Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
คัมภีร์เข้าคูหา ข้อต้องรู้เรื่องการใช้ "ปากกา" ให้ถูกกฎ คะแนนไม่ปลิว

คัมภีร์เข้าคูหา ข้อต้องรู้เรื่องการใช้ "ปากกา" ให้ถูกกฎ คะแนนไม่ปลิว

30 ม.ค. 69
16:53 น.
แชร์

อย่าให้เสียงของคุณสูญเปล่า ข้อต้องรู้เรื่องการใช้ "ปากกา" กาบัตรเลือกตั้งอย่างไรให้ปัง คะแนนไม่ปลิวหายกลายเป็นบัตรเสีย

การเลือกตั้งเป็นกระบวนการสำคัญสูงสุดในระบอบประชาธิปไตย โดยเป็นกลไกที่ส่งมอบอำนาจอธิปไตยจากปวงชนไปสู่ผู้แทนผ่านบัตรเลือกตั้ง ซึ่งถือเป็นเอกสารทางกฎหมายที่มีความศักดิ์สิทธิ์ ในประเทศไทย กระบวนการบริหารจัดการเลือกตั้งภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีความละเอียดอ่อนและเต็มไปด้วยระเบียบปฏิบัติที่เคร่งครัด

แต่ท่ามกลางกระบวนการที่สลับซับซ้อนเหล่านี้ ประเด็นเรื่องอุปกรณ์ที่ใช้ในการลงคะแนน โดยเฉพาะปากกาและสีของหมึก ได้กลายเป็นหัวข้อที่ได้รับความสนใจทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง เนื่องจากส่งผลโดยตรงต่อการวินิจฉัยความสมบูรณ์ของบัตรเลือกตั้ง

แม้จะไม่มีกฎหมายบังคับ แต่ในทางปฏิบัติของ กกต. และหน่วยงานราชการไทย ปากกาสีน้ำเงิน ได้กลายเป็นอุปกรณ์มาตรฐานที่จัดเตรียมไว้ในคูหาเลือกตั้งทั่วประเทศ การที่สีน้ำเงินได้รับบทบาทสำคัญนี้ส่วนหนึ่งมาจากการทำงานสารบรรณและวัฒนธรรมองค์กรของไทยที่สืบทอดกันมานานหลายทศวรรษ

รากฐานสำคัญประการหนึ่งมาจากระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ ซึ่งมีการปรับปรุงมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2506 และ พ.ศ. 2526 ในยุคที่เทคโนโลยีการพิมพ์และการทำสำเนายังพึ่งพาระบบขาวดำเป็นหลัก ปากกาสีน้ำเงินมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการแยกแยะระหว่าง เอกสารต้นฉบับ ที่มีการลงนามสด กับ เอกสารสำเนา ที่เกิดจากการถ่ายเอกสาร การใช้หมึกสีน้ำเงินลงนามหรือเขียนข้อความลงบนกระดาษที่มีตัวพิมพ์สีดำ จะสร้างความแตกต่างที่สังเกตได้ด้วยตาเปล่าทันที เมื่อนำไปถ่ายเอกสาร ลายเซ็นสีน้ำเงินจะกลายเป็นสีดำที่มีระดับความเข้ม และแตกต่างจากตัวพิมพ์เล็กน้อย ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบความถูกต้องและความเป็นของแท้ของเอกสารได้โดยง่าย

ในบริบทของการเลือกตั้ง บัตรเลือกตั้งเป็นเอกสารที่มีลวดลายและข้อความสีดำหรือสีตามที่ กกต. กำหนด การใช้ปากกาสีน้ำเงินกากบาทจึงสร้างความเปรียบต่างที่ชัดเจนที่สุดสำหรับสายตาของคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง และผู้สังเกตการณ์ในระหว่างกระบวนการขานคะแนน ซึ่งช่วยลดความผิดพลาดในการนับคะแนนและทำให้กระบวนการเป็นไปอย่างรวดเร็ว

แต่อย่างไรก็ตาม ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญในเชิงนโยบาย เมื่อ กกต. และหน่วยงานท้องถิ่น เช่น กรุงเทพมหานคร ได้รณรงค์ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งพกปากกาส่วนตัวไปเองเพื่อสุขอนามัย สิ่งนี้ทำให้ครั้งนั้นเกิดคำถามตามมาว่า หากปากกาส่วนตัวไม่ใช่สีน้ำเงิน บัตรนั้นจะเป็นบัตรเสียหรือไม่?

ซึ่งจากคำชี้แจงอย่างเป็นทางการของ กกต. ยืนยันว่าผู้สิทธิเลือกตั้งสามารถใช้ปากกา สีดำ หรือ สีแดง ในการทำเครื่องหมายกากบาทได้ และไม่ถือว่าเป็นเหตุให้บัตรนั้นเสียในทันที เนื่องจากไม่มีระเบียบห้ามไว้ชัดเจน อย่างไรก็ตาม การใช้สีเหล่านี้มีความเสี่ยงเชิงเทคนิคที่ต้องระมัดระวัง ดังนี้

หมึกสีแดง แม้จะมีความชัดเจน แต่ในทางปฏิบัติทางปกครอง สีแดงมักถูกใช้โดยเจ้าหน้าที่ในการตรวจแก้หรือทำสัญลักษณ์วินิจฉัย การใช้สีแดงอาจทำให้เกิดความสับสนกับการทำเครื่องหมายของคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ในบางกรณี และอาจถูกโต้แย้งว่าเป็นเครื่องหมายสังเกตได้หากมีการตกลงกันไว้ก่อน

