Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
อยากขยายธุรกิจ ควรรู้จัก The Ladder โครงการเชื่อมกองทุนกับบริษัทที่ใช่
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

อยากขยายธุรกิจ ควรรู้จัก The Ladder โครงการเชื่อมกองทุนกับบริษัทที่ใช่

27 มี.ค. 69
20:09 น.
แชร์

โดยทั่วไปแล้ว หากเจ้าของธุรกิจต้องการเงินทุนเพื่อขยายกิจการ ภาพที่เราคุ้นเคยมักเป็นการที่ผู้ประกอบการต้องเป็นฝ่ายออกไปหาเงิน ไม่ว่าจะเป็นการกู้ยืมจากสถาบันการเงิน การระดมทุนจากนักลงทุนนอกตลาด หรือการพาบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น ซึ่งไม่ว่าทางเลือกไหน เจ้าของธุรกิจก็มักต้องเป็นฝ่ายนำเสนอแผนธุรกิจ เดินสายพบปะนักลงทุน และพยายามอธิบายให้เห็นศักยภาพของตัวเอง

แต่น่าจะดีกว่าไหม ? หากผู้ที่ต้องการลงทุนเป็นฝ่ายประกาศออกมาก่อนว่า กำลังมองหาธุรกิจแบบไหน สนใจอุตสาหกรรมอะไร มีเกณฑ์ในการพิจารณาลงทุนอย่างไร แล้วธุรกิจที่มั่นใจว่าตัวเอง ‘ตรงโจทย์’ ก็สามารถเลือกเข้าไปนำเสนอได้อย่างตรงจุดมากขึ้น และเพิ่มโอกาสในการคว้าทุน เมื่อเทียบกับการต้องออกไปตระเวนหานักลงทุนแบบเดิมที่ใช้ทั้งเวลาและทรัพยากรไม่น้อย

แนวคิดนี้เป็นที่มาของโครงการ The Ladder (เดอะ แลดเดอร์) ซึ่งจัดขึ้นโดยบริษัท มายด์ทูมาร์เก็ต จำกัด (BizzUp) โดยมีเป้าหมายเพื่อเชื่อมความต้องการของทั้งสองฝั่งเข้าด้วยกัน คือ ฝั่งเจ้าของธุรกิจที่กำลังมองหาเงินทุนเพื่อขยายกิจการ และฝั่งนักลงทุนสถาบันรวมถึงกองทุน (investment funds) ที่มีเงินทุนพร้อมและกำลังมองหาโอกาสลงทุนอยู่แล้ว

วิเชฐ ตันติวานิช ประธานกรรมการ บริษัท มายด์ทูมาร์เก็ต จำกัด อธิบายแนวคิดในงานเปิดตัว The Ladder เมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา พร้อมให้ข้อมูลว่า สิ่งที่โครงการ The Ladder พยายามทำ คือ ทำให้ทั้งสองฝ่ายมาเจอกันในจุดที่แมตช์กันมากขึ้น นักลงทุนสามารถเข้าถึงธุรกิจที่มีคุณสมบัติตรงกับเกณฑ์ที่วางไว้ ช่วยลดระยะเวลาในการคัดเลือกและตัดสินใจ ขณะที่ฝั่งผู้ประกอบการก็มีโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนที่มีความเข้าใจและมองเห็นศักยภาพของธุรกิจจริง ๆ ซึ่งอาจต่อยอดไปสู่การเติบโตที่เร็วและมีทิศทางชัดเจนมากขึ้น รวมถึงมีโอกาสพัฒนาไปสู่การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทั้งในไทยและต่างประเทศในระยะยาว

