
ก่อนหน้านี้ โปรแกรมการสะสมคะแนนถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการตลาดเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายและรักษาฐานลูกค้า โดยแต่ละแบรนด์มีโปรแกรมสะสมแต้มของตนเอง การใช้แต้มข้ามแบรนด์จะเกิดขึ้นได้ในกรณีที่อยู่ภายใต้เครือเดียวกันหรือเป็นพันธมิตรกันเท่านั้น
แต่เครือเจริญโภคภัณฑ์ (เครือซีพี) กำลังปั้นธุรกิจน้องใหม่ที่จะทำให้โปรแกรมการสะสมคะแนนเปลี่ยนไป เป็นการดึงแต้มจากหลายแบรนด์ในเครือมารวมกันไว้ที่เดียวใน ‘Amaze’ (แอปพลิเคชัน ‘Amaze Super App’) แพลตฟอร์มที่ผนวกฟีเจอร์อีคอมเมิร์ซ ‘Amaze Mall’ เข้ากับอีโคซิสเต็ม ‘Amaze Points’ ซึ่งผู้ใช้งานสามารถใช้พอยต์แทนเงินสด แลกคูปองส่วนลด รวมถึงสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ได้หลายช่องทาง ทั้งโมเดิร์นเทรด ร้านสะดวกซื้อ บริการต่าง ๆ ในเครือซีพี และแบรนด์อาหารเครื่องดื่มต่าง ๆ นอกเครือที่เข้ามาใช้ระบบของ Amaze ด้วย
บริษัท แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ จำกัด ในเครือซีพี เปิดตัว Amaze เมื่อปี 2568 และต่อมามีความร่วมมือทางธุรกิจกับ เอ็นทีที โดโคโม โกลบอล (NTT DOCOMO GLOBAL) ยักษ์โทรคมนาคมจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาระบบสร้างความผูกพันกับลูกค้า (Loyalty Program) เพื่อร่วมกันผลักดันการเติบโตของ Amaze
แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ ตั้งเป้าให้ Amaze มีผู้ใช้บริการประมาณ 40 ล้านคน ตามฐานผู้ใช้บริการโปรแกรมสะสมคะแนนของแบรนด์ต่าง ๆ ในเครือซีพี เช่น 7-Eleven, Lotus’s และ True
สำหรับเครือซีพี Amaze ถูกวางให้เป็นอีกหนึ่งธุรกิจทำเงินภายใต้โมเดลใหม่ สำหรับภาพใหญ่ของตลาด ถ้า Amaze ประสบความสำเร็จตามเป้า มันจะสร้าง ‘Loyalty Commerce’ (การค้าขายโดยใช้ ‘คะแนน’ แทนเงินตราในการใช้จ่ายและกระตุ้นให้เกิดการซื้อซ้ำ) ขึ้นมา และน่าจะมีส่วนเปลี่ยนโฉมตลาดและพฤติกรรมการจับจ่ายของผู้บริโภคเป็นอย่างมาก
Amaze เกิดขึ้นมาจากการวางกลยุทธ์ของ แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ ที่มีเป้าหมายจะขยายดิจิทัลอีโคซิสเต็มของประเทศไทยผ่าน Amaze ภายใต้พันธกิจ “ทุกพอยต์มี ความหมายสำหรับทั้งผู้บริโภคและพันธมิตรทางธุรกิจในประเทศไทย” ทั้งนี้ หลังจากเปิดตัวครบ 1 ปี Amaze เติบโตจนมีจำนวนสมาชิกประมาณ 4 ล้านราย ณ เดือนเมษายน 2569
แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ กับ NTT DOCOMO GLOBAL บรรลุข้อตกลงในการเข้าร่วมเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ ด้านเงินทุน เมื่อวันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม 2568 ตามด้วยการลงนามข้อตกลงความร่วมมือทางธุรกิจเมื่อวันพุธที่ 25 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา และในวันที่ 24 เมษายน 2569 ทั้งสองบริษัทร่วมกันเปิดตัว ‘Amaze Survey’ โซลูชันการตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลเชิงลึกจากลูกค้า เพื่อให้บริการแก่บริษัทต่าง ๆ ที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยให้สามารถส่งมอบประสบการณ์การซื้อที่ดีขึ้นให้แก่ลูกค้า เพื่อผลักดันให้เกิดเศรษฐกิจดิจิทัลที่มีการเชื่อมต่อถึงกันมากขึ้น
