Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
เปิดเหตุผลหลักทำลูลาพลิกคว้าชัยปธน.บราซิล แม้แพ้เลือกตั้งรอบแรก
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

เปิดเหตุผลหลักทำลูลาพลิกคว้าชัยปธน.บราซิล แม้แพ้เลือกตั้งรอบแรก

26 ต.ค. 69
10:30 น.
แชร์

ลูอิส อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ประธานาธิบดีบราซิล สร้างปรากฏการณ์พลิกเกมการเลือกตั้งครั้งสำคัญ หลังเอาชนะฟลาวิโอ โบลโซนาโร คู่แข่งจากฝ่ายขวาจัด คว้าชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีเป็นสมัยที่ 4

จากผลการนับคะแนนเกือบ 99% ระบุว่า ลูลา วัย 80 ปี ได้รับคะแนนเสียง 51.75% ขณะที่คู่แข่งวัย 45 ปี ได้รับ 48.25%

แต่ในการเลือกตั้งรอบแรกเมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ลูลาเพิ่งพ่ายแพ้ให้กับโบลโซนาโรอย่างเฉียดฉิว ส่งผลให้อนาคตทางการเมืองของเขาตกอยู่ในความไม่แน่นอน และทำให้ชาวบราซิลฝ่ายก้าวหน้าต้องเผชิญกับความสิ้นหวังตลอด 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา นับตั้งแต่บราซิลกลับคืนสู่ระบอบประชาธิปไตยในช่วงทศวรรษ 1980 ยังไม่เคยมีผู้สมัครที่ได้คะแนนเป็นอันดับ 2 ในรอบแรก พลิกกลับมาชนะการเลือกตั้งรอบสองได้มาก่อน

แต่ลูลาทำได้สำเร็จในการเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (25 ตุลาคม 2569) จุดกระแสความยินดีไปทั่วท้องถนนในนครเซาเปาโล ซึ่งเขาติดตามผลการนับคะแนนอยู่ รวมถึงบริเวณโรงแรมที่เขาใช้ติดตามสถานการณ์เช่นกัน

Spotlight ชวนวิเคราะห์ อะไรคือสาเหตุที่ทำให้เขาชนะการเลือกตั้งครั้งนี้ และอะไรคือความท้าทายที่รอเขาอยู่ 

ทำไมลูลาถึงชนะเลือกตั้ง?

1. ระดมฐานเสียงฝ่ายซ้ายให้ออกมาใช้สิทธิได้มากขึ้น

นี่เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดข้อหนึ่งที่ข่าวชิ้นแรกระบุไว้ หลังลูลาแพ้ในรอบแรก เขาและพรรคแรงงานเร่งระดมผู้สนับสนุนผ่านการชุมนุมขนาดใหญ่และแคมเปญบนโซเชียลมีเดีย ทำให้ฐานเสียงฝ่ายซ้ายกลับมาตื่นตัวอีกครั้ง

ตัวเลขผู้ไม่ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งลดลงจาก 21.08% ในรอบแรก เหลือ 19.21% ในรอบสอง ซึ่งสอดคล้องกับความพยายามของฝ่ายลูลาที่ต้องการดึงผู้สนับสนุนให้ออกมาใช้สิทธิ แต่ตัวเลขนี้เพียงอย่างเดียวยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าผู้มาใช้สิทธิเพิ่มเติมทั้งหมดเป็นผู้สนับสนุนลูลา

2. พลังการระดมมวลชนช่วยสร้างกระแสก่อนวันเลือกตั้ง

การชุมนุมขนาดใหญ่ในริโอเดจาเนโรและเซาเปาโลสะท้อนให้เห็นว่าลูลายังมีฐานสนับสนุนที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะในระดับประชาชนทั่วไป

ภาพการชุมนุมและการรณรงค์ผ่านโซเชียลมีเดียช่วยทำให้แคมเปญของเขากลับมามีชีวิตชีวาหลังพ่ายแพ้ในรอบแรก และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้สนับสนุนในช่วงโค้งสุดท้าย

3. ประสบการณ์ทางการเมืองและฐานเสียงที่สั่งสมมายาวนาน

ลูลาเป็นบุคคลสำคัญของฝ่ายซ้ายบราซิลมาตั้งแต่ลงสมัครประธานาธิบดีครั้งแรกในปี 1989 เขาเคยดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีมาแล้ว 2 สมัยติดต่อกัน ระหว่างปี 2003–2010 ก่อนกลับมาชนะการเลือกตั้งอีกครั้งในปี 2022

ประสบการณ์และเครือข่ายทางการเมืองที่สั่งสมมายาวนานทำให้เขามีฐานสนับสนุนที่สามารถระดมกลับมาได้ แม้ต้องเผชิญกับความพ่ายแพ้ในรอบแรกก็ตาม

4. การแข่งขันครั้งนี้เป็นการต่อสู้ระหว่างแนวทางการเมืองที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

ลูลาเป็นตัวแทนฝ่ายซ้าย ขณะที่ฟลาวิโอ โบลโซนาโรเป็นผู้สมัครฝ่ายขวาและเป็นบุตรชายของอดีตประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร

ข่าวชิ้นที่สองยังชี้ให้เห็นว่า ชัยชนะของลูลาเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสที่หลายประเทศในลาตินอเมริกาหันไปสนับสนุนผู้นำฝ่ายขวา อย่างไรก็ตาม ผลการเลือกตั้งบราซิลแสดงให้เห็นว่ากระแสการเมืองในภูมิภาคไม่ได้เป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมด

