
ปี 2026 จะเป็นปีที่นักการตลาดในเอเชียต้อง “เล่นเกมเร็วขึ้น แต่แม่นยำกว่าเดิม” เพราะทั้งพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนเร็วขึ้น ค่าโฆษณาที่สูงขึ้น และการเติบโตที่ยากขึ้นในหลายหมวดหมู่ ล้วนทำให้แบรนด์ต้องคิดใหม่ ทำใหม่ แบบได้ผลจริงในทุกบาทของงบประมาณ
ในช่วงเวลาที่หลายแบรนด์กำลังเตรียมรับมือกับปีหน้าที่แสนท้าทายนี้ เราได้ถอดรหัส 2 กลยุทธ์การตลาดที่น่าสนใจ จาก The 2025 Ogilvy APAC Book of Growth หลักสูตรที่รวบรวมเคสที่ประสบความสำเร็จของ Ogilvy ASIA มาแชร์เป็นไอเดียดีๆ เพื่อต่อยอดกลยุทธ์ของแบรนด์ให้แข็งแรงยิ่งขึ้นไปด้วยกัน
เริ่มกันที่กลยุทธ์แรก “ออกแบบให้ทุก Touchpoint พร้อมปิดการขาย โดยไม่เสียอารมณ์การเสพคอนเทนต์”
เพราะ Commerce ไม่ใช่แค่จุดขายช่องทางใดช่องทางหนึ่งบนแพลตฟอร์มอีกต่อไป แต่เกิดได้ทุกที่ ทุก Touchpoint
การเติบโตของระบบ E-Commerce ได้ทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไปแล้วโดยสิ้นเชิง เส้นทาง Customer Journey ไม่ได้ค่อยๆ รับสาร สนใจหาข้อมูล แล้วไปหาซื้ออีกต่อไป กระบวนการนั้นถูกตัดตอนให้เร็วขึ้นถึงขั้นว่า เมื่อคนรับรู้ จากคอนเทนต์รีวิว หรือเห็นโฆษณาผ่านหน้าฟีดที่รู้สึกใช่ และชอบก็ช้อปได้ทันที แบบ “ดูไป ซื้อไป” ลองนึกภาพตัวคุณหรือคนรอบตัวไถ TikTok หรือ ดูไลฟ์ในแอปช้อปปิ้งออนไลน์ต่างๆ แล้วกดช้อปแบบเพลินๆ นั่นแหละ คือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจนกลายเป็นเรื่องปกติในวันนี้
ยิ่งหลายแพลตฟอร์มมี Flash Deal ที่กระตุ้นให้คนตัดสินใจเร็วขึ้น เกือบทุกแพลตฟอร์มมีฟังก์ชั่น พร้อมอำนวยความสะดวกให้กดซื้อได้ทันที แน่นอนเมื่อกระตุ้นให้เกิดความอยากได้แล้ว ถ้าเป็นสินค้าที่ราคาจ่ายไหว ก็แทบไม่เหลือเหตุผลให้ต้องรอไปช้อปทีหลัง กดจ่ายเลย คุ้มกว่า สิ่งเหล่านี้คือปัจจัยกระตุ้น ที่หล่อหลอมเทรนด์พฤติกรรมการช้อปปิ้งใหม่ให้เกิดขึ้น
หัวใจสำคัญ ในการสอดแทรกแบรนด์เข้าไปใน Customer Touchpoint แบบขายของได้ และได้ใจลูกค้าด้วย คือ
หากเป็นการโปรโมทที่ช่องทาง ออฟไลน์ และคุณไม่มีสินค้าพร้อมจำหน่ายวางตรงนั้น อย่าลืมแนบ QR Code ในจุดที่เห็นชัด เพื่อให้คนเชื่อมต่อกับร้านค้าบนช่องทางออนไลน์ที่เตรียมไว้ หรือตัวแทนจำหน่ายของแบรนด์ เราเรียกเทคนิคนี้ว่า O2O หรือ (Offline to Online channel)
วิธีการยกตัวอย่าง เช่น
ใช้ Influencer เป็น “ร้านค้า” แบบ real-time ผ่าน social commerce
