Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
แบงก์ดังยันปีนี้ทองยังขึ้น! ตั้งเป้าที่$6,000-6,300 นักลงทุนยังซื้อตุน
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

แบงก์ดังยันปีนี้ทองยังขึ้น! ตั้งเป้าที่$6,000-6,300 นักลงทุนยังซื้อตุน

3 ก.พ. 69
16:50 น.
แชร์

แม้ทองคำจะถูกเทขายแรงในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา จนราคาร่วงลงกว่า 1,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ภายในเวลาเพียงสองวัน แต่บรรดาสถาบันการเงินรายใหญ่บนวอลล์สตรีทยังคงไม่เปลี่ยนมุมมองต่อทองคำ โดยมองว่าความผันผวนรอบนี้เป็นเพียงการปรับฐานตามจังหวะ หลังจากราคาปรับขึ้นแรงและรวดเร็วในช่วงก่อนหน้า มากกว่าจะเป็นสัญญาณว่าทิศทางระยะยาวของตลาดทองคำกำลังเปลี่ยนไป

ล่าสุด JPMorgan และ Deutsche Bank ออกบทวิเคราะห์ในเช้าวันเดียวกัน ตอกย้ำจุดยืนว่าปัจจัยพื้นฐานของทองคำยังคงแข็งแกร่ง โดย JPMorgan ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาทองคำ ณ สิ้นปี 2569 มาอยู่ที่ 6,300 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ขณะที่ Deutsche Bank ยังคงเป้าหมายในระดับสูงที่ 6,000 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ สะท้อนมุมมองร่วมกันว่าแรงซื้อจากธนาคารกลางทั่วโลกยังเป็นหัวใจของธีมการลงทุน และจะยังคงทำหน้าที่เป็นแรงพยุงราคาทองคำในระยะยาวต่อไป

แรงเทขายฉับพลัน กับจุดเปราะบางของราคาทอง

หลังจากราคาทองคำปรับขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา กระแสข่าวเมื่อวันที่ 30 มกราคม ว่าประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ จะเสนอชื่อ “เควิน วอร์ช” ขึ้นเป็นประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คนถัดไป ได้ส่งผลให้ราคาทองคำเริ่มปรับฐานลงในทันที เนื่องจากตลาดประเมินว่าวอร์ชมีจุดยืนด้านนโยบายการเงินที่ค่อนข้างเข้มงวด หรือเป็นสาย “เหยี่ยว” มากกว่าผู้สมัครรายอื่น

ข่าวดังกล่าวกระตุ้นให้เกิดการปิดสถานะชอร์ตในค่าเงินดอลลาร์ และส่งแรงสะเทือนมายังตลาดทองคำที่ปรับตัวขึ้นแรงต่อเนื่องตลอดหลายสัปดาห์ก่อนหน้า จนนำไปสู่แรงขายทำกำไรอย่างรุนแรงในเวลาอันสั้น

ทีมวิจัยสินค้าโภคภัณฑ์ระดับโลกของ JPMorgan ระบุว่า การปรับตัวลงของราคาทองคำถึง 11% ภายในวันเดียว นับเป็นหนึ่งในวันที่ทองคำร่วงแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ ใกล้เคียงกับเหตุการณ์สำคัญอย่างการปรับฐานราว 13% ในเดือนมกราคม 2523 และประมาณ 12% ในเดือนกุมภาพันธ์ 2526

นักวิเคราะห์มองว่า การเร่งตัวของราคาและการปรับขึ้นอย่างยืดเยื้อเกินกว่าปัจจัยพื้นฐานในช่วงก่อนหน้า ทำให้ตลาดทองคำอยู่ในภาวะเปราะบางต่อแรงขายระยะสั้น ส่งผลให้เพียงเผชิญปัจจัยลบเล็กน้อย ก็สามารถกระตุ้นแรงเทขายออกมาได้อย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ดี แม้จะเผชิญแรงกดดันดังกล่าว ราคาทองคำล่วงหน้าในตลาดนิวยอร์กยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูง โดยในเช้าวันจันทร์ซื้อขายบริเวณ 4,725 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สะท้อนว่าตลาดยังไม่ได้เปลี่ยนมุมมองเชิงโครงสร้างต่อทองคำ แม้จะเพิ่งผ่านแรงกระแทกทางจิตวิทยาอย่างรุนแรงมาก็ตาม

ธนาคารกลางยังซื้อไม่หยุด หนุนเป้าระยะยาวขยับขึ้น

มุมมองเชิงบวกต่อทองคำสะท้อนออกมาอย่างชัดเจนจากการประเมินของธนาคารวานิชธนกิจรายใหญ่ทั่วโลก โดยเฉพาะ JPMorgan ที่เลือกเดินเกมเชิงรุก ด้วยการปรับเพิ่มเป้าหมายราคาทองคำสิ้นปี 2569 อย่างมีนัยสำคัญ จากเดิม 5,055 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เป็น 6,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ พร้อมให้เหตุผลว่าความต้องการทองคำจากทั้งธนาคารกลางและนักลงทุนทั่วโลกยังมีแนวโน้มเดินหน้าต่อเนื่อง และยังห่างไกลจากภาวะอิ่มตัว

