
บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA รายงานผลการดำเนินงานประจำปี 2568 เติบโตอย่างโดดเด่น ทำสถิติกำไรสูงสุดใหม่ (All-time High) สะท้อนความแข็งแกร่งของโครงสร้างธุรกิจที่ครอบคลุมทั้งยานยนต์พรีเมียม รถยนต์ไฟฟ้า บริการหลังการขาย และธุรกิจการเงิน
ในปี 2568 MGC-ASIA มีรายได้รวม 22,477 ล้านบาท โดยมียอดขายรถยนต์รวม 11,814 คัน และมียอดจองคงค้าง (Backorder) อีกกว่า 1,065 คัน ส่งผลให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 1,284 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 782.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า นอกจากนี้ยังประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเพิ่มอีก 0.11 บาทต่อหุ้น รวมทั้งปีเป็น 0.25 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield สูงถึง 5.7%
ดร.สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม MGC-ASIA เผยว่า ผลงานในปีนี้คือเครื่องพิสูจน์ความสำเร็จของระบบนิเวศทางธุรกิจ Mobility Ecosystem ที่วางรากฐานไว้ ทำให้บริษัทเข้าสู่รอบการเติบโตใหม่อย่างยั่งยืน
หนึ่งในปัจจัยหลักที่ผลักดันกำไรคือกลยุทธ์รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่เน้นกลุ่มพรีเมียม-ไฮเทค ผ่านแบรนด์ระดับโลกอย่าง XPENG และ ZEEKR ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม โดย MGC-ASIA ใช้แนวทาง Technology-led Differentiation มุ่งเน้นที่คุณค่าของผลิตภัณฑ์แทนการแข่งขันด้านราคา ช่วยยกระดับอัตรากำไร (Margin) ให้สูงขึ้นในระยะยาว
ขณะที่แบรนด์หลักอย่าง BMW กำลังเตรียมก้าวสู่ยุค 'Neue Klasse' และ MINI ที่เปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ยิ่งช่วยตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดลักชัวรี่
นอกจากการขายรถใหม่ ธุรกิจบริการหลังการขายผ่านเครือข่าย BMW, MINI, Honda และศูนย์บริการ MMS รวม 120 สาขาทั่วประเทศ ยังคงสร้างรายได้ประจำอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการฟื้นตัวของธุรกิจการเงินอย่าง Alpha X และธุรกิจประกันภัย Howden Maxi ที่เข้ามาเสริมเสถียรภาพของกำไรเชิงโครงสร้าง
ในส่วนของธุรกิจรถเช่า SIXT Thailand ได้สร้าง Synergy ภายในกลุ่มด้วยการเป็นผู้บุกเบิกบริการเช่ารถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมรายแรก โดยนำรถ XPENG และ ZEEKR มาให้บริการทั้งระยะสั้นและระยะยาว เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้ทดลองใช้เทคโนโลยีจริงก่อนตัดสินใจซื้อ
ด้วยพอร์ตแบรนด์ระดับโลกและการบริหารต้นทุนอย่างมีวินัย MGC-ASIA มั่นใจว่าจะสามารถสร้างการเติบโตที่สมดุลทั้งรายได้และกำไร เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างยั่งยืนต่อไป