อวสานอินฟลูเอนเซอร์ ยังไม่เกิดขึ้นจริง ผลวิจัยจาก Nielsen ที่ถูกเผยแพร่ในงาน Thailand Influencer Awards โดย Tellscore แพลตฟอร์มผู้ให้บริการด้านแพลตฟอร์มการตลาดอินฟลูเอนเซอร์ มาร์เก็ตติ้งชื่อดังของไทย แสดงให้เห็นว่า 80% ของผู้บริโภคมีการซื้อสินค้าตามคำแนะนำของ Influencer ที่ชื่นชอบ ติดตามดูรีวิวจาก KOL (Key opinion leader) หรือ KOC (Key opinion consumer) เพื่อประกอบการตัดสินใจ และ 55% ของผู้บริโภคติดตามอินฟลูเอนเซอร์เพราะได้ส่วนลดและโปรโมชั่นดีๆ
และบทบาทของครีเอเตอร์ในวันนี้ไม่ใช่แค่สร้างการรับรู้ แต่ยังเปลี่ยนรูปแบบไปเป็น ‘ผู้ช่วยขาย’ หรือ ‘ร้านค้าสาขาย่อย’ ของแบรนด์ ผ่านรูปแบบของ Affiliate Marketing ที่สามารถแนบลิงก์ หรือติดตะกร้า ให้คนไปซื้อตามได้เลย อัปเลเวลจากคอนเทนต์รีวิวสินค้าธรรมดา กลายเป็นสร้างยอดขายได้ทันที
ตัวอย่างแบรนด์ที่นำกลยุทธ์เหล่านี้ไปใช้ แล้วเวิร์คจนได้ทั้งกระแส และยอดขาย ได้แก่
KFC Australia – “Flying High in a Frugal World” (โดย Ogilvy Australia)
ผสาน App + Experience commerce เปลี่ยนการซื้อในแอปให้กลายเป็น “พาสปอร์ตสู่การผจญภัยรสชาติทั่วโลก” ทำยอด Digital Sales โต +27% โดยไม่ต้องพึ่งส่วนลดราคาใด ๆ
COLGATE – ORAL HEALTH MOVEMENT
อินเดียกำลังเผชิญวิกฤตสุขภาพช่องปาก ด้วย 90% ของประชากรมีปัญหาช่องปาก แต่มีเพียง 9% เท่านั้นที่ไปพบทันตแพทย์ Colgate จึงริเริ่มโครงการ Oral Health Movement (OHM) เพื่อลดช่องว่างนี้ ผ่านการเปลี่ยน WhatsApp แอปสื่อสารยอดนิยมของอินเดีย ให้กลายเป็นเครื่องมือคัดกรองสุขภาพช่องปากที่เข้าถึงง่าย
ด้วยการผสาน AI เข้าในรูปแบบแชทที่ผู้บริโภคคุ้นเคย OHM ช่วยขจัดอุปสรรคแบบเดิม และมอบการประเมินสุขภาพที่รวดเร็ว ใช้งานง่าย และนำไปใช้ได้จริง แคมเปญสร้างยอดสแกนมากกว่า 2.1 ล้านครั้ง ภายใน 47 วัน หลักเปิดตัวแคมเปญ และเพิ่มอัตราการพบทันตแพทย์อย่างมีนัยสำคัญ OHM จึงถือเป็นนวัตกรรมที่ทำให้ทุกคนเข้าถึงผู้เชี่ยวชาญด้านช่องปากได้อย่างเท่าเทียม ส่งเสริมการดูแลเชิงป้องกัน และนิยามบทบาทช่องทางการสื่อสารใหม่อย่างแท้จริงที่ไม่ใช่แค่แบรนด์มาขายของแต่ช่วยแก้ปัญหาผู้คนจำนวนมากได้ และกลายเป็นการสร้างฐาน CRM Database ที่มีคุณภาพของแบรนด์ด้วย
ดังนั้นสรุปสั้นๆ สำหรับกลยุทธ์แรก “อย่ามอง commerce เป็นช่องทางสุดท้ายในการขาย แต่ต้องฝังอยู่ตั้งแต่ไอเดียแรกของแคมเปญ”
กลยุทธ์ถัดไปคือ วิธีการ ‘Maximize Impact on Tight Budget’ ... สร้างผลลัพธ์ให้ได้มากขึ้นในงบจำกัด
เมื่องบไม่เพิ่ม แต่สเกลงานและผลตอบแทนต้องไปให้ไกลกว่าเดิม นักการตลาดยิ่งต้องพิสูจน์ ROI ให้ได้มากที่สุดในทุกบาทที่ใช้ เพราะงบส่วนใหญ่มีแนวโน้ม “คงที่หรือชะลอ” แต่ค่าคลิก ค่ามีเดียกลับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
