ช่วยลูกเรือประมง หลังถูกเรือสินค้าแซง เกิดคลื่นใหญ่ซัดล่ม ดับ 1 เจ็บ 3

เกิดเหตุเรือประมงล่ม มีผู้บาดเจ็บหลายราย ที่บริเวณปากน้ำเจ้าพระยา ทุ่นที่ 18 ต.บางปู อ.เมือง จ.สมุทรปราการ เรือตรวจการเจ้าท่า 213 ประสานตำรวจน้ำ เดินทางไปให้การช่วยเหลือ พบเรือประมงชื่อว่า ธนูทอง อยู่ในลักษณะพลิกตะแคงข้างจมปริ่มผิวน้ำ ส่วนลูกเรือส่วนหนึ่งลอยคออยู่ในน้ำ และมีเรือประมงชื่อส.เทพอุดมพร ได้กำหารช่วยเหลือไว้ได้อย่างปลอดภัย มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย และนำตัวส่งไปรักษาตัวที่ รพ.สมุทรปราการ ทุกคนปลอดภัย และยังมีผู้เสียชีวิตติดอยู่ในเก๋งเรือยังไม่สามารถนำขึ้นมาได้ 1 ราย ล่าสุด เจ้าหน้าที่นำลูกเรือที่เหลือ กลับเข้าฝั่งแล้ว มีทั้งชาวไทย และเมียนมา 19 คน ขึ้นฝั่งที่ สะพานปลา ย่านตำบลท้ายบ้าน อำเภอเมืองสมุทรปราการ ทั้งนี้ เรือธนูทองอับปาง เนื่องจาก ถูกคลื่นเรือบรรทุกเหล็กขนาดใหญ่ซัด ทำให้เรือพลิกตะแคง ก่อนจมลง ทำให้ นายสิงห์ เกื้อกิจ ลูกเรือเสียชีวิตศพติดคาซากเรือ ลูกเรือที่ประสบเหตุ เล่าว่า ออกเดินเรือจากท่าเรือสะพานปลา จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อทำประมงบริเวณปากอ่าว เมื่อถึงจุดเกิดเหตุ มีเรือบรรทุกเหล็กขนาดใหญ่ […]

“โลมา” สัตว์ทะเลสุดเป็นมิตร และมีสติปัญญาใกล้เคียงมนุษย์ แต่กลับถูกลากอวนขึ้นเรือประมงไทย

กลายเป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ หลังจากมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้เผยแพร่คลิปเหตุการณ์บนเรือประมงไทย ที่กำลังนำโลมาจำนวนหลายตัวขึ้นเรือประมง บางตัวถูกทิ้งลงทะเล และบางส่วนก็ตาย ซึ่งทางด้าน ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้แสดงความเห็นต่อกรณีดังกล่าวว่ากรมประมงต้องหาเรือต้นเหตุมาลงโทษคนทำผิด อีกทั้งในทางกฎหมายไทยยังระบุด้วยว่า โลมาเป็นสัตว์คุ้มครอง และ พ.ร.บ.สงวนคุ้มครองสัตว์ป่า 2562 โทษรุนแรงมากกว่าเดิมมาก ไม่ใช่แค่ปรับ 4 หมื่นจำคุก 4 ปีอีกต่อไปแล้ว โลมา (Dolphin) เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมจำพวกหนึ่ง อาศัยอยู่ทั้งในทะเล, น้ำจืด และน้ำกร่อย มีรูปร่างคล้ายปลา คือ มีครีบ มีหาง แต่โลมามิใช่ปลา เพราะเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมที่มีรก จัดอยู่ในอันดับวาฬและโลมา (Cetacea) ซึ่งประกอบไปด้วย วาฬและโลมา ซึ่งโลมาจะมีขนาดเล็กกว่าวาฬมาก และจัดอยู่ในกลุ่มวาฬมีฟัน (Odontoceti) เท่านั้น ทั้งยังเป็นสัตว์ที่รับรู้กันเป็นอย่างดีว่าเฉลียวฉลาด มีความเป็นมิตรกับมนุษย์ และมักมีเรื่องราวเกี่ยวกับการช่วยชีวิตมนุษย์เมื่อยามเรือแตก จนกลายเป็นตำนานหรือเรื่องเล่าขานทั่วไป โลมาส่วนใหญ่มีอุปนิสัยอยู่รวมกันเป็นฝูง บางฝูงอาจมีจำนวนมากถึงหลักพันถึงหลายพันตัว ว่ายน้ำได้อย่างคล่องแคล่วรวดเร็ว รวมถึงสามารถกระโดดหมุนตัวขึ้นเหนือน้ำได้ ชอบว่ายน้ำขนาบข้างหรือว่ายแข่งไปกับเรือ พบกระจัดกระจายทั่วไปในมหาสมุทรโดยทั่วไป ลักษณะของโลมาที่เป็นที่รู้จักกันดี คือ มีรูปร่างเพรียวยาวคล้ายตอร์ปิโดหรือกระสวย […]

