
วันที่ 5 ก.ย. 69 นาย อาบูฮาฟิซ อัลฮากิม โฆษกมาราปาตานี ในฐานะแกนนำขบวนการแนวร่วมปลดปล่อยอิสลามปาตานี ซึ่งเน้นบทบาททางการเมืองและการต่างประเทศ และเป็นสมาชิกกลุ่มมาราปาตานี-Mara Patani ซึ่งเป็นกลุ่มที่เคยอยู่บนโต๊ะพูดคุยกับรัฐบาลไทย เมื่อปี 2558-2563 กล่าวถึงสถานการณ์ที่รุนแรงขึ้นในรอบกว่า 22 ปี และมุมมอง 6 ปี การพูดคุยกับ BRN ไม่เดินหน้าว่า
มาราปาตานียังมีบทบาทในกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ แม้จะไม่ได้เป็นคู่เจรจามาตั้งแต่ปี 2563 ที่เปลี่ยนมาเป็น BRN โดยมองว่า 6 ปีที่ผ่าน ซึ่งล่าช้า ไม่เดินหน้า เพราะคุยกับ BRN เพียงฝ่ายเดียว ทำให้ BRN ยังพยายายามปฏิบัติการส่งสัญญาณ ซึ่งมี 2 ฝ่าย ไม่ใช่แค่รัฐไทย แต่ส่งถึงภายใน BRN ว่าต้องคุยจริงจังด้วย การพูดคุยของ BRN กับฝ่ายไทยทที่ดำเนินมา 5-6 ปีนี้เพียงเจาะจงไปเรื่องเดียว คือลดความรุนแรง แต่ไม่ได้ตกลงอะไรกันเลย ทำให้มีบางฝ่าย ปฏิบัติการอยู่ ทำให้กระบวนการขณะนี้หยุดชะงัก
นายอาบูฮาฟิซ กล่าวว่า หากกระบวนการสันติภาพสะดุดและไม่มีความพยายามให้เดินต่อ ยิ่งเปิดประตู่ให้ความรุนแรงทวีขึ้น ทางฝ่ายรัฐ หรือหัวหน้าการพูดคุยฝ่ายไทย บอกว่าให้ยุติการพูดคุย หลังเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงที่บูเก๊ะซามี และถ้าอยากหาคำตอบจาก BRN ก็พบว่ายังมีเหตุการณ์ขึ้น
"ในส่วนตัว เหตุบูเก๊ะซามี เป็นการส่งสัญญาณอย่างหนึ่งที่อาจจะเกี่ยวหรือไม่ก็ได้ เพราะฝ่ายกองกำลังก็มักจะทำเมื่อถึงเวลา ซึ่งบนโต๊ะก็ยังไม่ตกผลึกเรื่องการสร้างพื้นที่ปลอดภัย ถ้ายุติการพูดคุยก็ยิ่งเปิดโอกาส จะไม่ลดลงโดยทันที เป็นที่น่าเสียใจและเสียดายที่ฝ่ายรัฐได้แต่ตั้งหัวหน้าการพูดคุยคนใหม่ เป็นพลเรือน แต่เหมือนที่เคยเกิดขึ้นว่าหยุดชะงักลง" นายอาบูฮาฟิซ กล่าว
นอกจากนี้นายอาบูฮาฟิซ เปิดเผยอีกด้วยว่า แม้กลุ่ม มารา ปาตานี ซึ่งเป็นการรวมกันของ 6 องค์กร ประกอบด้วย BRN,BIPP,GMIP,PULO-DSPP,PULO-MKP และ PULO-p4 ที่เปิดตัวร่วมโต๊ะพูดคุยกับคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มี พล.อ.อักษรา เกิดผล เป็นหัวหน้าในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อปี 2558 และยุติการพูดคุยไปในปี 2563 หลังคณะพูดคุยชุดใหม่ที่มี พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ เป็นหัวหน้า เริ่มพูดคุยกับขบวนการ BRN เพียงกลุ่มเดียว ในรัฐบาลประยุทธ์ 2 แต่ มาราปาตานี ก็ยังทำงานในกระบวนการพูดคุยมาโดยตลอด จนเห็นว่า 6 ปีที่รัฐบาลไทย พูดคุยกับ BRN ยังไม่เดินหน้า จึงควรรีเซ็ตเริ่มต้นกระบวนการพูดคุยใหม่ โดยให้ทุกกลุ่มเข้ามามีส่วนร่วมกับประชาชนในพื้นที่
