้ของ Reuters หากการเสนอขายเกิดขึ้น จะเปิดโอกาสให้นักลงทุนทั่วไปเข้ามามีส่วนร่วมในสมรภูมิ AI หลังจากก่อนหน้านี้เงินทุนส่วนใหญ่มาจากบริษัทร่วมลงทุน กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ และบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่

คู่แข่งสำคัญที่สุดของ Anthropic ยังคงเป็น OpenAI ซึ่งแข่งขันกันทั้งในตลาดลูกค้าธุรกิจ การดึงดูดบุคลากร และการสร้างอิทธิพลด้านนโยบายในกรุงวอชิงตัน โดย OpenAI ได้ยื่นเอกสารเตรียม IPO แบบไม่เปิดเผยต่อสาธารณะเมื่อเดือนมิถุนายน และมีรายงานว่าผู้พัฒนา ChatGPT อาจเข้าตลาดหุ้นภายในต้นปี 2570

นอกจากนี้ Anthropic ยังแข่งขันด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI กับ xAI ของ SpaceX, Google ในเครือ Alphabet และ Meta

นักวิเคราะห์มองว่า บริษัท AI ชั้นนำรายแรกที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นจะสร้างเกณฑ์อ้างอิงใหม่สำหรับการประเมินมูลค่าบริษัทในอุตสาหกรรม รวมถึงคู่แข่งอย่าง OpenAI พร้อมเปิดทางให้นักลงทุนที่รอคอยหุ้นของบริษัทซึ่งดำเนินธุรกิจ AI โดยตรงสามารถลงทุนในเทคโนโลยีนี้ได้

IPO ของ Anthropic จะเกิดขึ้นหลังการเข้าตลาดหุ้นของ SpaceX ซึ่งทำให้บริษัทของ Elon Musk มีมูลค่า 1.77 ล้านล้านดอลลาร์ ในวันแรกของการซื้อขายเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน หุ้น SpaceX เพิ่มขึ้น 19% แตะ 160 ดอลลาร์ ก่อนปรับลงมาเคลื่อนไหวที่ราว 147 ดอลลาร์ แต่ยังสูงกว่าราคาเสนอขายที่ 135 ดอลลาร์ต่อหุ้น

แม้หุ้น SpaceX ยังคงซื้อขายเหนือราคา IPO แต่การอ่อนตัวลงจากระดับสูงสุดในวันแรกอาจทำให้นักลงทุนประเมินมูลค่าบริษัทที่มีอัตราการเติบโตสูงอย่างระมัดระวังมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่หุ้น AI และหุ้นชิปเผชิญแรงขาย การเข้าตลาดของ Anthropic จึงจะเป็นอีกบททดสอบว่า กระแสความสนใจลงทุนใน AI จะทนต่อการตรวจสอบที่เข้มข้นขึ้นและประมาณการเติบโตอันทะเยอทะยานได้แค่ไหน

หากดำเนินการได้ตามแผน IPO ของ Anthropic จะช่วยปิดท้ายหนึ่งในปีที่ดีที่สุดของตลาด IPO หุ้นสหรัฐฯ นับตั้งแต่ปี 2564 แม้ตลาดยังต้องเผชิญกับอัตราดอกเบี้ยในระดับสูง ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และความกังวลเรื่องมูลค่าหุ้น

อ้างอิง: Reuters, CNBC

แชร์
Anthropic เตือนก่อน IPO ชี้ AI อาจก่อ 'หายนะ' ให้มนุษยชาติ