Logo site Amarintv 34HD
อมรินทร์ทีวี ร่วมกับ คอนโดพร้อมอยู่จาก Grand Unity จัดแคมเปญ “อมรินทร์ทีวี 12 ปี มีเปย์ ดูทั้งวัน แจกทุกวัน”Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
Trip.com เปิดอินไซต์ท่องเที่ยว  ตลาดฟื้น ดีมานด์ทุบสถิติ
โดย : ปาณิสรา สุทธิกาญจนวงศ์

Trip.com เปิดอินไซต์ท่องเที่ยว ตลาดฟื้น ดีมานด์ทุบสถิติ

5 มิ.ย. 69
14:55 น.
แชร์

ในช่วงปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั่วโลกเผชิญแรงกดดันโดยตรงจากความขัดแย้งและสงครามในหลายภูมิภาค ส่งผลให้นักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งชะลอหรือยกเลิกแผนการเดินทาง ท่ามกลางความกังวลด้านความปลอดภัย รวมถึงข้อจำกัดการเดินทางที่เกี่ยวเนื่องกับสถานการณ์ความไม่สงบ

เหตุการณ์ดังกล่าวกระทบต่อผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นสายการบิน โรงแรม บริษัทนำเที่ยว และธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงและประเทศใกล้เคียง ซึ่งต้องเผชิญกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง และรายได้จากการท่องเที่ยวที่หดตัวลงตามไปด้วย

อย่างไรก็ตาม ความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ได้สะท้อนเพียงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปเท่านั้น แต่ยังเป็นบททดสอบสำคัญของผู้ประกอบการท่องเที่ยวทั่วโลก ว่าจะปรับตัวอย่างไรเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน และก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของการท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

บทความนี้ SPOTLIGHT สรุปสาระสำคัญและอินไซต์ด้านการท่องเที่ยวจากหลากหลายตลาดทั่วโลก หลังมีโอกาสเข้าร่วมงาน Envision Global Partner Conference 2026 ของ Trip.com ที่ประเทศจีน เพื่อสำรวจทิศทางใหม่ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

อุตสาหกรรมท่องเที่ยวกำลังฟื้นตัว ?

มิสเจน ซุน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Trip.com Group ระบุว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั่วโลกกำลังเผชิญบริบทที่ซับซ้อนมากขึ้น ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจ แม้การเดินทางข้ามพรมแดนจะฟื้นตัวและเติบโตแตะระดับสูงเป็นประวัติการณ์ แต่แรงกดดันจากสถานการณ์โลกยังคงเป็นความท้าทายสำคัญ

ในอีกด้านหนึ่ง อุตสาหกรรมท่องเที่ยวกำลังก้าวเข้าสู่ “ยุคใหม่” อย่างชัดเจน จากบทบาทของปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่เข้ามาเปลี่ยนโครงสร้างการให้บริการตลอดทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่การค้นหาข้อมูล วางแผนการเดินทาง การจอง ไปจนถึงการดูแลลูกค้าระหว่างทริป โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการสร้างประสบการณ์การเดินทางที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคลมากขึ้นผ่าน Personalization

  • ในปี 2025 มีนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศมากกว่า 1.5 พันล้านคน เพิ่มขึ้นกว่า 60 ล้านคนจากปีก่อน สะท้อนแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่องของการเดินทางทั่วโลก
  • อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีสัดส่วนประมาณ 10% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมโลก (GDP) คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจราว 11.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2025 และเป็นหนึ่งในภาคเศรษฐกิจที่เติบโตเร็วที่สุด โดยมีอัตราการเติบโตสูงกว่าเศรษฐกิจโลกถึง 2 เท่า
  • ภาคการท่องเที่ยวและการเดินทางมีบทบาทสำคัญต่อการจ้างงานทั่วโลก โดยรองรับการจ้างงาน 1 ในทุก 9 ตำแหน่งงาน หรือประมาณ 366 ล้านตำแหน่งงาน ในปี 2025 และคิดเป็น 1 ใน 3 ของงานใหม่ที่เกิดขึ้นทั่วโลก
  • สร้างรายได้ให้กับพันธมิตรมากกว่า 160,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2025 ช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรทั่วโลก
  • ปริมาณการจองโรงแรมและเที่ยวบินระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 140% ของระดับปี 2019 สะท้อนการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของตลาดท่องเที่ยวหลังวิกฤตที่ผ่านมา
  • นักท่องเที่ยวขาเข้าปรับตัวเพิ่มขึ้นเกือบ 100% เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) โดยมีนักเดินทางได้รับบริการกว่า 20 ล้านคนในปี 2025
  • ยอดการจองระหว่างประเทศในกลุ่มโรงแรมและเที่ยวบินเติบโตมากกว่า 60% เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) จากการสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับพันธมิตรทั่วโลก

Trip.com เผยอินไซต์จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวใหม่

1. New Discovery (การค้นพบจุดหมายใหม่)

นักท่องเที่ยวเริ่มมองหาสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ ๆ ที่ยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียกลาง เอเชีย อเมริกาใต้ และแอฟริกา

ประเทศที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ได้แก่ อุซเบกิสถาน อาร์เจนตินา โคลอมเบีย แอลจีเรีย คาซัคสถาน บราซิล และแอฟริกาใต้

2. Wide Diversity (ความหลากหลายของประสบการณ์)

นักท่องเที่ยวให้ความสนใจกับรูปแบบการเดินทางที่หลากหลายมากขึ้น เช่น

  • ดำน้ำและกีฬาทางน้ำ ในบาหลี อินโดนีเซีย, ควีนส์ทาวน์ นิวซีแลนด์ และโกลด์โคสต์ ออสเตรเลีย
  • ธรรมชาติและทิวทัศน์ ในคัปปาโดเกีย ตุรกี, เกาะพีพี ไทย และมงต์แซงต์มิเชล ฝรั่งเศส
  • พิพิธภัณฑ์และแกลเลอรี ในกิซา อียิปต์, อิสตันบูล ตุรกี และดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

3. Journeys in Depth (การท่องเที่ยวเชิงลึก)

นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางแบบใช้เวลานานขึ้น เจาะลึกมากขึ้น และใช้จ่ายมากขึ้นในแต่ละทริป โดย 15 จาก 20 เส้นทางท่องเที่ยวที่เติบโตสูงสุดเป็นการเดินทางระยะไกล และมักเป็นทริปแบบหลายเมืองหรือหลายประเทศ ขณะที่ระยะเวลาพำนักเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 6 วัน

นอกจากนี้ การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวในประเทศปลายทางเหล่านี้ยังเติบโตเร็วเพิ่มขึ้นในระดับเลข 3 หลัก หรือมากกว่า 100%

เอเชีย ภูมิภาคที่เติบโตเร็วที่สุด

ภายในงาน Envision Global Partner Conference 2026 Trip.com ยังได้เปิดเผยแนวโน้มผู้โดยสารสายการบินทั่วโลกในช่วงปี 2019-2030

หลังจากจำนวนผู้โดยสารลดลงอย่างมากในช่วงปี 2020-2021 จากผลกระทบของโควิด-19 การเดินทางทางอากาศทั่วโลกได้ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าปริมาณผู้โดยสารในปี 2030 จะสูงกว่าระดับปี 2019 ขณะที่ภาพรวมการเดินทางทางอากาศทั่วโลกมีแนวโน้มเติบโตประมาณ 108%-124% เมื่อเทียบกับระดับก่อนโควิด

ภูมิภาคที่เติบโตเด่น ได้แก่

  • เอเชีย เติบโตสูงสุด โดยคาดว่าปริมาณผู้โดยสารในปี 2030 จะอยู่ที่ประมาณ 127% ของปี 2019
  • ยุโรป ฟื้นตัวแข็งแกร่งเช่นกัน อยู่ที่ประมาณ 119% ของปี 2019

ส่วนการเติบโตของผู้โดยสารในเครือ Trip.com Group (2019-2025) ได้เติบโตกว่าตลาดการบินโดยรวม

  • เอเชีย เติบโตสูงสุดประมาณ 600%
  • ยุโรป เติบโตประมาณ 290%
  • อเมริกาเหนือ เติบโตประมาณ 190%
  • โอเชียเนีย เติบโตประมาณ 100%
  • แอฟริกา เติบโตประมาณ 340%
  • อเมริกาใต้ เติบโตประมาณ 140%

6 บริการของ Trip.com ที่พัฒนาโดย AI

สำหรับแผนในอนาคต บริษัทได้วาง 3 เสาหลัก สำหรับการลงทุนและนวัตกรรมในอนาคต ภายใต้หลักการ “Intelligence with Care” ได้แก่

  1. การขับเคลื่อนทางเลือกที่ดีและสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น ผ่านระบบการค้นหาและการจองที่ใช้ AI พร้อมเสริมระบบวิเคราะห์ตลาดที่ฉลาดยิ่งขึ้นให้แก่พันธมิตร
  2. การผสานประสิทธิภาพของ AI เข้ากับวิจารณญาณและความเข้าอกเข้าใจของมนุษย์ เพื่อมอบความน่าเชื่อถือในจุดที่มีความสำคัญมากที่สุด
  3. การเสริมความแข็งแกร่งของตำแหน่งทางการตลาด ในฐานะแพลตฟอร์มระดับโลกที่น่าเชื่อถือ พร้อมรับประกันการดำเนินงานที่มีเสถียรภาพและสอดคล้องตามกฎระเบียบในตลาดทุกแห่ง ทั้งสำหรับพันธมิตรและนักท่องเที่ยว

นอกจากนี้ Trip.com ยังได้นำนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้กับทั้งแพลตฟอร์ม ผลิตภัณฑ์ และบริการของบริษัท โดยเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ ๆ ในทุกหน่วยธุรกิจหลัก ดังนี้