IKEA – “Wake Up! It’s Time to Sleep” (โดย Ogilvy Taiwan)
เมื่อภาคอสังหาริมทรัพย์จีนชะลอตัว ทำให้จำนวน “ผู้ตกแต่งบ้านใหม่” ลดลง IKEA จึงต้องหาวิธีกระตุ้นความต้องการสินค้ารูปแบบใหม่ โดยใช้อินไซต์เรื่อง “ชาวจีนหลับไม่พอ” มาเป็นตัวจุดประกาย และทำให้สินค้าในหมวดห้องนอน เป็น “คำตอบของวิกฤตการนอนไม่พอของคนจีน” พร้อมนำเสนอสินค้าของ IKEA ให้เป็นเสมือน ‘Swedish-style sleep therapy’ ที่ทุกคนต้องการ ทั้ง Online Experience Content และ Offline Experience ด้วยรถแวนที่ตกแต่งด้วยสินค้า IKEA ไปตามย่านออฟฟิศต่างๆ เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อ ได้มาสัมผัสประสบการณ์จริง
แคมเปญนี้ สามารถดันคะแนน ‘Brand Inspiration’ เพิ่มขึ้น +8% และยอดผู้มาเยี่ยมชมร้านเพิ่มขึ้น +10% โดยไม่ต้องใช้งบมหาศาล แถมยังช่วยให้ทีมการตลาดของ IKEA นอนหลับสบายขึ้นด้วยเช่นกัน
ดังนั้น บทสรุปสำหรับกลยุทธ์นี้ คือ
“งบน้อยไม่ใช่ข้อจำกัด แต่เป็นตัวเร่งให้ไอเดียต้องเฉียบกว่าเดิม รวมไปถึงการใช้ AI Tools ในการ
โปรโมทและ Tracking Consumer Journey เพื่อให้เราพากลุ่มเป้าหมายเข้าใกล้ conversion ให้มากที่สุด”
สุดท้ายนี้ ในปี 2026 ที่จะเต็มไปด้วยความท้าทาย ทั้งพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนฉับพลัน งบที่ไม่ได้เพิ่มตามโจทย์ และแพลตฟอร์มที่แข่งขันกันสูงขึ้น กลยุทธ์การตลาดที่ “ได้ผลจริง” จะเป็นตัวแบ่งผู้เล่นที่อยู่รอดออกจากผู้เล่นที่เติบโต สองแนวทางจากเคสของ Ogilvy ASIA แสดงให้เห็นชัดว่า แบรนด์ต้องปิดการขายได้ทุก Touchpoint และมี Impact ให้มากที่สุดในงบที่จำกัด โดยอาศัยไอเดียที่เฉียบกว่าเดิม + เทคโนโลยีที่ฉลาดกว่าเดิม + ความเข้าใจมนุษย์ที่ลึกกว่าเดิม เพราะในปี 2026 ผู้ชนะจะไม่ใช่แบรนด์ที่เสียงดังที่สุด แต่เป็นแบรนด์ที่ “ชนะใจผู้บริโภคที่มีความหลากหลายมากขึ้น เข้าถึงได้แม่นที่สุด และใช้ทรัพยากรคุ้มค่าที่สุด หวังว่าทุกท่านที่อ่านมาถึงตรงนี้ จะมีโอกาสได้นำกลยุทธ์เหล่านี้ไปลองปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ได้
ชม VDO เพิ่มเติมได้ที่ลิงก์นี้
Case: KFC Australia “Flying High in a Frugal World” (โดย Ogilvy Australia)
https://1302985932.vod2.myqcloud.com/33251e8cvodcq1302985932/81262ec65145403695950973321/j5F3dTNXBqYA.mp4
Case: COLGATE – ORAL HEALTH MOVEMENT (โดย Ogilvy Mumbai)
https://1302985932.vod2.myqcloud.com/33251e8cvodcq1302985932/554a298e5145403695953158295/oINYSjCjrhAA.mp4
Case: IKEA – “Wake Up! It’s Time to Sleep” (โดย Ogilvy Taiwan)

Sustainability & Social Impact