
วันที่ 25 ส.ค.2569 จากกรณีการหายตัวไปอย่างลึกลับของ "หะยีสุหลง อับดุลกาเดร์ โต๊ะมีนา" บุรุษผู้เป็นทั้งอิหม่าม นักการศึกษา นักกิจกรรม และนักการเมือง ผู้ซึ่งได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนและความยุติธรรมในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
โดยก่อนที่ "หะยีสุหลง" จะหายตัวไป "หะยีสุหลง ได้รับเลือกเป็นประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี (PICP) พร้อมกับได้ร่าง "ข้อเรียกร้อง 7 ประการ" เพื่อเสนอต่อรัฐบาลไทย เมื่อวันที่ 3 เม.ย.2490 สะท้อนถึงความปรารถนาที่จะให้ภาคใต้ของไทยถูกปกครองโดยคนในท้องถิ่น เพื่อตอบสนองความต้องการของชาวปาตานี โดยมีสาระสำคัญคือ
1. ขอให้แต่งตั้งบุคคลซึ่งมีอำนาจเต็มมาปกครองใน 4 จชต.
2. ข้าราชการใน 4 จชต. ต้องเป็นมุสลิมอย่างน้อย 80%
3. ให้ใช้ภาษาไทยและภาษามลายูเป็นภาษาราชการใน 4 จชต.
4. ให้ใช้ภาษามลายูเป็นภาษากลางในการสอนในโรงเรียนชั้นประถม
5. ให้ใช้กฎหมายมุสลิมในศาลศาสนา
6. ภาษีที่เก็บได้ใน 4 จชต. ต้องใช้จ่ายในพื้นที่เท่านั้น
7. ให้จัดตั้งคณะกรรมการมุสลิมมีอำนาจเต็มในการดำเนินการเกี่ยวกับคนมุสลิมทุกเรื่อง โดยอยู่ในอำนาจสูงสุดของผู้นำตามข้อ 1
ล่าสุดเพจเฟซบุ๊ก “ทีมโฆษก กอ.รมน.” ได้โพสต์ “7 ข้อเรียกร้องของหะยีสุหลง” กับสิ่งที่รัฐดำเนินการ จากข้อเรียกร้องในอดีต สู่แนวทางการบริหารและพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
พร้อมชี้แจงรายละเอียด ถึงสิ่งที่รัฐ ได้ดำเนินการตามข้อเรียกร้องของ "หะยีสุหลง"
1. รัฐไม่ได้คัดค้านผู้มีความรู้ความสามารถในการดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง เช่น ในจังหวัดปัตตานี ได้แต่งตั้งผู้ว่าราชการหญิงที่นับถือศาสนาอิสลามในพื้นที่
2. ข้าราชการใน จชต. ปัจจุบันมีผู้นับถือศาสนาอิสลาม มากกว่า 90%
3. ภาษามลายู ได้รับการยอมรับกำหนดเป็นอีกหนึ่งภาษาที่ใช้กันทั่วไปในพื้นที่ จชต. ทั้งภาษาพูด และตัวอักษรในภาษาเขียน
4. ในโรงเรียนระดับประถมศึกษาและตาดีกา ครูผู้สอนส่วนใหญ่ใช้ภาษามลายูกับเด็กนักเรียนอยู่แล้ว ซึ่งรัฐได้ส่งเสริมอัตลักษณ์ทางด้านภาษาท้องถิ่นมาโดยตลอด
5. รัฐได้กำหนดให้มี พ.ร.บ. ว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัดปัตตานี นราธิวาส ยะลา และสตูล พ.ศ. 2489 เกี่ยวกับเรื่องของครอบครัวและมรดก
6. ปัจจุบันภาษีที่เก็บได้ใน จชต. ถูกนำมาใช้ในพื้นที่ ซึ่งมีไม่เพียงพอ รัฐจึงสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถพัฒนาและบริหารราชการแผ่นดินได้เท่าเทียมกับพื้นที่อื่นของประเทศไทย
7. ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นหัวหน้าสูงสุดฝ่ายบริหารส่วนภูมิภาค มีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลในด้านต่างๆ ตามที่กฎหมาย และ ครม. มอบหมาย
ข้อมูลจาก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า
Advertisement