
ตลาดเครื่องปรับอากาศหรือแอร์ในไทยเริ่มเข้าสู่ภาวะอิ่มตัว การแข่งขันก็ทวีความเข้มข้นขึ้น จากการที่ผู้เล่นแข่งกันใช้ ‘ราคา’ เป็นจุดขาย ขณะเดียวกัน การเติบโตของช่องทางอีคอมเมิร์ซก็กระทบต่อโมเดลร้านขายแอร์แบบดั้งเดิม หลายปัจจัยกำลังกดดันผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องปรับอากาศให้ปรับตัวหาทางเติบโตในแบบใหม่ ๆ
ในสภาพแวดล้อมตลาดแบบนี้ ‘ไดกิ้น’ (Daikin) แบรนด์เครื่องปรับอากาศจากประเทศญี่ปุ่นเลือกปรับเกมเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญในปี 2026 โดยเลือกที่จะยกระดับบทบาทจากผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องปรับอากาศ ไปสู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชัน (Solution Provider) ด้านระบบอากาศอัจฉริยะครบวงจรที่ผสานเทคโนโลยี AI เข้ากับการบริหารจัดการพลังงานและเป้าหมายความยั่งยืนในระยะยาว ภายใต้แนวคิด “The Unlimited Air Possibilities” ด้วยความมั่นใจว่าดีมานด์จะเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในผลิตภัณฑ์และบริการที่นอกเหนือจากเครื่องปรับอากาศ
เมื่อวันที่ 26 มกราคมที่ผ่านมา บริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายและให้บริการหลังการขายเครื่องปรับอากาศไดกิ้น จัดงาน “Daikin Product Convention 2026: The Unlimited Air Possibilities” เพื่อประกาศทิศทางเชิงกลยุทธ์ขององค์กรและถ่ายทอดวิสัยทัศน์การพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศ HVAC ของไทยให้สอดรับกับเทรนด์โลก ทั้งด้านพลังงาน เทคโนโลยีดิจิทัล และสิ่งแวดล้อม
ไดกิ้นสะท้อนภาพการเปลี่ยนผ่านของตลาดเครื่องปรับอากาศไทยที่กำลังเผชิญแรงกดดัน คือ การที่ตลาดเครื่องปรับอากาศในไทยเริ่มเข้าสู่สภาวะ ‘อิ่มตัว’ ขณะที่การแข่งขันด้านราคามีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น อีกทั้งบทบาทของช่องทางอีคอมเมิร์ซที่เติบโตอย่างต่อเนื่องก็กระทบต่อโมเดลร้านเครื่องปรับอากาศแบบดั้งเดิมในตลาดครัวเรือน
ขณะเดียวกัน ในอีกด้านหนึ่ง ไดกิ้นมองว่า ‘โอกาสใหม่’ ก็กำลังเกิดขึ้นพร้อมกัน โดยเฉพาะโอกาสจากการเร่งโรดแมปและนโยบาย Carbon Neutrality ของไทยที่มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 ซึ่งกำลังผลักดันให้ความต้องการของตลาดขยับจาก ‘สินค้า’ ไปสู่ ‘โซลูชัน’ ที่ตอบโจทย์การใช้พลังงานและความยั่งยืนอย่างจริงจัง
ทาคาโยชิ มิกิ (Takayoshi Miki) ประธานบริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ จำกัด กล่าวว่า ในโลกที่เทคโนโลยีและความยั่งยืนกลายเป็นหัวใจของทุกอุตสาหกรรม อากาศไม่ควรถูกมองเป็นเพียงทรัพยากรพื้นฐานอีกต่อไป แต่เป็นองค์ประกอบสำคัญของคุณภาพชีวิต สุขภาพ และประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ดังนั้น วิสัยทัศน์ของไดกิ้น คือ การพัฒนาโซลูชันด้านอากาศที่ตอบสนองต่อผู้ใช้งานและสิ่งแวดล้อมได้อย่างชาญฉลาด เพื่อสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนในระยะยาว
“การยกระดับสู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชัน (Solution Provider) ในปี 2026 ของไดกิ้น ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มฟังก์ชันของผลิตภัณฑ์ แต่คือการปรับโมเดลธุรกิจ ให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและลูกค้าที่เกิดขึ้นจริง”
ประธานสยามไดกิ้นเซลส์บอกอีกว่า หนึ่งในแกนสำคัญของโมเดลธุรกกิจ คือ การสร้าง Carbon Neutrality Solutions หรือโซลูชันเพื่อความเป็นกลางทางคาร์บอน หลังจากที่ผ่านมา ไดกิ้นได้รับความสนใจจากหลายองค์กรที่ขับเคลื่อนตามทิศทางดังกล่าว และได้ลงนามความร่วมมือ (MOU) กับภาคเอกชนและมหาวิทยาลัยแล้วหลายแห่ง ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการร่วมทดสอบและยืนยันผลกับพันธมิตร
ไดกิ้นคาดด้วยว่า ความต้องการของลูกค้าจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในมิติที่ไกลกว่าเครื่องปรับอากาศ โดยเฉพาะโซลูชันด้านการบริหารจัดการพลังงานของระบบปรับอากาศ (Energy Management) และการบริหารจัดการสารทำความเย็น (Refrigerant Management) เพื่อให้ภาคธุรกิจสามารถมีส่วนร่วมกับเป้าหมาย Carbon Neutrality ได้อย่างเป็นรูปธรรม
ทาคาโยชิระบุว่า ความพร้อมเฉพาะตัวของไดกิ้น คือ การนำเสนอ Total Solutions ที่ครอบคลุมทั้งเครื่องปรับอากาศสำหรับที่พักอาศัยและเครื่องปรับอากาศที่ใช้ในเชิงพาณิชย์ ระบบขนาดใหญ่ (Applied Products) ไปจนถึงการผลิตและการจัดการสารทำความเย็น ซึ่งเป็นการออกแบบโซลูชันได้ทั้งระบบ นอกจากนี้ ไดกิ้นยังมุ่งมั่นขยายเครือข่ายเชื่อมโยงและสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า (Customer-Connected Solutions) เพื่อพัฒนาความร่วมมือระยะยาวกับลูกค้าที่มีเป้าหมายร่วมกันในการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน เพื่อร่วมเติบโตและสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน ตลอดจนยกระดับบทบาทขององค์กรสู่ ‘Solution Provider’ อย่างแท้จริง
ไดกิ้นสรุปว่า หัวใจของวิสัยทัศน์ปี 2026 คือ การเปลี่ยนบทบาทของไดกิ้นจากการแข่งขันด้านสินค้า ไปสู่การแข่งขันด้านโซลูชันอัจฉริยะแบบครบวงจร ที่ผสานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ากับการออกแบบ การควบคุม และการบริหารจัดการพลังงาน เพื่อยกระดับคุณภาพอากาศ คุณภาพชีวิต และประสิทธิภาพการใช้พลังงานอย่างเป็นรูปธรรม
ภายใต้ทิศทางที่ว่ามา ไดกิ้นเตรียมเปิดตัวนวัตกรรมและไลน์อัปผลิตภัณฑ์ใหม่ประจำปี 2026 ครอบคลุมทุกกลุ่มตลาดหลัก ทั้งในกลุ่มระบบปรับอากาศสำหรับที่อยู่อาศัย (Residential) กลุ่มระบบปรับอากาศเชิงพาณิชย์ (SKYAIR และ VRV) และกลุ่มระบบปรับอากาศขนาดใหญ่ (Applied Product)
วรพงศ์ กียปัจจ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ จำกัด กล่าวเสริมว่า ในปี 2026 คือจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรม จากการแข่งขันด้านผลิตภัณฑ์ ไปสู่การแข่งขันด้านโซลูชัน ซึ่งไดกิ้นประเทศไทยมุ่งยกระดับบทบาทสู่การเป็นพันธมิตรทางเทคโนโลยีที่ช่วยให้ลูกค้าและภาคธุรกิจสามารถบริหารจัดการพลังงาน คุณภาพอากาศ และความยั่งยืนได้อย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของไดกิ้น ขับเคลื่อนภายใต้ 2 แกนกลยุทธ์สำคัญ ได้แก่