รายงานล่าสุดของ JPMorgan ระบุว่า การเข้าซื้อทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกในปี 2569 มีแนวโน้มอยู่ที่ราว 800 ตัน ซึ่งตอกย้ำมุมมองว่ากระแสการซื้อทองเพื่อ “กระจายเงินสำรอง” ยังคงเป็นเทรนด์เชิงโครงสร้างที่ดำเนินต่อเนื่อง และยังมีพื้นที่ให้ขยายตัวได้อีก

JPMorgan ระบุด้วยว่า แม้ราคาทองคำจะเผชิญความผันผวนในระยะใกล้ แต่บริษัทยังคงมีมุมมองเชิงบวกอย่างหนักแน่นต่อทองคำในระยะกลาง โดยให้เหตุผลว่าทองคำได้รับแรงหนุนจาก “แนวโน้มการกระจายการลงทุนเชิงโครงสร้างที่ชัดเจน และต่อเนื่อง” ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนผ่านของนักลงทุนจากการถือครองสินทรัพย์กระดาษ เช่น หุ้น พันธบัตร และเงินสด ไปสู่สินทรัพย์จริงมากขึ้น ภายใต้ระบอบที่สินทรัพย์จริงยังคงให้ผลตอบแทนโดดเด่นกว่าสินทรัพย์ทางการเงินแบบดั้งเดิม

มุมมองนี้สอดคล้องกับ Michael Hsueh นักวิเคราะห์โลหะมีค่าของ Deutsche Bank ซึ่งยังคงยืนยันเป้าหมายราคาทองคำไว้ที่ระดับ 6,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในรายงานพิเศษฉบับล่าสุด โดยอธิบายว่าภาพรวมของตลาดทองคำในรอบนี้แตกต่างจากช่วงที่ทองคำเคยซบเซายาวนานในอดีต ทั้งในช่วงปี 2520–2529 และปี 2556 อย่างชัดเจน เพราะปัจจุบันตลาดทองคำมี 'จีน' เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของกระแสเงินลงทุนในตลาดโลหะมีค่า

Hsueh ระบุว่า พรีเมียมราคาทองคำในจีนปรับตัวสูงขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สะท้อนว่าความต้องการลงทุนทองคำในจีนยังคงแข็งแกร่ง ท่ามกลางข้อจำกัดของนักลงทุนจีนในการเข้าถึงสินทรัพย์ทางเลือกอื่น ๆ เขาประเมินว่าเงินทุนที่จะไหลเข้าสู่กองทุน ETF ทองคำในจีนมีโอกาสทำสถิติสูงสุดใหม่ในปี 2569 จากภาวะที่ช่องทางการลงทุนในโลหะมีค่าในประเทศจีนโดยรวมยังมีอยู่อย่างจำกัด

นอกจากนี้ Deutsche Bank ยังมองว่าดัชนีค่าเงินดอลลาร์มีแนวโน้มอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองของ JPMorgan ที่เห็นว่าการสะสมทองคำของธนาคารกลางยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของราคาทองในตลาด โดยมีทั้งประเทศที่เข้าซื้อทองคำอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว เช่น โปแลนด์และเกาหลีใต้ ขณะเดียวกันก็เริ่มเห็นผู้เล่นรายใหม่เข้ามาเพิ่มน้ำหนักมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นฮังการี บราซิล สิงคโปร์ และญี่ปุ่น

Hsueh ยังชี้ให้เห็นแรงหนุนด้านราคาที่มาจากนักลงทุนรายย่อยในเอเชีย รวมถึงความสัมพันธ์เชิงบวกที่เริ่มเห็นบ่อยขึ้นระหว่างราคาทองคำกับสินทรัพย์เสี่ยง เขามองว่าพัฒนาการนี้อาจทำให้ทองคำถูกมองเป็นสินทรัพย์ที่ช่วยเพิ่มความเสี่ยงและโอกาสผลตอบแทนของพอร์ต มากกว่าจะเป็นแค่เครื่องมือป้องกันความผันผวนแบบเดิม ซึ่งสะท้อนว่าฐานนักลงทุนทองคำในระยะข้างหน้าอาจเป็นกลุ่มที่รับความเสี่ยงได้มากกว่านักลงทุนทองคำในอดีต

อ้างอิง: Morningstar, Reuters

แชร์
แบงก์ดังยันปีนี้ทองยังขึ้น! ตั้งเป้าที่$6,000-6,300 นักลงทุนยังซื้อตุน