Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
"รอมฎอน" คาดเหตุบึ้มสภ.-ถล่มนราธิวาส อาจเป็นเกมป่วน "วงเจรจาสันติสุข"

"รอมฎอน" คาดเหตุบึ้มสภ.-ถล่มนราธิวาส อาจเป็นเกมป่วน "วงเจรจาสันติสุข"

23 ก.ค. 69
21:01 น.
แชร์

"รอมฎอน" คาดเหตุบึ้มสภ.-ถล่มนราธิวาส อาจเป็นเกมป่วน "วงเจรจาสันติสุข" ขอนายกฯ ยืนหยัดแนวทาง เตือนใช้กำลังกดปราบอาจเข้าทางคนประสงค์บ่อนทำลายกระบวนการ

นายรอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีคนร้ายโจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามีเสียชีวิต 5 ราย ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ว่า เรื่องนี้น่ากังวล ซึ่งมีสัญญาณก่อนหน้านี้แล้วสักระยะ โดยช่วง 2 วันนี้ เป็นความรุนแรงระดับสูง ทำให้ทหารพรานเสียชีวิต 5 ราย ทัังยังมีประชาชนได้รับผลกระทบรวมถึงเด็กด้วย และเกิดเหตุกลางเมือง บริเวณจุดด่านตรวจ ซึ่งก่อนหน้านี้มีการเกิดเหตุในพื้นที่ สภ.ตันหยงเก่า (21 ก.ค. 2569) แม้ไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต แต่มีการใช้ระเบิดคาร์บอมบ์ โดยในแง่เป้าหมายเป้าโจมตีนั้นมีความหมาย เพราะเป็นสถานที่ทำการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และอยู่ใกล้เขตพระราชฐาน ซึ่ง 2 เหตุการณ์ ถือเป็นการยกระดับความเข้มข้นของเหตุการณ์ความรุนแรง ที่มีสัญญาณอยู่แล้วแต่เดิม ทั้งนี้ตนขอแสดงความเสียใจ ต่อครอบครัวผู้ที่สูญเสีย และยืนยันว่าตนในฐานะคนทำงานการเมือง ไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรงในลักษณะเช่นนี้ โดยเฉพาะผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อพลเรือน

ทั้งนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนมองว่ามีนัยยะสำคัญ โดยต้องให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ในการเก็บรวบรวมพยานหลักฐานว่าผู้ก่อเหตุใน 2 เหตุการณ์ เป็นใครอย่างไรและต้องนำตัวมารับผิดชอบให้ได้ แต่เท่าที่เราทราบยังไม่มีความเชื่อมโยงว่าทั้ง 2 เหตุการณ์มีส่วนเกี่ยวข้องกันหรือไม่

สำหรับจังหวัดนราธิวาส มีสัญญาณการเกิดเหตุความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง มาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา หากพิจารณาความเข้มข้นของสถานการณ์ เปรียบเทียบกับจังหวัดปัตตานีและจังหวัดยะลา พบว่านราธิวาสมีการประกาศใช้การขยาย พรก.ฉุกเฉิน อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด 10 อำเภอจาก 13 อำเภอ ถือว่ามากที่สุดเข้มข้นที่สุด ประมาณ 77% ของพื้นที่เป็นพื้นที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ส่วนที่เหลือไม่ถึง 50%

ส่วนอีกนัยยะ ที่ต้องเฝ้าระวังและจับตา เนื่องจากสถานการณ์การพูดคุยสันติภาพ สันติสุข มีความคืบหน้าระดับที่เชื่อได้ว่าในอนาคตใน 1-2 เดือน จะได้เห็นความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น หลังจากมีการพูดคุยในทางลับของคณะทำงานในเชิงเทคนิคของทั้ง 2 ฝ่าย คือผู้แทนไทยและผู้แทน BRN ซึ่งมีการวางแผนว่าจะมีการปฏิบัติการร่วมกันบางอย่างเพื่อยุติความรุนแรงชั่วคราว ซึ่งจากประสบการณ์ในการติดตามการพูดคุยสันติภาพ และพัฒนาการความรุนแรง หลายปีที่ผ่านมาเมื่อเข้าสู่สภาวะที่จะต้องมีข้อตกลงบางอย่าง หรือจะมีความร่วมมือบางอย่าง เพื่อพิสูจน์ความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน และพิสูจน์ความเป็นตัวจริงของแต่ละฝ่าย พิสูจน์ความสามารถในการควบคุมกำลัง เมื่อเข้าสู่ช่วงเวลาแบบนี้มักจะเกิดเหตุการณ์ที่รุนแรง กระทบกระเทือนต่อขวัญกำลังใจของประชาชน หรือแม้กระทั่งการพยายามมุ่งลอบสังหารบุคคลที่มีนัยยะทางการเมือง ซึ่งสถานการณ์ลักษณะนี้ในอดีตหลายปีที่ผ่านมาก็เคยมี ซึ่งเป็นแบบแผนหนึ่งที่ต้องเฝ้าระวัง ว่าเจตนาของผู้ก่อเหตุอาจจะมีนัยยะแอบแฝงในเรื่องของการบ่อนทำลายกระบวนการสันติภาพด้วยหรือไม่

