
ขณะที่สภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่อ่อนแอกดดันตลาด ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าแข่งขันกันอย่างเข้มข้น ผู้เล่นในตลาดต่างแข่งกันพัฒนานวัตกรรมออกมาแย่งชิงลูกค้า และบางแบรนด์ไม่ได้คาดหวังแค่การเพิ่มยอดขายและส่วนแบ่งตลาด (market share) แต่ยังหวังไปถึงการยกระดับ ‘แบรนด์’ ด้วย ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ ไฮเออร์ (Haier) แบรนด์ดังจากประเทศจีน
ไฮเออร์ (ประเทศไทย) ผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ ไฮเออร์ (Haier) แถลงแผนธุรกิจปี 2569 เมื่อวันที่ 27 มีนาคมที่ผ่านมา โดยประกาศเดินหน้ารุกตลาด อัดงบลงทุนกว่า 1,200 ล้านบาท เร่งขยายเครือข่ายการจัดจำหน่าย และเปิดตัวสินค้าใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ครบทุกหมวดสินค้า รวมกว่า 50 รายการ เพื่อยกระดับสู่ระบบนิเวศอัจฉริยะ
เป้าหมายของไฮเออร์ คือ รายได้ปี 2569 เติบโตขึ้น 25% เป็น 14,000 ล้านบาท พร้อมกับต่อยอดการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการตลาด เพื่อมุ่งสู่การเป็นแบรนด์ระดับโลก (global brand) ให้ได้อย่างยั่งยืน
ต่ง เจี้ยนผิง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไฮเออร์ อีเลคทริคอล แอพพลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า แม้ภาพรวมตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในปี 2568 จะได้รับแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ผันผวน แต่ถือเป็นปีที่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านสำคัญของอุตสาหกรรม โดยผู้บริโภคหันมาให้ความสำคัญกับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตมากขึ้น ทั้งในด้านความสะดวกสบาย การประหยัดพลังงาน และเทคโนโลยีอัจฉริยะที่สามารถเชื่อมต่อและเรียนรู้พฤติกรรมการใช้งานมากยิ่งขึ้น
“แนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนานวัตกรรมของไฮเออร์ โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ผสานเทคโนโลยี AI และฟังก์ชันด้านสุขอนามัย ที่เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ไฮเออร์ ประเทศไทย สามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง แม้อยู่ในสภาวะตลาดที่ท้าทาย”
ในปี 2568 ไฮเออร์มีรายได้รวม 11,230 ล้านบาท และมีส่วนแบ่งตลาด 14% เป็นผลมาจากการเติบโตในทุกกลุ่มสินค้า สะท้อนความแข็งแกร่งของพอร์ตสินค้าและความสามารถในการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคได้อย่างครอบคลุม
สำหรับปี 2569 ต่ง เจี้ยนผิง กล่าวว่า ไฮเออร์ยังคงเดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรม พร้อมขับเคลื่อนองค์กรด้วย AI Transformation โดยนำเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้ในทุกมิติทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล การบริหารซัพพลายเชน และบริการหลังการขาย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
ไฮเออร์ตั้งเป้ารายได้ในปี 2569 ไว้ที่ 14,000 ล้านบาท หรือเติบโตกว่า 25% และเตรียมงบลงทุนกว่า 1,200 ล้านบาท เพื่อขยายเครือข่ายการจัดจำหน่ายทั่วประเทศ ผ่านการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย ทั้งทาง ดีลเลอร์ โมเดิร์นเทรด และออนไลน์ พร้อมเร่งพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลและอีคอมเมิร์ซให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ โดยจะมุ่งขยายสัดส่วนสินค้าพรีเมียม และพัฒนา smart ecosystem ที่เชื่อมต่อทุกผลิตภัณฑ์เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาว
ประธานกรรมการบริหาร ไฮเออร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ประเทศไทยยังคงเป็นตลาดยุทธศาสตร์สำคัญของไฮเออร์ในภูมิภาคอาเซียน และเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนหลักของการเติบโตในระดับโลก โดยในปี 2569 ไฮเออร์มุ่งยกระดับองค์กรสู่การเป็น global brand อย่างเต็มรูปแบบ ผ่านการพัฒนาโซลูชันเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะที่เชื่อมต่อเป็นระบบเดียวกัน พร้อมยกระดับประสบการณ์ผู้บริโภคให้ครอบคลุมในทุกมิติของการใช้งาน ควบคู่กับการขยายการเข้าถึงตลาดและเสริมสร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์อย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันรายได้สู่ 14,000 ล้านบาท และวางรากฐานให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการเติบโตที่สำคัญของไฮเออร์ในระดับโลกในระยะยาว
