Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ตลาดแอร์ไทยอิ่มตัว Daikin เปลี่ยนเกมแข่ง จากขายสินค้า สู่ขาย ‘โซลูชัน’
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

ตลาดแอร์ไทยอิ่มตัว Daikin เปลี่ยนเกมแข่ง จากขายสินค้า สู่ขาย ‘โซลูชัน’

28 ม.ค. 69
17:11 น.
แชร์

ตลาดเครื่องปรับอากาศหรือแอร์ในไทยเริ่มเข้าสู่ภาวะอิ่มตัว การแข่งขันก็ทวีความเข้มข้นขึ้น จากการที่ผู้เล่นแข่งกันใช้ ‘ราคา’ เป็นจุดขาย ขณะเดียวกัน การเติบโตของช่องทางอีคอมเมิร์ซก็กระทบต่อโมเดลร้านขายแอร์แบบดั้งเดิม หลายปัจจัยกำลังกดดันผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องปรับอากาศให้ปรับตัวหาทางเติบโตในแบบใหม่ ๆ 

ในสภาพแวดล้อมตลาดแบบนี้ ‘ไดกิ้น’ (Daikin) แบรนด์เครื่องปรับอากาศจากประเทศญี่ปุ่นเลือกปรับเกมเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญในปี 2026 โดยเลือกที่จะยกระดับบทบาทจากผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องปรับอากาศ ไปสู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชัน (Solution Provider) ด้านระบบอากาศอัจฉริยะครบวงจรที่ผสานเทคโนโลยี AI เข้ากับการบริหารจัดการพลังงานและเป้าหมายความยั่งยืนในระยะยาว ภายใต้แนวคิด “The Unlimited Air Possibilities” ด้วยความมั่นใจว่าดีมานด์จะเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในผลิตภัณฑ์และบริการที่นอกเหนือจากเครื่องปรับอากาศ

ตลาดแอร์บ้านอิ่มตัว แต่เห็นโอกาสใหม่ในตลาดองค์กร 

เมื่อวันที่ 26 มกราคมที่ผ่านมา บริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายและให้บริการหลังการขายเครื่องปรับอากาศไดกิ้น จัดงาน “Daikin Product Convention 2026: The Unlimited Air Possibilities” เพื่อประกาศทิศทางเชิงกลยุทธ์ขององค์กรและถ่ายทอดวิสัยทัศน์การพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศ HVAC ของไทยให้สอดรับกับเทรนด์โลก ทั้งด้านพลังงาน เทคโนโลยีดิจิทัล และสิ่งแวดล้อม  

ไดกิ้นสะท้อนภาพการเปลี่ยนผ่านของตลาดเครื่องปรับอากาศไทยที่กำลังเผชิญแรงกดดัน คือ การที่ตลาดเครื่องปรับอากาศในไทยเริ่มเข้าสู่สภาวะ ‘อิ่มตัว’ ขณะที่การแข่งขันด้านราคามีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น อีกทั้งบทบาทของช่องทางอีคอมเมิร์ซที่เติบโตอย่างต่อเนื่องก็กระทบต่อโมเดลร้านเครื่องปรับอากาศแบบดั้งเดิมในตลาดครัวเรือน 

ขณะเดียวกัน ในอีกด้านหนึ่ง ไดกิ้นมองว่า ‘โอกาสใหม่’ ก็กำลังเกิดขึ้นพร้อมกัน โดยเฉพาะโอกาสจากการเร่งโรดแมปและนโยบาย Carbon Neutrality ของไทยที่มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 ซึ่งกำลังผลักดันให้ความต้องการของตลาดขยับจาก ‘สินค้า’ ไปสู่ ‘โซลูชัน’ ที่ตอบโจทย์การใช้พลังงานและความยั่งยืนอย่างจริงจัง 

ปรับโมเดลธุรกิจสู่การเป็น Solution Provider

ทาคาโยชิ มิกิ (Takayoshi Miki) ประธานบริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ จำกัด กล่าวว่า ในโลกที่เทคโนโลยีและความยั่งยืนกลายเป็นหัวใจของทุกอุตสาหกรรม อากาศไม่ควรถูกมองเป็นเพียงทรัพยากรพื้นฐานอีกต่อไป แต่เป็นองค์ประกอบสำคัญของคุณภาพชีวิต สุขภาพ และประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ดังนั้น วิสัยทัศน์ของไดกิ้น คือ การพัฒนาโซลูชันด้านอากาศที่ตอบสนองต่อผู้ใช้งานและสิ่งแวดล้อมได้อย่างชาญฉลาด เพื่อสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนในระยะยาว

“การยกระดับสู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชัน (Solution Provider) ในปี 2026 ของไดกิ้น ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มฟังก์ชันของผลิตภัณฑ์ แต่คือการปรับโมเดลธุรกิจ ให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและลูกค้าที่เกิดขึ้นจริง” 