ส่วนข้อเสนอ Reset เริ่มใหม่กระบวนการพูดคุยสันติภาพ โฆษกมาราปาตานี มองว่า จากเหตุการณ์ 22 ส.ค. 69 เป็นการส่งสัญญาณว่า ไม่อยากให้หยุดพูดคุย เพราะไม่ได้มุ่งถึงชีวิต ไม่เหมือนบูเก๊ะซามี เชื่อว่าฝ่าย BRN อยากเห็นการพูดคุยจริงจังมากขึ้น และการกระทำไม่ใช่มาจาก BRN อย่างเดียว อาจมีภัยอย่างอื่นมาด้วย จะเห็นว่า BRN จึงไม่ได้เคลมทั้งหมดว่าผู้กระทำ ทั้งไม่ยอมรับและไม่ปฏิเสธ
"ทางออกถ้าจะมี ต้องกลับมาบนโต๊ะพูดคุยแต่รอบนี้ต้องรีเซ็ตใหม่เพื่อให้กระบวนการนี้มันเดินและมีประสิทธิภาคมากขึ้น ต้องรีเซ็ตใหม่แน่นอน เพราะถ้าย้อนหลังลงนามครั้งแรกสมัยนายกยิ่งลักษณ์ และช่วงมาราปาตานี พล.อ.ประยุทธ์รัฐประหาร เดินมา 4-5 ปี ก็ Reset ใหม่อีกรอบมาคุยกับ BRN ใหม่ ที่คุมกำลังจริง แต่ 4-5 ปีที่ผ่านมาเหตุการณ์ก็ยังมีแสดงว่าไม่สามารถควบคุมได้ 100 % ก็ต้องมาคิดใหม่ว่า มีกลุ่มอื่นที่ยังมีศักยภาพ แม้ไม่เท่า BRN แต่เขามีศักภาพจะทำได้ถ้าจะทำ" นายอาบูฮาฟิซ กล่าว
และบอกอีกด้วยว่า ตอนนี้จึงต้อง Reset ใหม่ ที่คุยกับ BRN ก็ว่ากันไป ซึ่งคุยกันจนเกือบจะตกลงกันแล้ว และขณะนี้ BRN ก็ยังไม่ได้ตอบ ซึ่งต้อง Reset ใหม่เอาทุกกลุ่มมาและเอาประเทศอื่นๆ มาร่วมด้วย อย่างที่เราเคยเห็นในมินดาเนา และอาเจะห์ ต้องเอาอาเซียนมาสนับสนุน Peace process ไม่งั้นถ้าล่ม ก็ทำให้ความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ในช่วงสุดท้ายของ มารา เรากำลังทำเซฟตี้โซนของบางอำเภอ ที่ต้องยุติความรุนแรง เหมือนกันอย่างที่ BRN เคยเสนอ ต้องเปิดพื้นที่ให้แลกเปลี่ยนความคิด เหมือน การปรึกษาหารือสาธารณะ ซึ่งระหว่างการพูดคุยไม่สมควรมีเหตุเกิดขึ้น แต่ถ้ามีจะทำยังไง ซึ่งได้เขียนไว้แล้ว แต่น่าเสียดายสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นไม่ได้ เพราะมีความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองก่อน
ต่อข้อซักถามถึงการเสนอมีองค์กรถาวรในกระบวนการพูดคุยสันติภาพชายแดนใต้ นายอาบูฮาฟิซ กล่าวว่า กระบวนการพูดคุยเดินไปได้สวยถ้าทั้งสองฝ่ายนิ่ง ซึ่งตอนนี้ก็นิ่งพอสมควร แต่ปีหน้ามาเลเซียก็จะเลือกตั้งแล้ว ทุกคนต้องจริงจัง มาเลเซีย ใช้เวลานานที่จะสรรหา ผู้อำนวยความสะดวกในการพูดคุยเพื่อสันติภาพคนใหม่ ซึ่งทางไทยร้องขอว่าต้องการฝ่ายทหาร ซึ่งต้องติดตามว่าจะเป็นใคร
"กระบวนการพูดคุยสันติภาพ ควรต้องมีกรรมการอย่างถาวร ไม่จำเป็นต้องพึ่งรัฐบาล ไม่ว่ารัฐบาลจะเปลี่ยนเป็นใคร จะทำยังไงให้ถึงจุดนี้ได้ โดยไม่สนใจว่าใครจะเป็นนายกรัฐมนตรี รวมถึงฝ่ายมาเลเซีย ผมคิดว่าจุดตรงนี้อยู่ที่รัฐสภา ต้องอกกฏหมาย เราคุยมา 13 ปี ยังไม่มีกฏหมายว่าด้วยการพูดคุย มีรัฐบาลประชาธิปไตยมา 2 รอบแล้วยังไม่มี ซึ่งฝ่ายรัฐควรมีกฏหมายบางอย่างเพื่อสสนับสนุน Peace process แต่ก็ยังไม่มี" นายอาบูฮาฟิซ กล่าว
