Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
หมดยุคของการขายเวลาเพื่อแลกกับเงิน

หมดยุคของการขายเวลาเพื่อแลกกับเงิน

28 มิ.ย. 69
09:09 น.
แชร์

หากเราทุกคนลองสังเกตดูดีๆ จะพบว่าเกือบทุกอาชีพในโลกนี้ (หรืออาชีพจำนวนมาก) จริงๆแล้วคือการ "ขายเวลา" ของเราเพื่อแลกกับเงินแทบทั้งนั้น

-พนักงานออฟฟิศได้เงินเดือนแลกกับการมาทำงานวันละแปดชั่วโมง
-ทนายคิดเงินเป็นรายชั่วโมง
-ที่ปรึกษาคิดเป็นรายวัน
-แม้แต่ฟรีแลนซ์หลายคนก็ยังตั้งราคางานจากเวลาที่ลงไป

เราจึงมักคุ้นเคยกับแนวคิดนี้จนแทบไม่เคยตั้งคำถามเลยว่า ทำไม "เวลา" กับ "ผลงาน" ถึงต้องมาคู่กัน ราวกับมันเป็นกฎธรรมชาติว่ายิ่งเราทุ่มเวลาเยอะ งานก็ยิ่งออกมาเยอะ แล้วเราก็ควรที่จะได้ค่าตอบแทนตามนั้น

แต่ช่วงปีที่ผ่านมา ผู้เขียนสังเกตุเห็นเทรนด์ที่ค่อยๆเปลี่ยนไปซึ่งหลักๆแล้วเกิดจากวิธีที่ AI ทำงาน เริ่มจากความเปลี่ยนแปลงในการหาข้อมูลก่อน หลายคนน่าจะคุ้นกับการใช้ ChatGPT แบบถาม-ตอบ คือเราพิมพ์คำถามเข้าไป รอมันตอบกลับมา จบในไม่กี่วินาที ระหว่างนั้นเราก็ต้องนั่งคุยกับมันไปเรื่อยๆ มันเหมือนการแชตกับเพื่อนที่รู้เยอะ เราถามทีละคำ มันตอบทีละคำ

แต่ AI แบบใหม่ที่เราเรียกกันว่า AI agent มีกระบวนการทำงานคนละแบบที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่ Chatbot แทนที่เราจะถาม-ตอบกันทีละประโยค เรากลับ "มอบงานทั้งชิ้น" ให้มันไปทำ แล้วเดินจากไปทำอย่างอื่นได้เลย มันจะไปวางแผนเอง ไปหาข้อมูลเอง ไปลองทำลองแก้ของมันเองอยู่เป็นชั่วโมงๆ แล้วค่อยกลับมาส่งงาน เหมือนเราเปลี่ยนจากการ "คุยกับผู้ช่วย" มาเป็นการ "สั่งงานลูกน้อง" แล้วปล่อยให้เขาไปจัดการเองจนเสร็จ

ความต่างตรงนี้อาจฟังดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่จริงๆแล้วมันคือการเปลี่ยน "หน่วยของงาน" หรือ “unit of work” จากเดิมที่หน่วยเล็กที่สุดคือ “คำถามหนึ่งคำถาม” กลายเป็น “งานหนึ่งชิ้นหนึ่ง” ที่เรามอบหมายออกไป

ทีนี้ลองมาดูตัวเลขที่ผมว่าน่าสนใจอยู่ไม่น้อย เมื่อไม่นานมานี้ OpenAI (เจ้าของ ChatGPT) ออกรายงานที่ไปเก็บข้อมูลพนักงานในบริษัทตัวเองว่าใช้ AI agent กันหนักขนาดไหน สิ่งที่เจอคือกลุ่มที่ใช้หนักที่สุด มีการสั่งให้ AI ทำงานรวมกันเกิน 60 ชั่วโมงต่อวัน โดยกระจายงานให้ agent หลายตัวทำพร้อมกันทีเดียว

หากเราลองวิเคราะห์เพิ่มเติม หนึ่งวันเรามีกันแค่ 24 ชั่วโมง แต่คนคนเดียวกลับมีงานเดินอยู่เทียบเท่ากว่าสองวันในวันเดียว ที่เป็นแบบนี้ได้ก็เพราะงานที่เรา "มอบหมายไป" มันวิ่งขนานไปพร้อมๆกันได้ และมันไม่ต้องรอให้เรานั่งเฝ้าอยู่ตรงนั้น

ตรงนี้แหละคือจุดที่มันไปกระทบกับความเชื่อเก่าๆที่เรายึดถือกันมาตลอด ซึ่งก็คือสิ่งที่เชื่อม "เวลา" ของเราเข้ากับ "ผลงาน" ของเรา