‘โลมา’ ถูกซัดเกยฝั่งฝรั่งเศสกว่า 1,100 ตัว เหตุบาดเจ็บจากเรือประมง

โลมา กว่า 1,100 ตัว ถูกซัดเกยชายฝั่งแอตแลนติก ของฝรั่งเศส ตั้งแต่เดือน ม.ค. 62 ที่ผ่านมา โดยองค์กรสิทธิสัตว์ กล่าวว่าเป็นผลพวงจากอุตสาหกรรมประมง ผู้เชี่ยวชาญ ระบุ ตัวเลขการตายดังกล่าวเป็นตัวเลขที่สูงมาก ทำลายสถิติของปีก่อน จะเข้าสู่ 2562 มาเพียง 3 เดือนเท่านั้น และนับเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในรอบ 40 ปี โดย 90% ของโลมาที่ตาย มีสาเหตุจากบาดแผลที่เกิดจากเรือประมง ฟรองซัว เดอ รูจี รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมของฝรั่งเศส เผยว่า ได้วางแผนเพื่อลดการตายของโลมา ซึ่งรวมไปถึงการผลักดันการใช้งานอุปกรณ์ส่งเสียงขับไล่บน 26 เรืออวนลากซึ่งได้ติดตั้งอุปกรณ์ดังกล่าวไว้แล้ว เพื่อไล่โลมาออกไปจากพื้นที่ประมง แต่ในขณะเดียวกันกลุ่มนักเคลื่อนไหวซี เชฟเพิร์ด ออกมาโต้แย้งว่า บรรดาเรืออวนลากจะไม่เปิดอุปกรณ์นอกจากจะมีการตรวจสอบ เพราะกลัวว่าอาจจะไล่ปลาชนิดอื่นออกไปด้วย และเชื่อว่ามลพิษทางเสียงที่เกิดจากอุปกรณ์เหล่านี้จะทำให้สัตว์ทะเลอาศัยอยู่ในมหาสมุทรไม่ได้ ลาเมีย เอสซองลาลี่ ผู้อำนวนการ ซี เชฟเพิร์ด  ฝรั่งเศส กล่าวว่า นักวิทยาศาสตร์เคยทำนายไว้ว่า โลมา มีโอกาสในการสูญพันธุ์ เนื่องจากการทำประมงจำนวนมากในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะเมื่อตลาดมีความต้องการปลาราคาถูก […]

ช่วยชีวิตสองหนุ่มเรือประมง ลอยเคว้งกลางทะเลนานกว่า 20 วัน

เจ้าหน้าที่ของเรือสำราญ “เอ็มเพรสส์ ออฟ เดอะ ซีส์” ช่วยชีวิตชาย 2 คนบริเวณนอกชายฝั่งประเทศคอสตาริกา ขึ้นสู่เรือชูชีพ หลังจากที่ทั้งคู่ต้องใช้ชีวิตกลางทะเลมานานมากกว่า 20 วัน โดยรายงานข่าวระบุว่า ในเวลาต่อมาชายทั้งสองคนได้ถูกนำตัวขึ้นไปยังเรือสำราญ ทั้งคู่ได้รับประทานอาหารและน้ำดื่ม รวมถึงได้รับการตรวจสุขภาพเบื้องต้นจากแพทย์ประจำเรือสำราญลำนี้ ข้อมูลระบุว่า ชายทั้งสองคนซึ่งยังไม่มีการเปิดเผยชื่อ เป็นลูกเรือของเรือประมงท้องถิ่นลำหนึ่ง โดยเรือของพวกเขาเผชิญพายุฝนและคลื่นลมรุนแรงในทะเลบริเวณนอกชายฝั่งประเทศคอสตาริก้า ก่อนที่เรือของพวกเขาจะน้ำมันหมดและไม่สามารถกลับเข้าฝั่งได้ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. 61 ที่ผ่านมา ล่าสุด มีการยืนยันว่า ชาวประมงทั้งสองคน ได้ถูกพาตัวไปส่งที่ประเทศจาเมกา เพื่อรับการตรวจร่างกายเพิ่มโดยละเอียดจากแพทย์แล้ว ก่อนจะมีการประสานพาตัวพวกเขากลับบ้านอย่างปลอดภัย ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