ประธานสยามไดกิ้นเซลส์บอกอีกว่า หนึ่งในแกนสำคัญของโมเดลธุรกกิจ คือ การสร้าง Carbon Neutrality Solutions หรือโซลูชันเพื่อความเป็นกลางทางคาร์บอน หลังจากที่ผ่านมา ไดกิ้นได้รับความสนใจจากหลายองค์กรที่ขับเคลื่อนตามทิศทางดังกล่าว และได้ลงนามความร่วมมือ (MOU) กับภาคเอกชนและมหาวิทยาลัยแล้วหลายแห่ง ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการร่วมทดสอบและยืนยันผลกับพันธมิตร

โซลูชันครบวงจร คือหัวใจของกลยุทธ์การเติบโต 

ไดกิ้นคาดด้วยว่า ความต้องการของลูกค้าจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในมิติที่ไกลกว่าเครื่องปรับอากาศ โดยเฉพาะโซลูชันด้านการบริหารจัดการพลังงานของระบบปรับอากาศ (Energy Management) และการบริหารจัดการสารทำความเย็น (Refrigerant Management) เพื่อให้ภาคธุรกิจสามารถมีส่วนร่วมกับเป้าหมาย Carbon Neutrality ได้อย่างเป็นรูปธรรม

ทาคาโยชิระบุว่า ความพร้อมเฉพาะตัวของไดกิ้น คือ การนำเสนอ Total Solutions ที่ครอบคลุมทั้งเครื่องปรับอากาศสำหรับที่พักอาศัยและเครื่องปรับอากาศที่ใช้ในเชิงพาณิชย์ ระบบขนาดใหญ่ (Applied Products) ไปจนถึงการผลิตและการจัดการสารทำความเย็น ซึ่งเป็นการออกแบบโซลูชันได้ทั้งระบบ นอกจากนี้ ไดกิ้นยังมุ่งมั่นขยายเครือข่ายเชื่อมโยงและสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า (Customer-Connected Solutions) เพื่อพัฒนาความร่วมมือระยะยาวกับลูกค้าที่มีเป้าหมายร่วมกันในการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน เพื่อร่วมเติบโตและสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน ตลอดจนยกระดับบทบาทขององค์กรสู่ ‘Solution Provider’ อย่างแท้จริง

ไดกิ้นสรุปว่า หัวใจของวิสัยทัศน์ปี 2026 คือ การเปลี่ยนบทบาทของไดกิ้นจากการแข่งขันด้านสินค้า ไปสู่การแข่งขันด้านโซลูชันอัจฉริยะแบบครบวงจร ที่ผสานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ากับการออกแบบ การควบคุม และการบริหารจัดการพลังงาน เพื่อยกระดับคุณภาพอากาศ คุณภาพชีวิต และประสิทธิภาพการใช้พลังงานอย่างเป็นรูปธรรม 

เปิดเกมนวัตกรรมบน 2 แกนกลยุทธ์หลัก

ภายใต้ทิศทางที่ว่ามา ไดกิ้นเตรียมเปิดตัวนวัตกรรมและไลน์อัปผลิตภัณฑ์ใหม่ประจำปี 2026 ครอบคลุมทุกกลุ่มตลาดหลัก ทั้งในกลุ่มระบบปรับอากาศสำหรับที่อยู่อาศัย (Residential) กลุ่มระบบปรับอากาศเชิงพาณิชย์ (SKYAIR และ VRV) และกลุ่มระบบปรับอากาศขนาดใหญ่ (Applied Product) 

วรพงศ์ กียปัจจ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ จำกัด กล่าวเสริมว่า ในปี 2026 คือจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรม จากการแข่งขันด้านผลิตภัณฑ์ ไปสู่การแข่งขันด้านโซลูชัน ซึ่งไดกิ้นประเทศไทยมุ่งยกระดับบทบาทสู่การเป็นพันธมิตรทางเทคโนโลยีที่ช่วยให้ลูกค้าและภาคธุรกิจสามารถบริหารจัดการพลังงาน คุณภาพอากาศ และความยั่งยืนได้อย่างเป็นรูปธรรม 

ทั้งนี้ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของไดกิ้น ขับเคลื่อนภายใต้ 2 แกนกลยุทธ์สำคัญ ได้แก่

  1. Superior Efficiency (AI & Energy Consumption) การยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงานด้วยการนำ AI เข้ามาวิเคราะห์และควบคุมการทำงานของระบบแบบเรียลไทม์ ลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น เพิ่มความแม่นยำในการจัดการอากาศ และช่วยลดต้นทุนพลังงานในระยะยาว 
  2. Sustainability for All Needs การพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์ความยั่งยืนควบคู่กับความต้องการที่หลากหลายของผู้ใช้งาน ทั้งภาคครัวเรือน ภาคธุรกิจ และโครงการขนาดใหญ่ สอดรับกับทิศทาง ESG และมาตรฐานสากลด้านสิ่งแวดล้อม

แชร์
ตลาดแอร์ไทยอิ่มตัว Daikin เปลี่ยนเกมแข่ง จากขายสินค้า สู่ขาย ‘โซลูชัน’