ตอนที่เราลงมือทำงานเอง เราทำได้ทีละอย่าง ซึ่งมักจะถูกจำกัดด้วยจำนวนชั่วโมงในหนึ่งวันที่เราทำงานได้ สมมุติเราทุ่มแรงไปแปดชั่วโมง อย่างมากก็ได้งานแปดชั่วโมงนั้น จบ แต่พอเราขยับมาเป็นคน "มอบหมายงาน" เพดานนั้นมันหายไปเลย เพราะ agent สิบตัวทำงานพร้อมกันได้ หรือเราจะให้มันทำตอนเรานอนหลับก็ยังได้ มันเลยกลายเป็นช่วงเวลาที่คนคนเดียวสร้างผลงานได้เป็นหลายเท่าของชั่วโมงทำงานของตัวเอง

ฟังเผินๆเหมือนแค่ "ทำงานได้เยอะขึ้น" แต่ผู้เขียนเชื่อว่าสิ่งนี้มีผลกระทบมากกว่านั้น เพราะแทบทุกอย่างที่เราใช้ตีค่าและจ่ายเงินให้กับงาน ตั้งอยู่บนสมมติฐานเดียวกันหมด คือผลงานจะเพิ่มขึ้นตามเวลา ไม่ว่าจะค่าจ้างรายชั่วโมง ค่าตัวรายวัน เงินเดือนรายเดือน หรือแม้แต่ระบบเข้างานเก้าโมงเลิกห้าโมง ลึกๆแล้วทั้งหมดนี้ตั้งอยู่บนความเชื่อว่า "การใช้เวลา" เท่ากับ "การมีผลงาน"

แต่พอคนที่สั่ง agent สิบตัว กับคนที่สั่งตัวเดียว ลงเวลาทำงานเท่ากันเป๊ะ แต่ส่งงานออกมาต่างกันสิบเท่า การจ่ายตามเวลามันก็เลิกวัดอะไรที่เป็นจริงไปโดยปริยาย

ที่จริงแนวคิดเรื่องการตัด "เวลา" ออกจาก "ผลงาน" นี้ไม่ใช่เรื่องใหม่เลย เพียงแค่มันเพิ่งเกิดขึ้นในระดับ "ปัจเจก" อย่างเราๆเป็นครั้งแรก

หากเราลองมองย้อนกลับไปสมัยปฏิวัติอุตสาหกรรม สิ่งที่ "เจ้าของโรงงาน" ได้มาก็คือการปลดล็อกตรงนี้ เครื่องจักรเดินเครื่องผลิตของได้ทั้งวันทั้งคืนแม้เจ้าของจะนอนหลับ ผลผลิตของเขาเลยไม่ได้ผูกอยู่กับแรงงานของตัวเองอีกต่อไป

พอมองแบบนี้ คนทำงานออฟฟิศหรือ knowledge worker อย่างพวกเรา ต่อให้เงินเดือนสูงแค่ไหน จริงๆแล้วก็อยู่ในสถานะเดียวกับคนงานในโรงงานนั่นแหละ คือขายเวลาแลกเงิน และสิ่งที่ AI agent กำลังทำ ก็คือการยื่นดีลของ "เจ้าของโรงงาน" ลงมาให้ถึงมือคนตัวเล็กๆอย่างเรา พูดให้เห็นภาพคือ เราแต่ละคนกำลังจะกลายเป็นเจ้าของโรงงานเล็กๆที่ผลิต "งานความคิด" ของตัวเอง แทนที่จะเป็นแค่ลูกจ้างในโรงงานของคนอื่น

นี่แหละคือเหตุผลที่ผู้เขียนรู้สึกว่าประโยคที่เราได้ยินกันบ่อยๆว่า "ความฉลาดกำลังจะถูกลง" จริงๆแล้วมันเป็นแค่ครึ่งเดียวของเรื่อง เพราะการเปลี่ยนแปลงที่มากกว่านั้นคือ สิ่งที่เคยผูก "เวลา" ไว้กับ "คุณค่า" ซึ่งเป็นรากฐานของระบบจ้างงานและเส้นทางอาชีพแทบทั้งหมดของเรา กำลังค่อยๆเปลี่ยนไป

มาถึงตรงนี้ คำถามสำคัญในหัวเราก็อาจกำลังเปลี่ยนไป จากเดิมที่ถามว่า "เราทำงานได้กี่ชั่วโมง" กลายเป็น "เราออกแบบและบริหารงานได้มากแค่ไหน" และบางที คนที่ไปได้ไกลในยุคต่อจากนี้ อาจไม่ใช่คนที่ก้มหน้าก้มตาลงแรงหนักที่สุด แต่เป็นคนที่เรียนรู้ที่จะ "เป็นเจ้าของโรงงาน" แทนที่จะเป็น "คนงาน" ในโรงงานของคนอื่น

ดร.ณรงค์ บริจินดากุล

ดร.ณรงค์ บริจินดากุล

Technical Specialist, SCB 10X

แชร์
หมดยุคของการขายเวลาเพื่อแลกกับเงิน