ชาวประมงไทยขึ้นป้ายประกาศขายเรือ ประสบภาวะขาดทุน-สัตว์ทะเลเพื่อนบ้านทะลักราคาร่วงกว่าครึ่ง

เรือประมงพาณิชย์ในพื้นที่ อ.กันตัง จ.ตรัง ขึ้นป้ายประกาศขายแล้ว 4-5 ลำ และจอดนิ่งอีกจำนวนมาก หลังประสบปัญหาขาดทุนจากการออกทำประมงเที่ยวละ 100,000 – 150,000 บาท สภาพเรือประมงในพื้นที่ อ.กันตัง จ.ตรัง ที่มีการจอดและขึ้นป้ายปิดประกาศขายจำนวน 4 – 5 ลำ และเรือประมงพาณิชย์อีกจำนวนมากไม่ต่ำกว่า 20 ลำ ที่จอดสนิท ไม่ออกไปทำประมง สาเหตุหลักเกิดจากการประสบปัญหาขาดทุนจากการออกทำประมง ในแต่ละเที่ยวไม่ต่ำกว่า 100,000 – 150,000 บาทต่อลำ เนื่องจากภาวะราคาน้ำมันแพง และสัตว์น้ำทะเลจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น พม่า ทะลักเข้ามาตีตลาด ทำให้สัตว์น้ำราคาตกต่ำประมาณ 50 – 60 % จนทำให้ไม่สามารถสู้กับสถานการณ์ได้ไหว ผู้ประกอบการบางรายจึงเลือกที่จะประกาศขายเรือทิ้ง และอีกจำนวนมากเลือกที่จะจอดรอดูท่าทีการแก้ปัญหาของภาครัฐ เนื่องจากได้รับความเดือดร้อนกันอย่างหนัก นายประเสริฐ แซ่ลิ้ม อายุ 54 ปี ไต๋ก๋งเรือประมง เผยว่าขณะนี้เจ้าของเรือประกาศขายแล้วหลายลำ ทั้งที่ขึ้นป้ายและไม่ขึ้นป้าย สาเหตุเพราะขาดทุนหนัก หลังจากรัฐบาลจัดระเบียบเรือแล้วมีการออกกฎหมาย-ระเบียบ […]

โดนหมายจับหลังถูกแอบอ้างชื่อ สวมสิทธิ์เป็นเจ้าของเรือประมง

เรื่องราวร้องทุกข์ของ ธีระศักดิ์ ศิวะวิรุฬห์เทพ ที่ถูกตำรวจล้อมจับเมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 60 ที่ผ่านมา ในข้อหาเป็นเจ้าของเรือและไม่นำเรือมาตรวจสภาพและแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับเรือตามที่กรมเจ้าท่ากำหนด โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ปากช่อง ได้ส่งตัวไปที่สน.พลับพลาไชย ซึ่งเป็นเจ้าของคดี บอกว่าเขาเป็นเจ้าของเรือที่ชื่อว่า ‘เอกทวีทรัพย์3’ ขนาด 89 ตัน ซึ่งธีระศักดิ์ยืนยันว่าไม่ได้เป็นเจ้าของ แม้แต่ชื่อเรือก็ไม่เคยได้ยินมาก่อน เรือลำดังกล่าวต่อขึ้นมาเมื่อ 30 ปีที่แล้วในมูลค่า 15 ล้านบาท มีหนังสือสัญญาว่าได้ขายและโอนย้ายกรรมสิทธิ์เป็นของธีระศักดิ์ ในปีพ.ศ.2536 ในราคาเพียง 250,000 บาทเท่านั้น โดยเจ้าของเรือคนก่อนมีทั้งหมด 3 ชื่อด้วยกัน ซึ่งธีระศักดิ์ก็ยืนยันอีกเช่นกัน ว่าไม่เคยรู้จักหรือพบกับทั้งสามคนมาก่อน ต่อมาได้ติดต่อขอตรวจสอบในหนังสือกรรมสิทธิ์จากกรมเจ้าท่า พบว่าลายเซ็นต์ในเอกสารคล้ายกับของตนจริง ทั้งนี้เมื่อ 25 ปีก่อน ธีระศักดิ์เคยทำอาชีพประมง เคยมีเรือและจดทะเบียนกับกรมเจ้าท่า โดยในใบกรรมสิทธิ์ม่ีข้อผิดปกติคือมีรอยตัดเจาะบริเวณลายเซ็นต์ของตน เหมือนเอาลายเซ็นต์จากใบทะเบียนเรือเดิมที่เคยมีอ มาติดแปะในทะเบียนเรือลำนี้ ทนายตั้ม ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ให้ความเห็นในกรณีนี้ว่า ถ้าธีระศักดิ์ยอมรับว่าเป็นเจ้าของเรือก็ต้องเสียค่าปรับตามหมายจับ ได้เรือมาเป็นทรัพย์สินฟรีๆ แต่ทั้งนี้ก็ไม่รู้ว่าเรือลำดังกล่าวเคยถูกนำไปใช้ทำสิ่งผิดกฎหมายมาหรือไม่ เช่นคดีค้ามนุษย์ หรือน้ำมันเถื่อน อาจเกิดเป็นปัญหาใหญ่ตามมาได้ ซึ่งเมื่อตรวจสอบก็พบว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกแต่มีกรณีที่เกิดขึ้นในลักษณะเดียวกันนี้อีก 4-5 […]

