Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
BYD ยอดขายร่วงห้าเดือนติด ดีมานด์จีนแผ่ว ตั้งเป้าเพิ่มส่งออกพยุงยอดรวม
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

BYD ยอดขายร่วงห้าเดือนติด ดีมานด์จีนแผ่ว ตั้งเป้าเพิ่มส่งออกพยุงยอดรวม

2 ก.พ. 69
15:36 น.
แชร์

บีวายดี (BYD) ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ของจีนเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง ทั้งเผชิญความไม่แน่นอนจากภายนอก ดีมานด์ภายในประเทศลดลงเนื่องจากรัฐบาลปรับลดเงินอุดหนุนการซื้อรถยนต์ ขณะที่การแข่งขันภายในประเทศยังคงดุเดือด คู่แข่งกำลังกินส่วนแบ่งตลาดได้มากขึ้น 

ยอดขายรวมทั่วโลกของ BYD ลดลง 30.1% ในเดือนมกราคม เหลือ 210,051 คัน จาก 300,538 คันในเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า นับเป็นการลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ห้า และในจำนวนดังกล่าว เป็นการส่งออกไปขายยังต่างประเทศ 100,482 คัน 

ขณะที่ยอดการผลิตรวมลดลง 29.1% ซึ่งเป็นการลดลงต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม หรือนับเป็นการลดลงเจ็ดเดือนติดต่อกัน 

ทั้งนี้ ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ หุ้นของ BYD ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่าหนึ่งปี หลังจากรายงานยอดขายลดลง 30% โดยราคาหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เซินเจิ้นเปิดตลาดร่วงลง 3% มาอยู่ที่ 88 หยวน ขณะที่หุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงดิ่งลงเกือบ 8% มาอยู่ที่ 90 ดอลลาร์ฮ่องกง ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2025

สำหรับปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ยอดขายของ BYD ลดลง คือ การปรับลดเงินอุดหนุนการซื้อรถยนต์ในประเทศจีนตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม 2025 ทำเกิดการเร่งซื้อเพื่อรักษาสิทธิ์ในช่วงปลายปี เป็นเหตุให้ดีมานด์ลดลงในเดือนมกราคม ประกอบกับผลกระทบตามฤดูกาลจากวันหยุดเทศกาลตรุษจีนด้วยอีกปัจจัยหนึ่ง 

สถานการณ์ตลาดภายในประเทศจีนยังดุเดือด คู่แข่งอย่าง จีลี ออโตโมบิล (Geely Automobile) และลีปมอเตอร์ (Leapmotor) กำลังกินส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มรถราคาประหยัดได้มากขึ้น ขณะที่ยอดขายรถปลั๊กอินไฮบริดของ BYD ซึ่งเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งของยอดขายแบรนด์ลดลง 28.5% ในเดือนมกราคม ต่อเนื่องจากที่หดตัว 7.9% ในปี 2025 แม้บริษัทจะเปิดตัวรุ่นอัปเกรดแบตเตอรี่ระยะไกลเพื่อกระตุ้นความต้องการซื้อไปแล้วก็ตาม 

ท่ามกลางแรงกดดันในประเทศ BYD จึงหันพึ่งตลาดต่างประเทศมากขึ้น โดยตั้งเป้าเพิ่มยอดส่งออกเกือบ 25% เป็น 1.3 ล้านคันในปีนี้ แต่เป็นเป้าที่ปรับลดลงต่ำกว่าเป้าเดิมที่เคยตั้งไว้สูงสุด 1.6 ล้านคัน ซึ่ง BYD ไม่ได้ให้เหตุผลต่อการปรับลดเป้าหมาย 

อย่างไรก็ตาม การขยายฐานการผลิตในต่างประเทศของ BYD ยังคงเดินหน้าต่อเนื่อง ทั้งโรงงานใหม่ในฮังการีที่คาดว่าจะเริ่มดำเนินการปีนี้ และยังมีแผนสร้างโรงงานประกอบในอินโดนีเซียและตุรกีด้วย 

เมื่อปีที่แล้ว BYD ทำยอดขายทั่วโลกได้ตามเป้าที่ปรับลดลงเหลือ 4.6 ล้านคันอย่างหวุดหวิด และแซงหน้าเทสลา (Tesla) ขึ้นไปเป็นผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าอันดับ 1 ของโลกในแง่จำนวนหน่วยการขาย สำหรับปี 2026 นี้ BYD ยังไม่ได้ประกาศเป้าหมาย แต่นักวิเคราะห์คาดว่ายอดขายรวมของ BYD ในปีนี้จะเพิ่มขึ้นไปเป็นมากกว่า 5 ล้านคัน 

แต่ตัวเลข 5 ล้านคัน น่าจะเป็นตัวเลขที่ท้าทายไม่น้อย เมื่อพิจารณาจากว่าภาพรวมตลาดรถยนต์จีนซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลกมีแนวโน้มซบเซา หลังรัฐบาลจีนลดการอุดหนุนสำหรับรถยนต์รุ่นราคาประหยัด ทำให้ BYD และผู้ผลิตที่พึ่งพาเซ็กเมนต์นี้เผชิญแรงกดดันมากขึ้น บวกกับทางการพยายามอย่างต่อเนื่องที่จะหยุดยั้งการทำสงครามราคาของค่ายรถยนต์

ทางออกของ BYD จึงน่าจะเป็นการหันไปให้ความสำคัญกับการยกระดับเทคโนโลยี ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่าจะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ออกมา รวมถึงการพึ่งพาแบรนด์ย่อยระดับพรีเมียมอย่างเดนซา (Denza) และหยางหวาง (Yangwang) เพื่อเพิ่มราคาขายเฉลี่ย ควบคู่ไปกับการเร่งขยายตลาดต่างประเทศให้เป็นกลไกหลักดึงยอดขายรวมให้เติบโต

อ้างอิง: Bloomberg, Reuters และ Nikkei Asia

แชร์
BYD ยอดขายร่วงห้าเดือนติด ดีมานด์จีนแผ่ว ตั้งเป้าเพิ่มส่งออกพยุงยอดรวม