ในแต่ละเดือนเชื่อว่าสายชอปทั้งหลายน่าจะต้องรอเทศกาล Double Day เพราะเป็นช่วงเวลาที่นักชอป จะได้ราคาที่ดีที่สุดในการซื้อ ส่วนร้านค้าก็จะเป็นช่วงเวลาแห่งการทำเงินมากที่สุด สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงอุตสาหกรรม E-Commerce ของประเทศไทยที่มีมูลค่ามากกว่า 1.07 ล้านล้านบาท ในปี 2568
สิ่งที่น่าสนใจคือตอนนี้เรามีแพลตฟอร์มออนไลน์ให้เลือกเยอะแยะมากมาย ทั้ง Shopee Lazada TikTok Line Facebook หรือ Instagram สำหรับผู้บริโภคแล้วนี่คือข้อดีในการเปรียบเทียบราคาสินค้าที่ดีที่สุดในการซื้อของ แต่สำหรับผู้ประกอบการแล้วค่าคอมมิชันของแต่ละแพลตฟอร์มคืออุปสรรคสำคัญ นี่ไม่รวมการเรียนรู้การใช้งานของแต่แพลตฟอร์มเพื่อเสิร์ฟคอนเทนต์ให้ตรงจุดเป้าหมาย
คำถามคือแล้วผู้ประกอบการ หรือ ครีเอเตอร์ต้องรู้อะไรบ้าง บทความนี้ SPOTLIGHT ชวนทุกคนมาถอดเทคนิคปั้นแบรนด์สไตล์จีน โดยสรุปสาระสำคัญมาจากหัวข้อเสวนา The Rise of Creator Commerce เมื่อ Creator Commerce กลายเป็นยุทธศาสตร์หลักของการค้า โดยคุณบุญชัย ลิ่มอติบูลย์ ณ งาน ECOM Talk 2026
ถอดเทคนิคปั้นแบรนด์สไตล์จีน
- เราไม่จำเป็นต้องเรียนยิงแอด เพราะตอนนี้ AI ทำให้แล้ว
- สิ่งที่ผู้ประกอบการเจ้าของแบรนด์ควรโฟกัส คือ “การสร้างสรรค์คอนเทนต์ให้ดี”
- เจ้าของแบรนด์ไทยส่วนใหญ่ไม่ได้โฟกัสที่คนเขียนคอนเทนต์ หรือ creative แต่ที่จีนให้ความสำคัญอย่างมาก และเป็นคนที่แพงที่สุดในการปั้นแบรนด์
- ถ้าจะเลือก Creator ต้องเลือกให้ตอบโจทย์แบรนด์ ไม่ใช่แค่ดังอย่างเดียว เพราะสุดท้ายแล้วแบรนด์โฟกัสที่ยอดขาย
- ตอนนี้ Creator ทำคอนเทนต์ให้ความรู้อย่างเดียวไม่พอ ต้องทำคอนเทนต์ให้สนุกและสร้างสรรค์มากขึ้นด้วย
- เจ้าของแบรนด์ต้องหันมาสร้างตัวตนของตนเองมากกว่าไปพึงจมูกคนอื่นหายใจ
- ก่อนจะขายต้องดูตลาดก่อนว่าสินค้านี้ขายได้จริงไหม หลายๆคนเอาเงินไปทุ่มกับการยิงแอด ขึ้นบิลบอร์ดแต่สินค้ายังไม่ชัด
Step 1 : ทดลองสินค้า
ผ่าน KOL/KOC / คลิปสั้น
- เลือกสินค้า
- หาจุดที่เด่นที่แตกต่าง
- จ้างทำคลิป Seeding
- ตั้ง ROAS ให้ทำทุน (จะเอาเท่าไรของช่วงแรก ขาดทุนช่วงแรกคือเรื่องปกติ)
- ยิง Ads ดู ROAS
- ดู Repurchase rate
Step 2 : Scale ยอดขาย
ผ่าน Live / Affliate / เพิ่มช่อง
- เลือก Kol/KOC ทำซ้ำๆ
- เริ่มไลฟ์ในช่องหลัก
- เพิ่มช่อง
- ปรับ ROAS ให้กำไร
Step 3 : สร้างแบรนด์
ผ่าน Branding Content / ลงหน้าร้าน
- ลงหน้าร้าน Physical
- จ้างคนดังทำ Branding Content
Line Facebook Instagram จะกลับมามีบทบาทมากขึ้น
คุณบุญชัย ได้เล่าว่า หากคุณเป็นเจ้าของแบรนด์ คุณไม่ควรโฟกัสแค่แพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่ง แต่คุณควรต้องมองภาพรวมในทุกๆแพลตฟอร์ม โดยยกตัวอย่างแม่ค้าออนไลน์ของประจีน ที่ไม่ได้โฟกัสแค่แพลตฟอร์มออนไลน์เดียว พอลูกค้าน้อยก็เปลี่ยนแพลตฟอร์ม แต่ต้องโฟกัสทุกแพลตฟอร์มไปพร้อมๆกันหรือเปรียบเทียบง่ายๆว่าต้องหว่านแหไปยังผู้บริโภคทุกกลุ่มที่กระจายอยู่ในทุกแพลตฟอร์ม โดยดึงจุดเด่นของแต่ละแพลตฟอร์มมาเชื่อมโยงกับแบรนด์ เช่น
TikTok
- ใช้เพื่อเปิดการมองเห็น / สร้างการรับรู้ของแบรนด์
- หาฐานลูกค้าใหม่ๆเวลาแบรนด์ออกสินค้า
- ต่อยอดผ่าน KOL/KOC และ Affiliate
- ควรมี account ร้าน Official
- เน้นคลิปสั้น/Live
- Ads 30% / Platform 20% / Aff. Com 10-20%
Shoppee
- ผู้บริโภคซื้อเพราะความเคยชินและกลับมาซื้อซ้ำ
- ต่อยอดผ่าน KOL/KOC และ Affiliate
- ควรมี account ร้าน Official
- เน้น Live
- Platform 20% / Aff. Com 15%
Line Facebook Instagram
- ผู้บริโภคซื้อเพราะความเชื่อใจ กลับมาซื้อซ้ำ
- ควรมี account ร้าน Official Salespage
- ต่อยอดผ่าน แชทขาย/ Live