แต่ถึงอย่างไรก็ตาม นายอาบูฮาฟิซ ยังเห็นด้วยว่า ในขณะที่รัฐบาลมีการตั้งนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา เป็นประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี มีนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้แทนพิเศษภาคใต้ ทำหน้าที่ ครม.น้อย และมีนายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ เป็นหัวหน้าการพูดคุยเพื่อสันติสุข แล้วทำไมยังมีเหตุการณ์ความรุนแรงมากกว่า 100 เหตุการณ์ ซึ่งต้องมองในทุกแง่มุม
"ถ้าเราเทียบช่วงก่อนๆ มีการวิสามัญฆาตกรรม ฝ่ายกองกำลัง BRN อาจจะไม่พอใจว่าไหนว่ากำลังลดความรุนแรง ทำไมไม่คุยกัน แต่ยังมีเรื่องการปิดล้อมตรวจค้น ซึ่งเราจะโทษฝ่ายรัฐอย่างเดียวไม่ได้ เพราะคนถือปืนสองฝ่าย คิดไม่ตรงกับบนโต๊ะ เขามีปืนในมือจะปฏิบัติเวลาไหนก็ได้ ตราบใดยังไม่มีการตกลงอะไรบางอย่างบนโต๊ะเจรจา" นายอาบูฮาฟิซ กล่าว
เมื่อสอบถามถึงมุมมองต่อการก่อเหตุรุนแรงกับ อบต.เทศบาล องค์กรท้องถิ่น นายอาบูฮาฟิซ กล่าวว่า ตนก็ตั้งคำถามด้วยว่าทำไม อบต.และการปกครองท้องถิ่นเป็นเป้าหมายในรอบนี้ เพราะไม่ได้มีฐานะที่ทำนโยบาย ผมก็ตั้งคำถามว่าทำไมเป็นเป้าหมาย ถ้า BRN อยากปกครองตนเอง การปกครองตนเองโครงสร้างใหญ่ก็ต้องมี เช่นผู้ว่าก็ต้องมาจากการเลือกตั้ง แต่ก็ต้องมีการปกครองท้องถิ่น ถนนหนทางที่เกี่ยวข้องกับท้องถิ่นต้องมี เราไปแตะตรงนั้นด้วยเหตุผลอะไร ซึ่งเกือบ 90 เปอร์เซ็นต์เป็นมลายูมุสลิมทั้งหมด ถ้าไม่พอใจแบบนี้ไปทำก็ตอบยาก จึงอาจมีปัจจัยอื่น แต่ส่วนตัวผมไม่เห็นด้วย ถ้าหากได้ปกครองตนเองจริงๆ กลไกนี้จะสำคัญที่เราจะให้เขาดำเนินต่อ ข้อเสนอของมาราปาตานีเราไม่ได้จะไปแก้ระบบทั้งหมด มันยากไม่ใช่ง่าย เราดูว่าตรงไหนบกพร่องก็จัดระเบียบ ความคิดเดิมมารา ตรงไหนบกพร่องก็ไปแก้เป็นจุดนั้น
ส่วนข้อซักถามถึงข้อเสนอมาราปาตานีในช่วงพูดคุยเมื่อ 11 ปีก่อน นายอาบูฮาฟิซ ได้เล่าให้ทราบว่า ในช่วงมาราพูดคุยมีข้อเสนอการจัดทำพื้นที่ปลอดภัย ในช่วงปี 2558-2563 ซึ่งเป็นการสร้างไว้เนื้อเชื่อใจว่า 2 ฝ่ายทำงานร่วมกันได้หรือไม่ ถ้าสำเร็จเราทำได้จริง สิ่งแรกที่จะทำ จะต้องยุติความรุนแรง แม้เราไม่อาจจะควบคุมเขาได้ แล้วหลังจากนั้นจะถามประชาชน ปรึกษาหารือ ว่าเห็นด้วยกับเราหรือไม่ ซึ่งมาราก็เห็นไม่ได้แตกต่างจากประชาชน มาราก็จะเข้าไปถามไปคุย ถ้าเขาเห็นด้วย จะหาโอากาสมาช่วย และจะมีคณะกรรมการชุดหนึ่งมากำกับดูแล ตอนนั้นเราอยู่ในช่วงการไว้เนื้อเชื่อใจกัน แต่น่าเสียดายที่ต้องยุติไป