‘บิ๊กฉัตร’ ยันเดินหน้าปราบประมงผิดกฎหมายจริงจัง คาด มี.ค.แจงอียูได้

รองนายกรัฐมนตรีระบุภายในเดือนมีนาคมนี้ จะสามารถแก้ปัญหาและตอบข้อสงสัยของ EU เรื่องการทำประมงผิดกฎหมายและแรงงานภาคประมง วันที่ 24 ม.ค.61 พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย หรือ IUU ว่า รัฐบาลได้ดำเนินการมาโดยตลอด เช่นเดียวกับปัญหาแรงงานภาคประมง ซึ่งการแก้ปัญหาก็คืบหน้าไปมาก แต่ก็จะต้องแก้ปรับปรุงแก้ไขต่อไป ซึ่งประเด็นที่ EU ยังติดค้างอยู่ยังเหลืออีกไม่กี่ประเด็น ซึ่งคาดว่าจะสามารถดำเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จได้ปลายเดือนมีนาคมนี้ เช่น กฎหมายระดับกระทรวง น่าจะแก้ไขเสร็จประมาณเดือนกุมภาพันธ์ ส่วนการติดตามเรือประมงที่ชำรุด สูญหาย ก็จะต้องมีเอกสารหลักฐานมายืนยันให้ชัดเจน โดยประเด็นข้อสงสัยทุกเรื่องน่าจะแก้ปัญหาให้แล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคมนี้  

ตร.โชว์ผลงานแถลงจับประมง-ค้ามนุษย์ผิดกฎหมาย 4,243 คดี ชงรัฐบาลนำเข้าประชุม EU

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงผลการปราบปรามประมงและการค้ามนุษย์ประมงผิดกฎหมาย ยึดเรือผิดกฎหมายกว่า 9,000 ลำ ช่วยเหยื่อต่างด้าวที่ถูกหลอกทำงานในเรือกลางทะเลได้กว่า 160 คน พร้อมทำสรุปผลการดำเนินงานส่งให้รัฐบาลเตรียมนำเข้าที่ประชุม EU เม.ย.นี้ วันที่ 24 ม.ค.61 พลตำรวจโท จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้บัญชาการสำนักงานกฎหมายและคดี ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานปราบปรามประมงและการค้ามนุษย์ประมงผิดกฎหมาย แถลงผลการจับกุมประมงผิดกฎหมายและการค้ามนุษย์ในการประมงช่วงระหว่างเดือนพฤษภาคม 2558 ถึง 18 มกราคม 2561 สามารถจับกุมได้ทั้งสิ้น 4,243 คดี ยึดเรือผิดกฎหมายแล้วกว่า 9,000 ลำ จากเรือประมงทั้งหมดกว่า 40,000 ลำ เป็นเรือประมงนอกน่านน้ำ 79 คดี เรือประมงไทยในน่านน้ำและเรือต่างชาติที่ทำผิดกฎหมาย 1,052 คดี เรือไม่ติดตั้งระบบติดตามเรือ หรือ VMS 2,020 คดี สามารถจับกุมสถานแปรรูปสัตว์น้ำผิดกฎหมายอีก 68 คดี และสามารถปราบปรามการค้ามนุษย์ในภาคประมงทั้งบนบก และบนเรือได้อีก 85 คดี จับผู้ต้องหาได้กว่า 100 คน […]

keyboard_arrow_up