ซึ่งสถานการณ์เป็นเช่นนี้ก็ขึ้นอยู่กับการรวบรวมข้อมูลข่าวสารสำนักงานข่าวกองแห่งชาติ กอ.รมน. ตำรวจ ที่ประมวลภาพให้นายกรัฐมนตรี ในฐานะเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจสูงสุดของรัฐบาลไทย เพื่อประเมินสถานการณ์ให้ดี ซึ่งตนมีความกังวลไปตามสมมุติฐานนี้ ยิ่งรัฐบาลโดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี ต้องแสดงเจตจำนงทางการเมืองที่ชัดเจน เอาจริงเอาจังมากกว่านี้ และขอเตือนว่ายิ่งใช้กำลังในการกดปราบมากขึ้นอาจจะเข้าทางผู้ที่ประสงค์จะบ่อนทำลายกระบวนการพูดคุยสันติภาพ ดังนั้นนายกรัฐมนตรีต้องแน่วแน่ มั่นมั่นคง หากผลักดันแนวทางการพูดคุยสันติภาพ ต้องยืนหยัดเพื่อให้การแสวงหาข้อยุติความขัดแย้งเหล่านี้ อยู่ในกรอบของแนวทางการเมือง สันติวิธี เพื่อเป้าหมายสุดท้ายนอกนอกจากจะยุติเหตุรุนแรงแล้ว เพื่อหาข้อตกลงร่วมกันเพื่ออยู่ร่วมกันโดยที่ต่างฝ่ายไม่ใช้กำลังในอนาคต ซึ่งช่วงนี้เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ จะมีเหตุการณ์ที่เป็นความท้าทายของฝ่ายบริหารผู้มีอำนาจในการตัดสินใจในเรื่องเหล่านี้ ซึ่งตนขอสนับสนุนนายกรัฐมนตรีให้ยืนหยัดเรื่องนี้

ส่วนการป้องกันเหตุและเสริมศักยภาพของกองกำลังในพื้นที่ยังจำเป็นต้องมี เพราะ 2 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนถึงข้อจำกัด ในเชิงยุทธวิธีของเรา ที่ยังเปิดช่องตกเป็นเป้าโจมตีได้โดยเฉพาะจุดที่เป็นยุทธศาสตร์ทั้งสภ. และด่านตรวจ ซึ่งต้องยอมรับความจริงในเรื่องนี้ ซึ่งการแก้ปัญหาในมุมฝ่ายบริหารที่ดูแลระดับยุทธศาสตร์และนโยบาย การโฟกัสเรื่องยุทธวิธีต้องปล่อยให้หน่วยปฏิบัติทำงานอย่างเต็มที่ แต่ต้องมั่นใจว่างานด้านยุทธศาสตร์และการแก้ปัญหาในภาพรวมต้องมีจุดเด่นที่ชัดเจนคือเน้นหนักไปที่กระบวนการพูดคุยสันติภาพ ซึ่งเรื่องนี้จะเป็นตัวชี้ขาดสำคัญว่าการแก้ไขในระยะยาวจะเป็นอย่างไร หากเรารังแต่จะป้องกันเหตุหรือแก้ปัญหาเฉพาะในทางยุทธวิธีเท่านั้น แต่หลงลืมกันแก้ปัญหาสำคัญในจุดเน้นภาพใหญ่ เกรงว่าเราจะจะกลับมาเจอสถานการณ์เหมือนรอบ 20 ปีที่ผ่านมา คือการวนลูปอยู่กับการใช้ความรุนแรง ที่โต้ตอบกันไปมา ยิ่งเสริมกำลังยิ่งมีการโต้ตอบโดยใช้กำลัง และผลกระทบสุดท้ายจะตกอยู่ที่ประชาชน ซึ่งกังวลว่าหากไม่ชัดเจนเรื่องยุทธศาสตร์ ผลสะเทือนที่จะเกิดกับประชาชนจะกลับมาอีกครั้งซึ่งตนไม่อยากเห็นแบบนั้น

"ส่วนที่ระบุว่ามีสัญญาณความรุนแรงก่อนหน้านี้ มีมาเป็นระยะตั้งแต่ช่วงต้นปี แต่2 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในจังหวัดนราธิวาส มีนัยยะสำคัญตามที่ตนได้พูดไปแล้ว ทั้งด้านการเมือง ผลสะเทือนจากความสูญเสีย ซึ่งทำให้เราหันกลับมาสนใจแนวทางการแก้แก้ไขปัญหา ซึ่งตนตั้งข้อสังเกตว่าตอนนี้จังหวะเวลา สอดรับกันยิ่งมีความพยายามในการพูดคุยและจะได้ข้อตกลง หรือมาตรการที่ต้องทำร่วมกันของหลายฝ่าย ซึ่งเข้าใจว่าเป็นเรื่องที่ต้องปกปิด แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งในอนาคตถ้าความพยายามในการหยุดยิงชั่วคราว เพื่อประเมินความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน เมื่อถึงจุดนั้นความรุนแรงเหล่านี้จะกลบหรือลดความสำคัญการพูดคุยสันติภาพลงไป จึงต้องกลับมาที่นายกรัฐมนตรีในฐานะ ผอ.กรมน. โดยตำแหน่ง และควบคุมกำกับตำรวจ และเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งควบควบคุมทุกองคาพยพเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้มั่นใจได้ว่าแนวทางการแก้ปัญหาในแนวทางการเมืองที่ท่านได้เซ็นคำสั่งแต่งตั้งหัวหน้าการพูดคุย เป็นแนวทางที่จะทะลายหรือออกจากวงจรความรุนแรงได้ ที่ผ่านมาเราสบปัญหาคือหน่วยปฏิบัติอาจจะไม่เห็นพ้องกันมากนัก แต่ตนเชื่อว่านายกรัฐมนตรีจะแสวงหาการตกลงใจร่วมกันของหน่วยงานต่างๆ และเดินหน้าไปสู่การหาข้อตกลงร่วมกันในอนาคต"

Advertisement

แชร์
"รอมฎอน" คาดเหตุบึ้มสภ.-ถล่มนราธิวาส อาจเป็นเกมป่วน "วงเจรจาสันติสุข"