ภายใต้ความร่วมมือนี้ ทั้งสองบริษัทมุ่งเน้นการดำเนินโครงการธุรกิจ 2 ด้านหลัก ได้แก่
1. การนำเสนอโซลูชันด้านการตลาดสำหรับองค์กรต่าง ๆ ที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย
ทั้งสองบริษัทจะนำความเชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ข้อมูลของ DOCOMO มาผสานกับฐานผู้ใช้งานของเครือซีพี เพื่อพัฒนาเครื่องมือทางการตลาดสำหรับให้บริการแก่ธุรกิจในไทย โดยอาศัยข้อมูลทั้งด้านคุณลักษณะผู้ใช้และพฤติกรรมการซื้อ เพื่อให้การวางแผนการตลาดมีความแม่นยำมากขึ้น
บริการแรกที่เปิดตัวคือ ‘Amaze Survey’ ซึ่งเป็นบริการเครื่องมือสำรวจความคิดเห็นที่เจาะกลุ่มสมาชิก Amaze โดยตรง ต่างจากการสำรวจแบบทั่วไปที่สุ่มจากผู้บริโภควงกว้าง โดยบริการครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบแบบสำรวจ การวิเคราะห์ ไปจนถึงการนำผลไปใช้เชิงกลยุทธ์
บริการนี้ แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ พัฒนาร่วมกับ INTAGE บริษัทวิจัยในเครือของ DOCOMO โดยต่อยอดจากบริการวิจัยที่ DOCOMO และ INTAGE พัฒนาร่วมกันในประเทศญี่ปุ่น และได้สร้างผลงานที่แข็งแกร่งในตลาดลอยัลตี้ที่พัฒนาอย่างเต็มที่ของญี่ปุ่น
2. โปรแกรมรางวัลและสิทธิประโยชน์ผ่านแพลตฟอร์ม ‘Amaze’
แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ มีแผนทำแคมเปญภายใต้โครงการ “Consumer Engagement Program” ต่อเนื่องตลอดทั้งปี ซึ่งจะเป็นแคมเปญมอบสิทธิประโยชน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟและดีลพิเศษทั่วประเทศที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับประสบการณ์การชอปปิ้งในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคชาวไทยให้คุ้มค่ายิ่งขึ้น เพื่อกระตุ้นการใช้งานแพลตฟอร์ม
แคมเปญหลักที่จะเปิดตัวภายใต้โครงการนี้ ได้แก่
สำหรับแผนความร่วมมือในอนาคต ทั้งสองบริษัทมีแผนที่จะให้บริการโซลูชันด้านการตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น ซึ่งรวมถึงการมอบคูปองและสิทธิประโยชน์ที่ปรับแต่งให้เหมาะสมกับความชื่นชอบ ความสนใจ และไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคแต่ละคน
นอกจากนี้ จะมีการเปิดตัว ‘Amazing Japan’ ภายใน ‘Amaze Mall’ เป็นการนำแบรนด์สินค้าจากญี่ปุ่นมาให้ลูกค้าเลือกซื้อได้ ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป ซึ่งในขณะนี้ มีแบรนด์ชั้นนำจากญี่ปุ่นจำนวนมากที่กำลังพิจารณาเข้าร่วม เช่น MITSUKOSHI DEPACHIKA, aiwa, Bigen, IRIS OHYAMA, LION และ SHARP
ศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า การร่วมทุนระหว่างธุรกิจในเครือซีพีกับ NTT DOCOMO Global สะท้อนถึงความเชื่อมั่นและความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทยและญี่ปุ่น โดยความร่วมมือครั้งนี้จะนำเทคโนโลยี องค์ความรู้ และศักยภาพระดับโลก มาสร้างประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมให้แก่ทั้งสองประเทศ