ส่วนข้อซักถามการพูดคุยระหว่างคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขของไทยกับ BRN ยังไม่ถึงจุดไว้เนื้อเชื่อใจ นายอาบูฮาฟิซ กล่าวย้ำว่าข้อเสนอ Reset กระบวนการพูดคุยสันติภาพใหม่ เป้าหมายเพื่อยุติความรุนแรงเป็นสิ่งแรก ต้องพูดคุยกับทุกกลุ่ม Inclusive ซึ่งมาราปาตานี ได้ยื่นข้อเสนอนี้ไปยังนายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ หัวหน้าการพูดคุยเพื่อสันติสุขไปเมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งเราไม่ได้มีจุดมุ่งหมายจะไปเปลี่ยนอะไรบางอย่าง ของการปกครองไทย
ส่วนข้อซักถามถึงกรณี BRN พูดถึงการปกครองตนเอง และความเข้าใจของคนไทยว่าการพูดคุยจะเปิดทางให้ BRN ไปสู่เป้าหมายแบ่งแยกดินแดน จึงไม่เห็นด้วยนั้น นายอาบูฮาฟิซ กล่าวว่า เมื่อฝ่ายขบวนการตกลงจะขึ้นโต๊ะพูดคุย แสดงว่าเขาจะไม่หยิบยกเรื่องเอกราช Merdeka มาเป็นประเด็นหลัก แต่ไม่ใช่ว่าไม่เอา เพราะเป็นความต้องการของมนุษย์ ไม่ต่างสมัยพม่ามายึดครองกรุงศรีอยุธยา ไทยก็ไม่ยอมรับ ก็ไม่อยากให้คนอื่นมากำหนดทิศทางชีวิต จนเกิดศึกบางระจันขึ้น
"แต่เมื่ออยู่บนโต๊ะพูดคุย เรื่อง Medeka ก็พ้นสมัยแล้ว คนจะพูดเรื่องสิทธิมากกว่า อย่างผมเคยคุยกับอดีตประธานาธิบดีติมอร์เลสเตอร์ ก็ยังบอกว่าเสียหายที่เอาเอกราชมา เพราะตอนรับมาประเทศเขาไม่มีอะไรเลย เขาบอกว่าเราน่าจะอยู่กับอินโดนีเซียสัก 10-20 ปีเพื่อพัฒนาประเทศ เพราะตำราหนังสือเรียนไม่รู้จะใช้ภาษาอะไร ตอนนั้นจะใช้ภาษาโปรตุเกสก็ไม่ได้ จะใช้ภาษาอินโดก้ไม่ได้ บทเรียนการศึกษา ทางเศรษฐกิจ และทรัพยากรธรรมชาติมีเยอะ แต่ไม่รู้จะทำยังไง เขาก็ไม่มีศักยภาพพอจะไปทำเองได้ มันไม่ง่ายนะ" นายอาบูฮาฟิซ กล่าว
ส่วนข้อซักถามกรณีการแบ่งแยกดินแดน Merdeka ทำไม่ได้บนโต๊ะพูดคุยเพื่อสันติภาพ นายอาบูฮาฟิซ กล่าวว่า เมื่อมาอยู่บนโต๊ะพูดคุย มีแค่การปกครองตนเอง Autonamy อย่างที่โฆษกคณะพูดคุยของ BRN ได้พูดไว้ล่าสุด ซึ่ง BRN ต้องสื่อสารให้มากว่าต้องการอะไร และต้องเลิกพูดถึง End State ที่สองฝ่ายคุยกันในช่วง พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เป็นหัวหน้าคณะพูดคุย ทั้งฝ่ายไทย และ BRN ก็มีไม่ตรงกัน จึงเลิกพูดไปได้เลย
"ผมจึงเสนอว่าสันติภาพชายแดนใต้จะเกิดขึ้นต้องรีเซ็ตใหม่ ต้องนับหนึ่งใหม่ ต้องมารวมทุกกลุ่ม ต้องกลับไปถามประชาชนในพื้นที่ ให้ประชาชนถามได้ว่า จะนำพวกเราไปไหนอย่างไร จะแก้อย่างไร จะทำอย่างไรให้มันดี ปัญหาเศรษฐกิจ สังคม ยาเสพติดจะแก้ยังไง ประชาชนในพื้นที่ต้องมีส่วนร่วมได้จริงๆ" นายอาบูฮาฟิซ กล่าว
Advertisement