สำหรับกองทุนที่เข้าร่วมโครงการในครั้งนี้มีทั้งหมด 6 กองทุน ได้แก่

  • Kliff Capital กองทุนสาย Private Equity ที่โฟกัสธุรกิจไทยและภูมิภาคอาเซียนในอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโต เช่น อาหาร สุขภาพ ความงาม เทคโนโลยี และสินค้าอุปโภคบริโภค โดยมองหาบริษัทขนาดเล็กถึงกลางที่มีศักยภาพเติบโตแบบก้าวกระโดด และมีเป้าหมายชัดเจนในระยะ 3-5 ปี เช่น การเข้าตลาดทุน โมเดลการลงทุนจะเข้าไปถือหุ้นในระดับที่มีบทบาท และช่วยเร่งการเติบโตทั้งเชิงกลยุทธ์และโครงสร้าง
  • Quadriga เน้นลงทุนในบริษัทที่มีฐานธุรกิจค่อนข้างนิ่งแล้ว และกำลังมองหาการขยายในระดับที่ใหญ่ขึ้น ทั้งในแง่การขยายตลาดและการต่อยอดธุรกิจ โดยมองดีลที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้จากการเข้าไปปรับโครงสร้าง หรือเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
  • N-Vest Venture โฟกัสบริษัทที่มีสินค้า (product-based) และมีเสน้ทางไปสู่การทำกำไร โดยเน้นธุรกิจในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค สุขภาพ และสัตว์เลี้ยง และจะไม่เน้นธุรกิจที่ต้องใช้เงินลงทุนสูงมาก จุดแข็งของกองทุนนี้คือการเข้าไปช่วยวางระบบและโครงสร้างการเติบโต เพื่อพาธุรกิจไปสู่สเกลที่ใหญ่ขึ้น
  • InnoSpace Thailand กองทุนที่โฟกัสสตาร์ทอัพเทคโนโลยีและนวัตกรรม ลงทุนตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น (Seed ถึง Series A) ในธุรกิจที่มีเทคโนโลยีชัด มี IP หรือมีศักยภาพแก้ pain point เชิงอุตสาหกรรม เช่น เทคโนโลยีอุตสาหกรรม เทคโนโลยีอาหาร เทคโนโลยีสุขภาพ โดยกองทุนนี้มีจุดเด่นคือการเชื่อมต่อกับ ecosystem ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อช่วยให้ธุรกิจทดลองตลาดและขยายต่อได้จริง
  • n Scale กองทุนที่ทำหน้าที่คล้ายพาร์ตเนอร์ที่ลงไปช่วยทำมากกว่าลงทุนอย่างเดียว โดยโฟกัสธุรกิจท่องเที่ยว อาหาร สุขภาพ และสัตว์เลี้ยง เหมาะกับธุรกิจที่เริ่มตั้งหลักได้แล้วและอยากเร่งการเติบโต ทั้งในแง่รายได้ โครงสร้างต้นทุน และการขยายตลาด ซึ่งเงินลงทุนมีความยืดหยุ่นและสามารถเติมเพิ่มตามศักยภาพของธุรกิจ
  • NG9 Holding กองทุนที่มาในสเกลใหญ่ระดับ global มองหาดีลที่สามารถเชื่อมต่อกับ ecosystem ระดับนานาชาติ และมีศักยภาพเติบโตในวงกว้าง โดยโฟกัสธุรกิจที่มีโปรเจ็กต์ขนาดใหญ่และใช้เงินลงทุนสูง ครอบคลุมตั้งแต่ ดาต้าเซ็นเตอร์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) พลังงาน การบิน (aviation) ไปจนถึง สุขภาพ (wellness) และอสังหาริมทรัพย์

ทั้งนี้ ในงานเปิดตัว The Ladder มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเข้าร่วม ไม่ว่าจะเป็น UOB FinLab, สถาบันอาหาร (NFI), สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA), สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.), สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ OKMD และกองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (TED Fund) ซึ่งทุกองค์กรมีการทำงานเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็กอยู่แล้วในแต่ละด้านตามแต่ภารกิจขององค์กร

สำหรับไทม์ไลน์ของโครงการ The Ladder เริ่มจากการเปิดรับสมัครและคัดเลือกธุรกิจ ตั้งแต่ 24 มีนาคม ถึง 30 เมษายน จากนั้น ในเดือนพฤษภาคม จะเป็นช่วงการอบรมเตรียมความพร้อมของธุรกิจที่ผ่านการคัดเลือก และเมื่อผ่านขั้นนี้ไป ในเดือนมิถุนายน จะเป็นช่วงธุรกิจพบนักลงทุน เพื่อนำเสนอแผนธุรกิจ ไปจนถึงกระบวนการเจรจาและปิดดีล

แชร์
อยากขยายธุรกิจ ควรรู้จัก The Ladder โครงการเชื่อมกองทุนกับบริษัทที่ใช่