นอกจากนี้ จากความร่วมมือดังกล่าวจะนำมาสู่การเชื่อมศักยภาพของทั้งสองบริษัทเข้าด้วยกัน เพื่อยกระดับการแลกเปลี่ยนข้อมูล การพัฒนา Analytics และ AI รวมถึงต่อยอดธุรกิจอีคอมเมิร์ซให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้สินค้าและบริการจากญี่ปุ่นเข้าถึงผู้บริโภคชาวไทย ขณะเดียวกันก็เป็นการสนับสนุนสินค้าและบริการของไทยให้ขยายเข้าสู่ตลาดญี่ปุ่นด้วย
“การลงทุนของ NTT DOCOMO Global จึงไม่เพียงสะท้อนความเชื่อมั่นต่อการดำเนินธุรกิจร่วมกัน แต่ยังตอกย้ำศักยภาพของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีและอีคอมเมิร์ซของภูมิภาคอีกด้วย” รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์กล่าว
ฮิโรกิ คุริยามะ (Hiroki Kuriyama) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร NTT DOCOMO GLOBAL กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตในภาคดิจิทัลสูง ความร่วมมือกับแอสเซนด์ คอมเมิร์ซ ในครั้งนี้เป็นมากกว่าพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ด้านเงินทุน แต่เป็นความคิดริเริ่มในการนำความเชี่ยวชาญด้านการตลาดค้าปลีก และการบริหารความสัมพันธ์ลูกค้าจากญี่ปุ่นมาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจในระยะยาว
คุริยามะบอกว่า NTT DOCOMO GLOBAL จะทำงานร่วมกับพันธมิตร (แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ) อย่างใกล้ชิด เพื่อบ่มเพาะอีโคซิสเต็มที่จะสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว และมุ่งมั่นที่จะนำเสนอโซลูชันการตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและบริการไลฟ์สไตล์ดิจิทัล เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์ ‘ความมหัศจรรย์และความสุข’ ให้แก่ผู้คนและองค์กรทั้งในประเทศไทยทั่วโลก
ฮิเดกิ อิชิบาชิ (Hideki Ishibashi) ผู้บริหารและหัวหน้ากลุ่มธุรกิจบริการผู้บริโภค NTT DOCOMO กล่าวว่า NTT DOCOMO มีเป้าหมายในการขยายประสบการณ์และองค์ความรู้จากการบริหารฐานสมาชิก 100 ล้านรายในญี่ปุ่นสู่ตลาดต่างประเทศในเชิงรุก ซึ่งการดำเนินโครงการในประเทศไทยผ่านความร่วมมือกับเครือซีพี และแอสเซนด์ คอมเมิร์ซ ถือเป็นโมเดลต้นแบบของ การนำสินทรัพย์ภายในประเทศไปปรับใช้ในต่างประเทศ และมีความสำคัญเชิงกลยุทธ์อย่างยิ่งต่อบริษัท
นอกจากนี้ โครงการนี้ยังเป็นโอกาสแรกในการแสดงให้เห็นถึงการผสานพลังระหว่าง DOCOMO และ INTAGE ในตลาดต่างประเทศ ซึ่งทั้งสองบริษัทมีความคาดหวังสูงต่อศักยภาพดังกล่าว
ความร่วมมือครั้งนี้ยังเป็นการผนึกกำลังครั้งแรกระหว่าง DOCOMO และ INTAGE ในต่างประเทศ เพื่อนำเทคโนโลยี AI และการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงมาสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการตลาดที่สนับสนุนห่วงโซ่คุณค่าครบวงจร (value chain) ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Marketing DX) ให้กับภาคธุรกิจในไทยผ่านโซลูชันการส่งโฆษณาแบบข้ามสื่อและการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก เพื่อสร้างมูลค่าสูงสุดให้กับพันธมิตรในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่อไป
ธรินทร์ ธนียวัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ จำกัด และผู้อำนวยการบริหารกลุ่ม ด้านอีคอมเมิร์ซ เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า ‘Amaze Super App’ จะทำหน้าที่เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาอีโคซิสเต็มด้านลอยัลตี้และโปรแกรมสะสมคะแนนของประเทศไทย ทั้งสำหรับภาคธุรกิจและผู้บริโภค โดยแอสเซนด์ คอมเมิร์ซ และ DOCOMO จะร่วมกันพัฒนา Amaze ให้เป็นแพลตฟอร์มสำหรับผู้บริโภคที่เชื่อมต่อถึงกันมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้าน CRM และลอยัลตี้ที่แข็งแกร่ง เพื่อสนับสนุนภาคธุรกิจทั่วประเทศไทย
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ กล่าวอีกว่า การบูรณาการเครือข่ายค้าปลีก และพันธมิตรของเครือซีพีเข้ากับอีโคซิสเต็มของ Amaze ที่เชื่อมต่อถึงกันและขับเคลื่อนด้วยข้อมูล จะช่วยปลดล็อกโอกาส ทางธุรกิจและความร่วมมือระหว่างแบรนด์ต่าง ๆ บนแพลตฟอร์มได้ดียิ่งขึ้น ส่งผลให้พาร์ตเนอร์สามารถเข้าถึงผู้ใช้งานไม่ซ้ำกันกว่า 40 ล้านรายทั่วทั้งอีโคซิสเต็มบริการต่าง ๆ ในเครือซีพี พร้อมทั้งใช้ประโยชน์จากเครื่องมือดิจิทัลที่สามารถปรับแต่งได้ โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมาก
ธรินทร์อธิบายอีกว่า ตั้งเป้าจะดึงเชนร้านอาหารเข้ามาใช้บริการ Amaze ซึ่งร้านอาหารจะได้ประโยชน์จากการที่ไม่ต้องทำการตลาดเองและสามารถเชื่อมต่อกับลูกค้าได้โดยตรง มีโอกาสสร้างยอดขายได้มากขึ้น โดยโมเดลการทำรายได้ของ Amaze ในส่วนนี้จะเป็นการคิดค่าบริหารแต้มและค่าการตลาด ซึ่งต่ำกว่าค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มในท้องตลาด และจะนำเสนอบริการระบบ CRM สำหรับร้านอาหารต่อไป
ทั้งนี้ ในด้านความปลออดภัยของข้อมูลและความเป็นส่วนตัวของสมาชิก ธรินทร์ยืนยันว่า องค์กรธุรกิจที่เข้ามาใช้บริการ Amaze จะสามารถเข้าถึงข้อมูลของลูกค้าได้โดยไม่มีการระบุตัวบุคคล เช่น จะทราบว่าลูกค้าอยู่ย่านไหน อายุเท่าใด ชอบซื้ออะไรในช่วงเวลาไหน แต่จะไม่ทราบชื่อ
สำหรับผู้บริโภคจะได้ประโยชน์จากการใช้คะแนนได้จริง เพราะเมื่อสามารถนำคะแนนจากหลาย ๆ แบรนด์มารวมกันเป็นก้อนเดียวได้ ก็จะทำให้คะแนนเหล่านั้นมีพลังในการจับจ่ายขึ้นมามากกว่าการปล่อยให้คะแนนกระจายอยู่คนละที่แล้วมีจำนวนไม่มากพอที่จะใช้ แล้วในที่สุดคะแนนก็อาจจะหมดอายุไปก่อนจะสะสมได้พอใช้จ่าย
ผู้ใช้งาน Amaze สามารถนำพอยต์ไปใช้ทั้งใน ‘Amaze Mall’ และร้านค้าหรือบริการต่าง ๆ ภายใต้เครือซีพี ซึ่งมีฐานธุรกิจขนาดใหญ่ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น 7-Eleven ที่มีสาขาประมาณ 15,000 แห่ง Lotus’s ราว 2,500 แห่ง และ True ที่มีผู้ใช้งานประมาณ 52 ล้านราย รวมถึงแบรนด์ต่าง ๆ ที่เข้าร่วมใช้บริการระบบของ Amaze ยกตัวอย่างแบรนด์ที่ไม่ใช่ของเครือซีพีแต่เข้าร่วมใช้บริการ Amaze แล้ว คือ กาแฟวันทูทู (ONE TO TWO Coffee) และอานท์ตี้ แอนส์ (Auntie Anne’s)
นอกจากนี้ ในระยะถัดไปจะสามารถใช้จ่ายได้ที่ร้านอาหารเครือต่าง ๆ ที่เครือซีพีจะดึงเข้ามาใช้บริการ Amaze ต่อไป