พร้อมกันนี้ ไฮเออร์ได้เปิดตัวไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้แนวคิด “AI Smart Living” ครอบคลุมทุกกลุ่มสินค้า เพื่อสะท้อนถึงการยกระดับไฮเออร์สู่การเป็น AI Ecosystem Brand (แบรนด์ที่ขับเคลื่อนด้วยระบบนิเวศ AI) ที่เชื่อมต่อทุกอุปกรณ์ภายในบ้านเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ
กลุ่มเครื่องปรับอากาศ กลุ่มสินค้าหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตของไฮเออร์ในปีนี้ ชูสินค้าเรือธง Haier UV Cool Voice Series รุ่น VRSA ที่มาพร้อมเทคโนโลยี AI Voice สั่งงานด้วยเสียงได้โดยไม่ต้องใช้รีโมตหรือเชื่อมต่อ Wi-Fi เสริมด้วยระบบ UVC Pro ที่ช่วยลดกลิ่นอับและยับยั้งเชื้อโรคได้ถึง 99.9% ฟังก์ชัน AI ECO ช่วยประหยัดพลังงานอัจฉริยะ อีกทั้งยังเตรียมเปิดตัว Solar AC Series เครื่องปรับอากาศพลังงานแสงอาทิตย์ ที่ช่วยลดค่าไฟเหลือ 0 บาท โดยตั้งเป้ายอดขายเติบโต 15%
กลุ่มเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์ เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ไฮเออร์เดินหน้าขยายตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบรับดีมานด์ในภาคธุรกิจและอาคารเชิงพาณิชย์ โดยเตรียมเปิดตัว 2 ซีรีส์ 4 รุ่น ได้แก่ HCSI-24XSR32, HCSI-38XTR32 (แบบ Cassette) และ HCFI-24XSR32, HCFI-38XTR32 (แบบ Ceiling) โดยตั้งเป้ายอดขายโต 40%
กลุ่มตู้เย็น กลุ่มสินค้าที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของไฮเออร์ โดยเตรียมเปิดตัวรุ่นใหม่ล่าสุด 3 ซีรีส์ ได้แก่ Horizon, Space Fit Pro และ Space Slim โดยตั้งเป้ายอดขายโต 32%
กลุ่มเครื่องซักผ้า เปิดตัว 4 ซีรีส์ใหม่ นำโดย L+ ซีรีส์, Laundry Center ซีรีส์, X9 ซีรีส์ และ เครื่องซักผ้า 3 ถังซีรีส์ (Triple Drum) พร้อมชูเทคโนโลยีเด่น เช่น นวัตกรรมซักแยก 3 ถังในเครื่องเดียว เพื่อการใช้งานที่สะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพสูง โดยตั้งเป้าโต 36%
กลุ่มตู้แช่ เปิดตัว 2 ซีรีส์ใหม่ ที่มาพร้อมเทคโนโลยีเด่น เช่น High Temperature Alarming ระบบแจ้งเตือนเมื่ออุณหภูมิสูงกว่าปกติ และ DEO Fresh / H-DEO Fresh เทคโนโลยียับยั้งแบคทีเรียสูงถึง 99.9% และกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ภายในตู้ โดยตั้งเป้าโต 18%
กลุ่มทีวี เตรียมเปิดตัว 7 ซีรีส์ มากกว่า 20 รุ่น โดยตั้งเป้าโต 32%
กลุ่มเครื่องทำน้ำอุ่น เตรียมเปิดตัว 6 ซีรีส์ รวม 12 รุ่น ครอบคลุมทั้งกลุ่มแมสและพรีเมียม เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคในทุกเซ็กเมนต์ และรองรับความต้องการที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น โดยตั้งเป้าเติบโต 30%
สำหรับด้านการตลาด ไฮเออร์วางกลยุทธ์การตลาดแบบบูรณาการ เพื่อยกระดับการรับรู้แบรนด์และสร้างการมีส่วนร่วมในทุก touchpoint ผ่านสื่อโฆษณาครบวงจร ทั้งทีวี สื่อนอกบ้าน และแพลตฟอร์มดิจิทัล ควบคู่กับกิจกรรมออนไลน์อย่าง Haier Dream For Fans Season 6 โปรโมชัน ณ จุดขาย และ Roadshow ทั่วประเทศ เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง
ขณะเดียวกัน ไฮเออร์ยังเดินหน้ากลยุทธ์ Sport Marketing ผ่านกิจกรรมสำคัญ เช่น การเป็น Official Partner ของทีมฟุตบอลระดับโลกอย่าง Liverpool และ Paris Saint-Germain อีกทั้งยังมีงาน Pop-up “Champion Your Haier Life” กิจกรรมวิ่งมินิมาราธอน และการจัดแข่งขันฟุตบอลครั้งแรกในปี 2569 เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภคในรูปแบบไลฟ์สไตล์มากขึ้น
พร้อมกันนั้น ไฮเออร์จะต่อยอดภาพลักษณ์แบรนด์ระดับโลก โดยการต่อสัญญากับแบมแบม–กันต์พิมุกต์ ภูวกุล (แบมแบม GOT7) ในฐานะ brand ambassador เป็นปีที่ 2 โดยจะมีการสร้างสรรค์แคมเปญและกิจกรรมตลอดทั้งปี เพื่อเชื่อมต่อแบรนด์กับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง