สมาคมผู้ผลิตยานยนต์ยุโรป (ACEA) รายงานยอดขายรถยนต์ประจำเดือน กรกฎาคม พร้อมยืนยันว่า รถยนต์ไฟฟ้าพลังแบตเตอรี่ หรือ รถ BEV ยอดขายโตรวมกว่า 39% อย่างไรก็ตามแม้ภาพรวมตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจะดูสดใส แต่ Tesla กลับประสบปัญหายอดขายจํานวนรถยนต์ไฟฟ้าที่ลดลง
โดยในเดือน กรกฎาคม 2025 Tesla มียอดขายเพียง 8,837 คันในยุโรป ลดลงจาก 14,769 คัน ในเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว ขณะที่ยอดขาย BYD ค่ายรถยนต์ไฟฟ้าจากจีน มียอดขายถึง 13,503 คัน ซึ่งเติบโตสูงถึง 225% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว นับเป็นครั้งแรกที่ BYD สามารถขึ้นแท่นเป็นแบรนด์รถไฟฟ้าขายดีในยุโรปแซง Tesla ได้สำเร็จ
โดยเหตุผลที่ BYD สามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็ว อาจเป็นเพราะ ราคาที่เข้าถึงได้ มีเทคโนโลยีแบตเตอรี่ Blade Battery หรือ แบตเตอรี่ชนิดลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP) ที่ปลอดภัยทนทานและมีอายุการใช้งานยาวนานกว่า อีกทั้งยังมีการขยายศูนย์บริการที่ครอบคลุมมากขึ้น ซึ่งช่วยสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค การเติบโตของ BYD ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ผู้บริโภคในยุโรปเริ่มให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าและเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงมากกว่าชื่อแบรนด์
และหากมองภาพรวมของตลาดจะเห็นว่า ผู้ผลิตรายใหญ่อย่าง Volkswagen, BMW และ Mercedes-Benz ยังคงครองอันดับต้น ๆ ของตลาด โดยยอดขายของเดือนกรกฎาคมแสดงให้เห็นว่า Volkswagen มียอดขาย 124,464 คัน เพิ่มขึ้น 13.8% จากปีก่อน ขณะที่ BMW และ Mercedes-Benz เติบโตเพียง 4% และ 0% ส่วน Hyundai และ Kia กลับมียอดขายลดลง สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันรถยนต์ไฟฟ้าในตลาดยุโรปที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ยอดขาย กรกฎาคม 2025 | ยอดขาย กรกฎาคม 2024 | เติบโต | |
Volkswagen | 124,464 คัน | 109,327 คัน | 13.8% |
BMW | 66,775 คัน | 63,725 คัน | 4.0% |
Mercedes-Benz | 53,458 คัน | 53,447 คัน | 0.0% |
Hyundai | 45,347 คัน | 46,362 คัน | -2.2% |
Kia | 42,671 คัน | 46,390 คัน | -7.0% |
BYD | 13,503 คัน | 4,151 คัน | 225.3% |
Tesla | 8,837 คัน | 14,769 คัน | -40.2 |
การเติบโตแบบก้าวกระโดดของ BYD ทำให้ผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายมองว่าผู้ผลิตสัญชาติจีนรายนี้มีศักยภาพที่จะแซงหน้า Tesla ได้ตลอดทั้งปีเลยทีเดียว
ดังนั้น Tesla อาจจำเป็นต้องเร่งปรับกลยุทธ์เพื่อดึงดูดลูกค้าและรักษาส่วนแบ่งตลาดไว้ ขณะที่ BYD กำลังฉวยโอกาสจากจุดอ่อนของคู่แข่งเพื่อสร้างการเติบโต