  • สายการบิน: เปิดตัวบริการแบบบูรณาการแนวใหม่ เช่น บริการเช็กอินออนไลน์ (Online Check-in) โดยระบบวิเคราะห์ตลาดที่ขับเคลื่อนด้วย AI จะช่วยให้พันธมิตรสายการบินได้รับข้อมูลที่แม่นยำขึ้นในการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
  • โรงแรม: ระบบ One-click Personalisation และ Smart Carts จะช่วยสร้างยอดห้องพักเพิ่มขึ้น 10,500 คืน และยอดจองหลายห้องอีก 4,000 รายการต่อวัน
  • รถไฟ: แพลตฟอร์มบริการรถไฟแบบครบวงจรที่เชื่อมต่อการเดินทางได้หลายรูปแบบ ช่วยเพิ่มยอดขายการเดินทางแบบเชื่อมต่อรถไฟและเที่ยวบิน (rail-flight) ให้เติบโตถึง 50% เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนหน้า พร้อมขยายการเชื่อมต่อกับผู้ให้บริการรถไฟทั่วยุโรป
  • สถานที่ท่องเที่ยวและธุรกิจทัวร์: โซลูชัน Smart Ticketing รวมถึงเครื่องจำหน่ายตั๋วแบบบริการตัวเองตามสถานที่ท่องเที่ยวที่พลุกพล่าน รองรับการใช้งานแล้วกว่า 1 พันล้านครั้งใน 8 ตลาด นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2024
  • Trip.Biz: AI agents สามารถอนุมัติคำขอเดินทางเพื่อธุรกิจที่มีความเสี่ยงต่ำโดยอัตโนมัติ โดยมีอัตราการอนุมัติมากกว่า 98% และ Trip.Biz ยังรับผิดชอบค่าใช้จ่ายหาก AI ของบริษัทเกิดความผิดพลาด
  • Trip.Community: ระบบขับเคลื่อนด้วย AI ช่วยจับคู่อินฟลูเอนเซอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะเชื่อมโยงผู้ขายเข้ากับครีเอเตอร์ที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด ช่วยให้พันธมิตรสามารถเปลี่ยนแรงบันดาลใจให้กลายเป็นดีมานด์และการค้นพบใหม่ ๆ  โดยมีพันธมิตรทางธุรกิจกว่า 45,000 ราย, อินฟลูเอนเซอร์กว่า 20,000 คน, สร้างยอดการรับชมคอนเทนต์รวมกว่า 10,000 ล้านครั้ง (10 Billion Impressions)

Trip.com เชื่อมโลกสู่จีน ดึง ‘เฉิน หลง’ ฑูตวัฒนธรรมเปิดประตูโลก

ข้อมูลจาก Trip.com ระบุว่า นักเดินทางจากทั่วโลกกำลังให้ความสนใจเดินทางสู่ประเทศจีนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยในปี 2568 มีนักท่องเที่ยวขาเข้าราว 20 ล้านคนใช้บริการผ่านแพลตฟอร์มของบริษัท สะท้อนความต้องการของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มองหาประสบการณ์การเดินทางในจีนที่ลึกซึ้งและน่าจดจำมากขึ้น ตั้งแต่การออกแบบเส้นทางให้สอดคล้องกับเงื่อนไขด้านวีซ่า ไปจนถึงบริการที่รองรับหลายภาษา

บริษัทจึงเดินหน้าลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการเดินทางอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้นักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถเดินทางทั่วประเทศจีนได้สะดวกและราบรื่นมากขึ้น

หนึ่งในตัวอย่างสำคัญคือโครงการ Free City Tours ของ Trip.com Group ใน 4 จุดหมายปลายทาง ซึ่งต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วกว่า 30,000 คน จาก 127 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก โดย Shanghai Express ให้บริการนักท่องเที่ยวแล้วกว่า 12,000 คน ขณะที่ Beijing Express ต้อนรับนักท่องเที่ยวกว่า 11,000 คน ส่วน Hong Kong Free Layover Tour มีผู้ใช้บริการเกือบ 7,500 คน และ Shenzhen Express ซึ่งเพิ่งเปิดตัวใหม่ สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เกือบ 200 คน จาก 33 ประเทศ

นอกจากนี้ Trip.com Group ยังเปิดเคาน์เตอร์บริการแบบครบวงจรในเมืองศูนย์กลางการเดินทางหลัก ได้แก่ ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กว่างโจว ฮ่องกง และเซินเจิ้น โดยมีทีมงานหลายภาษาพร้อมให้บริการ ครอบคลุมตั้งแต่การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต คำแนะนำด้านการเดินทาง การแลกเปลี่ยนสกุลเงิน ไปจนถึงการจองสถานที่ท่องเที่ยว

ในเชิงการสื่อสารแบรนด์ Trip.com Group ยังดึง แจ็คกี้ ชาน หรือ เฉินหลง นักแสดงระดับตำนานและทูตการท่องเที่ยวจีนระดับโลกของบริษัท มาร่วมโปรโมตการท่องเที่ยวจีน ทั้งในมิติธุรกิจ วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว สะท้อนบทบาทที่เพิ่มขึ้นของเมืองหลักในฐานะประตูสู่ประเทศจีนสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

แชร์
Trip.com เปิดอินไซต์ท่องเที่ยว  ตลาดฟื้น ดีมานด์ทุบสถิติ