
การประเมินผลงาน (performance review) มีบทบาทสำคัญต่อความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรกับพนักงาน เพราะนอกจากเป็นกระบวนการสรุปผลการทำงานหรือพิจารณาปรับค่าตอบแทนเท่านั้น แต่ยังเป็นช่วงเวลาที่ทั้งองค์กรและพนักงานใช้ทบทวนศักยภาพ โอกาสในการเติบโต และทิศทางการทำงานร่วมกันในระยะต่อไป ขณะเดียวกัน บทสนทนาที่เกิดขึ้นระหว่างการประเมินยังสะท้อนถึงความคาดหวังของพนักงานที่มีต่อองค์กรในหลายมิติ
อย่างไรก็ตาม แม้การประเมินผลงานจะช่วยสร้างแรงจูงใจและความผูกพันต่อองค์กรมากขึ้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้พนักงานหยุดมองหาโอกาสใหม่ ผลการสำรวจล่าสุดของโรเบิร์ต วอลเทอร์ส สะท้อนว่า พนักงานจำนวนมากยังคงเปิดรับข้อเสนองานใหม่ โดยให้ความสำคัญกับโอกาสเติบโตในสายอาชีพ ความยืดหยุ่นในการทำงาน และการทำงานที่มีความหมายควบคู่ไปกับเรื่องค่าตอบแทน
ผลการสำรวจล่าสุดจากโรเบิร์ต วอลเทอร์ส บริษัทด้านการสรรหาบุคลากรระดับโลก พบว่า พนักงานในประเทศไทยกว่า 40% ระบุว่า รู้สึกมีความผูกพันต่อองค์กรและมีแรงจูงใจในการทำงานเพิ่มขึ้น หลังการประเมินผลงาน (performance review) ครั้งล่าสุด ขณะที่มีพนักงานเพียง 9% เท่านั้นที่ระบุว่ากระบวนการประเมินผลงานส่งผลให้ความรู้สึกเชิงบวกต่อการทำงานและองค์กรลดลง
แอนดรูว์ พาวเวลล์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ กลุ่มบริษัทโรเบิร์ต วอลเทอร์ส กล่าวว่า การประเมินผลงานกำลังมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในการบริหารจัดการบุคลากร โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่องค์กรต้องสร้างสมดุลระหว่างการตอบสนองความต้องการของพนักงานและการบริหารงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ พนักงานต้องการทราบว่าทักษะและความสามารถของตนได้รับการยอมรับและให้คุณค่ามากน้อยเพียงใด มีโอกาสเติบโตในสายอาชีพอย่างไร และองค์กรมีการลงทุนเพื่อสนับสนุนการพัฒนาในระยะยาวของพวกเขาหรือไม่
ผลสำรวจช่วงกลางปี 2569 ของโรเบิร์ต วอลเทอร์ส พบว่า พนักงานในประเทศไทยกว่าครึ่ง (56%) คาดหวังว่าจะได้รับการพิจารณาปรับเงินเดือนภายในปีนี้ ขณะที่มีเพียง 9% เท่านั้นที่มองว่ามีโอกาส ‘น้อยมาก’ ที่จะได้รับการปรับเงินเดือน โดยความเชื่อมั่นของพนักงานยังคงอยู่ แม้ภาคธุรกิจทั่วโลกจะเผชิญกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม แม้ผลสำรวจจะชี้ให้เห็นว่าการประเมินผลงานและการพิจารณาปรับเงินเดือนมีความสำคัญมากขึ้นในตลาดแรงงานปัจจุบัน โดยพนักงานใช้การพูดคุยเป็นโอกาสในการประเมินเส้นทางความก้าวหน้าในสายอาชีพของตนในระยะยาว แต่ปัจจัยที่พนักงานให้ความสำคัญกลับไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องค่าตอบแทน
ผลสำรวจพบว่า รูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่น (41%) ความมั่นคงในการทำงาน (38%) การบริหารจัดการที่เปิดกว้างและมีประสิทธิภาพ (30%) และวัฒนธรรมองค์กรที่สร้างแรงบันดาลใจ (30%) ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่พนักงานให้ความสำคัญในการเลือกนายจ้าง
ผลสำรวจดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า องค์กรที่ให้ความสำคัญกับปัจจัยเหล่านี้จะมีความพร้อมมากกว่าในการดึงดูดและรักษาบุคลากรคุณภาพ ท่ามกลางการแข่งขันเพื่อแย่งชิงบุคลากรที่มีความเข้มข้นมากขึ้น
ปุณยนุช ศิริสวัสดิ์วัฒนา ผู้จัดการประจำสาขาประเทศไทย บริษัทโรเบิร์ต วอลเทอร์ส กล่าวว่า แม้ว่าการประเมินผลงานจะช่วยสร้างทัศนคติเชิงบวกต่อบทบาทการทำงานในปัจจุบัน แต่ผลการสำรวจยังพบว่า พนักงานในประเทศไทยกว่า 85% ยังคงเปิดรับและพร้อมพิจารณาโอกาสงานใหม่ สะท้อนว่าองค์กรไม่ควรให้ความสำคัญเพียงการสร้างความผูกพันภายในองค์กรเท่านั้น แต่ต้องสร้างคุณค่าและโอกาสที่ตอบโจทย์ความต้องการของพนักงาน เพื่อให้เห็นเหตุผลที่ชัดเจนในการเติบโตและอยู่กับองค์กรในระยะยาว
ผลสำรวจยังพบอีกว่า ปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจอยู่กับองค์กร ได้แก่ โอกาสในการเติบโตและความก้าวหน้าในสายอาชีพ ตามด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เป็นบวกและเปิดกว้าง รวมถึงความยืดหยุ่นด้านเวลาและสถานที่ทำงาน ส่วนด้านรูปแบบการบริหาร พนักงานให้ความสำคัญกับผู้นำที่มีภาวะผู้นำแบบชี้นำ (authoritative leadership) ซึ่งสามารถกำหนดทิศทางและความคาดหวังที่ชัดเจน (37%) รองลงมาคือผู้นำที่มีภาวะผู้นำแบบสร้างการเปลี่ยนแปลง (transformational leadership) ที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจและกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลง (32%)
แอนดรูว์กล่าวเพิ่มเติมว่า การที่พนักงานในประเทศไทยกว่า 85% ยังคงเปิดรับโอกาสงานใหม่ สะท้อนว่าตลาดแรงงานมีการแข่งขันเพื่อดึงดูดและรักษาบุคลากรเข้มข้นมากขึ้น การสื่อสารอย่างเปิดกว้างและโปร่งใสจึงมีความสำคัญ ไม่เพียงเพื่อให้พนักงานรู้สึกว่าความคิดเห็นของตนได้รับการรับฟังและมีส่วนร่วมกับวิสัยทัศน์ขององค์กร แต่ยังช่วยให้องค์กรเข้าใจสิ่งที่พนักงานให้ความสำคัญอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นโอกาสในการเติบโต ความยืดหยุ่นในการทำงาน หรือสภาพแวดล้อมการทำงานที่สร้างแรงบันดาลใจ
นอกจากนี้ แอนดรูว์บอกว่า ในปัจจุบัน การรักษาพนักงานไว้กับองค์กร ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเสนอค่าตอบแทนที่สามารถแข่งขันได้เพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการสร้างความหมายในการทำงาน การสร้างความสัมพันธ์ที่มีคุณค่า และการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ทำให้พนักงานรู้สึกได้รับการยอมรับและการสนับสนุนจากองค์กร
โดยสรุป ผลสำรวจของโรเบิร์ต วอลเทอร์ส ในครั้งนี้สะท้อนว่า แม้การประเมินผลงานจะช่วยสร้างความผูกพันและแรงจูงใจในการทำงานมากขึ้น แต่ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้พนักงานหยุดมองหาโอกาสใหม่ในตลาดแรงงาน เพราะการตัดสินใจอยู่กับองค์กรนั้นมีหลายปัจจัยสำคัญที่คนทำงานพิจารณา ทั้งโอกาสเติบโต ความยืดหยุ่นในการทำงาน และคุณค่าที่ได้รับจากการทำงานควบคู่ไปกับค่าตอบแทน