หมึกสีดำ ความเสี่ยงหลักคือความกลมกลืนกับเส้นกรอบหรือข้อความในบัตรเลือกตั้ง หากเส้นกากบาทสีดำไปทับซ้อนกับลายพิมพ์สีดำ อาจทำให้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งมองเห็นไม่ชัดเจนและเกิดข้อผิดพลาดในการวินิจฉัยว่าเป็นบัตรเปล่า

ซึ่งประเด็นนี้ หน่วยงานภาคประชาสังคมอย่าง iLaw และนักวิชาการด้านการเลือกตั้ง มีความเห็นสอดคล้องกันว่า แม้สีอื่นจะใช้ได้ แต่ปัจจัยตัดสินคือลักษณะเครื่องหมาย และ ตำแหน่ง ต้องถูกต้องตามกฎหมาย

นอกเหนือจากเรื่องสีแล้ว ประเภทของน้ำหมึกและกลไกของปากกา ยังเป็นปัจจัยที่สำคัญยิ่งในการรักษาความสมบูรณ์ของบัตรเลือกตั้ง การเลือกใช้อุปกรณ์ที่ไม่เหมาะสมอาจนำไปสู่สภาวะบัตรเสียโดยไม่เจตนา ได้ ปากกาชนิดที่ใช้หมึกเหลวเข้มข้น อย่าง ปากกามาร์กเกอร์หรือปากกาเจล มีคุณสมบัติทางกายภาพที่อาจส่งผลกระทบต่อบัตรเลือกตั้งดังนี้

  • การซึมทะลุ

หากบัตรเลือกตั้งมีความหนาไม่เพียงพอ หมึกจากปากกาที่ได้กล่าวข้างต้นอาจซึมทะลุไปปรากฏที่ด้านหลังของบัตร แม้ว่ากฎหมายจะไม่ระบุว่าการซึมทะลุทำให้บัตรเสีย แต่รอยซึมดังกล่าวอาจถูกมองว่าเป็น เครื่องหมายเพื่อเป็นที่สังเกต หรือทำให้เกิดความสับสนในการนับคะแนนหากรอยซึมนั้นไปปรากฏในตำแหน่งที่ดูเหมือนการทำเครื่องหมายในหน้าอื่นในกรณีบัตรแบบเล่ม ได้

  • การเลอะเทอะและการประทับซ้ำ

หมึกเจลและหมึกเมจิกใช้เวลาแห้งนานกว่าหมึกลูกลื่นทั่วไป หากผู้เลือกตั้งพับบัตรทันทีหลังทำการกาบัตรลงคะแนน รอยหมึกที่ยังไม่แห้งอาจจะไปประทับลงบนช่องอื่นของบัตร ทำให้เกิดรอยกากบาทซ้ำซ้อน ซึ่งเป็นเหตุให้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งวินิจฉัยว่าเป็นบัตรเสียทันทีได้

จึงเป็นผลให้ในการเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ. 2566 กกต. ได้ออกคำเตือนเกี่ยวกับการใช้ปากกาลบได้ ซึ่งใช้เทคโนโลยีหมึกที่ไวต่ออุณหภูมิ การใช้อุปกรณ์ชนิดนี้มีความเสี่ยงสูงต่อความสุจริตของการเลือกตั้ง

อย่างไรก็ตาม หากผู้เลือกตั้งใช้ปากกาสีที่แปลกแยกอย่างมากจากคนส่วนใหญ่ในหน่วยเลือกตั้ง เช่น สีชมพูสะท้อนแสง หรือสีเขียวสด และในหน่วยนั้นมีบัตรใบเดียวที่ใช้สีดังกล่าว คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งหรือผู้สังเกตการณ์อาจใช้ดุลยพินิจวินิจฉัยตีความว่าเป็นการทำเครื่องหมายเป็นที่สังเกตตามตกลง เพื่อยืนยันกับผู้ซื้อเสียงว่าตนได้ลงคะแนนให้จริง ด้วยเหตุนี้ การใช้สีน้ำเงินหรือสีดำซึ่งเป็นสีมาตรฐานที่คนส่วนใหญ่ใช้ จึงเป็นการปกป้องตนเองจากการถูกกล่าวหาว่าทุจริตเลือกตั้ง

ฉะนั้น ปากกาที่เหมาะสมที่สุดในการเลือกตั้งคือ ปากกาลูกลื่นสีน้ำเงิน เนื่องจากเป็นสีที่มีความเปรียบต่างสูงกับบัตรเลือกตั้ง ช่วยให้การวินิจฉัยบัตรเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ และสีดำและสีแดงสามารถใช้ได้ตามดุลยพินิจของ กกต. โดยไม่ถือเป็นเหตุแห่งบัตรเสีย สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าสีปากกาคือ ลักษณะของเครื่องหมาย ซึ่งต้องเป็น กากบาท (X) เพียงอันเดียวในช่องที่ถูกต้อง การทำเครื่องหมายอื่นหรือการเขียนข้อความใดๆ จะทำให้บัตรเสียทันที

การปฏิบัติตามคำแนะนำของคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ในการใช้อุปกรณ์ที่จัดเตรียมไว้ให้ ถือเป็นวิธีการที่ปลอดภัยที่สุดในการรักษาสิทธิของตนเองจากการถูกโต้แย้งทางเทคนิคในภายหลัง และที่สำคัญเป็นการช่วยรักษาคะแนนไม่ให้กลายเป็นบัตรเสียไปในที่สุด

Advertisement

แชร์
คัมภีร์เข้าคูหา ข้อต้องรู้เรื่องการใช้ "ปากกา" ให้ถูกกฎ คะแนนไม่ปลิว