
MGC-ASIA หรือ บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) ประกาศความสำเร็จปี 2568 ด้วยการสร้างสถิติ กำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ผลักดันโดยระบบนิเวศทางธุรกิจที่แข็งแกร่งและการปรับตัวเข้าสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า (EV) อย่างเต็มตัว
ในปีที่ผ่านมา MGC-ASIA รายงานรายได้รวมกว่า 22,477 ล้านบาท และมี กำไรสุทธิ 1,284 ล้านบาท เติบโตขึ้นถึง 782.2% ซึ่งเป็นผลจากการวางโครงสร้างแบรนด์พอร์ตโฟลิโอที่ลงตัว ทั้งกลุ่มรถยนต์พรีเมียมและการบุกตลาด รถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงจากปัจจัยราคาน้ำมันที่ผันผวน
ดร.สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ ระบุว่าในปี 2569 บริษัทตั้งเป้ารายได้โตไม่ต่ำกว่า 25% โดยชูจุดเด่นเรื่อง Subscription Platform หรือระบบเช่าใช้ สำหรับผู้ที่ไม่ต้องการเป็นเจ้าของรถยนต์ แต่เน้นการใช้งานที่คล่องตัว พร้อมขยายฐานลูกค้าจาก 7 แสนราย สู่เป้าหมาย 1 ล้านราย ภายใน 3-4 ปีข้างหน้า
หัวใจสำคัญของความสำเร็จมาจากการวางระบบ Mobility Ecosystem ที่เชื่อมโยงการจำหน่ายรถยนต์พรีเมียมอย่าง BMW, MINI และ Honda เข้ากับบริการหลังการขาย ธุรกิจรถเช่า SIXT รวมถึงธุรกิจการเงินและประกันภัย ช่วยสร้างรายได้ต่อเนื่อง (Recurring Income) และเพิ่มกระแสเงินสดให้กลุ่มบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ
MGC-ASIA ใช้กลยุทธ์ Technology-led Differentiation ในการบุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจีนระดับพรีเมียมอย่าง XPENG (เอ็กซ์เผิง) และ ZEEKR (ซีเคอร์) โดยเน้นการส่งมอบคุณค่าด้านนวัตกรรมและสมาร์ทเทคโนโลยีมากกว่าการแข่งด้านราคา พร้อมขยายเครือข่ายศูนย์บริการและสถานีชาร์จให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ไปจนถึงธุรกิจประกันภัยและสินเชื่อ Alpha X ที่กลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่ง
นอกจากการเติบโตทางรายได้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับ ความยั่งยืน (ESG) โดยได้รับผลประเมิน SET ESG Ratings ประจำปี 2568 สะท้อนถึงธรรมาภิบาลและการดูแลสิ่งแวดล้อม เช่น การติดตั้งโซลาร์เซลล์ในศูนย์บริการ และโครงการปลูกป่าเพื่อลดการปล่อยคาร์บอน