ทั้งนี้ ไม่ควรสรุปว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งเลือกข้างใดเพราะเหตุผลเดียว เนื่องจากข่าวที่ส่งมายังไม่มีข้อมูลสำรวจความคิดเห็นหลังเลือกตั้งที่แจกแจงแรงจูงใจของผู้ลงคะแนนอย่างละเอียด

5. คะแนนเสียงของลูลายังเพียงพอ แม้สังคมบราซิลจะยังแตกแยก

ผลการเลือกตั้งตามข่าวระบุว่า ลูลาได้คะแนน 51.75% ขณะที่ฟลาวิโอได้ 48.25% สะท้อนว่าลูลาชนะด้วยคะแนนที่ไม่ห่างกันมากนัก

นั่นหมายความว่า แม้เขาจะสามารถระดมฐานเสียงกลับมาได้สำเร็จ แต่ประชาชนเกือบครึ่งประเทศยังสนับสนุนฝ่ายตรงข้าม ชัยชนะครั้งนี้จึงไม่ได้หมายความว่าความขัดแย้งทางการเมืองในบราซิลสิ้นสุดลง


ความท้าทายรออยู่มากมาย

แม้ลูลาจะชนะการเลือกตั้ง แต่ความท้าทายของลูลาในวาระที่ 4 ไม่ได้อยู่เพียงการบริหารเศรษฐกิจหรือการเดินหน้าตามนโยบายเดิม แต่คือการบริหารประเทศท่ามกลางความแตกแยกทางการเมือง การทำงานกับรัฐสภาที่มีแนวคิดอนุรักษนิยมสูง ความสัมพันธ์ที่อาจตึงเครียดกับสหรัฐฯ และแรงกดดันระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจกับการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยสามารถสรุปออกมาได้ 5 ข้อดังนี้

1. ความแตกแยกทางการเมืองภายในประเทศ

แม้ลูลาจะชนะการเลือกตั้ง แต่ฟลาวิโอ โบลโซนาโรยังได้รับคะแนนเสียงมากกว่า 48% สะท้อนว่าบราซิลยังแบ่งขั้วทางการเมืองอย่างชัดเจน ลูลาจึงต้องเผชิญโจทย์สำคัญในการประสานความเห็นที่แตกต่างและสร้างความเป็นเอกภาพในสังคม

2. การทำงานกับรัฐสภาที่มีแนวคิดอนุรักษนิยมสูง

ข่าวชิ้นที่สองระบุว่า ลูลาต้องบริหารประเทศร่วมกับรัฐสภาที่มีแนวคิดฝ่ายขวามากที่สุดนับตั้งแต่บราซิลกลับคืนสู่ระบอบประชาธิปไตย ขณะที่พรรคเสรีนิยม (PL) ของตระกูลโบลโซนาโรเป็นพรรคที่ได้ที่นั่งเพิ่มขึ้นมากที่สุดในการเลือกตั้งครั้งนี้

สถานการณ์ดังกล่าวอาจทำให้การผลักดันนโยบายของรัฐบาลและการสร้างเสียงสนับสนุนในรัฐสภาทำได้ยากขึ้น

3. ความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ภายใต้โดนัลด์ ทรัมป์

รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องการเห็นผู้นำฝ่ายอนุรักษนิยมขึ้นบริหารบราซิล และให้ความสำคัญกับการรักษาอิทธิพลของสหรัฐฯ ในลาตินอเมริกา รวมถึงการลดอิทธิพลของจีน

ขณะที่ลูลาถูกมองว่ามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับจีน และยืนยันว่าบราซิลจะไม่ยอมเป็นสนามหลังบ้านของประเทศใด ความแตกต่างนี้จึงอาจสร้างความท้าทายต่อความสัมพันธ์ระหว่างบราซิลกับสหรัฐฯ โดยเฉพาะด้านการค้า ความมั่นคง และภูมิรัฐศาสตร์

4. การรักษาสิ่งแวดล้อม ท่ามกลางแรงกดดันจากภาคธุรกิจ

ชัยชนะของลูลาสร้างความหวังให้กับกลุ่มนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งกังวลว่าหากฟลาวิโอชนะ ภาคธุรกิจเกษตรและอุตสาหกรรมเหมืองแร่จะมีอิทธิพลมากขึ้น และอาจนำไปสู่นโยบายสิ่งแวดล้อมที่ผ่อนปรนกว่าเดิม

ดังนั้น ความท้าทายของลูลาคือการรักษาระบบนิเวศสำคัญอย่างป่าแอมะซอน ท่ามกลางผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและแรงกดดันจากภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้อง

5. การทำตามคำมั่นสัญญาและสร้างแนวทางบริหารประเทศรูปแบบใหม่

ลูลาประกาศว่าจะเชื่อมประสานประชาชนที่มีความเห็นทางการเมืองแตกต่างกัน ด้วยแนวทางบริหารประเทศรูปแบบใหม่ พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าสร้างสังคมที่เป็นธรรมและเปิดโอกาสให้ทุกคน

อย่างไรก็ตาม ข่าวระบุว่า เขายังไม่ได้ให้รายละเอียดชัดเจนว่าแนวทางดังกล่าวจะดำเนินการอย่างไร เมื่อประกอบกับข้อจำกัดจากรัฐสภาและแรงกดดันทั้งในและต่างประเทศ การเปลี่ยนคำมั่นสัญญาให้เป็นนโยบายที่เกิดผลจริงจึงเป็นโจทย์สำคัญ

https://www.bbc.com/news/articles/cmvg7p001qj9o

https://www.theguardian.com/world/2026/oct/26/lula-wins-brazil-election

แชร์
เปิดเหตุผลหลักทำลูลาพลิกคว้าชัยปธน.บราซิล แม้แพ้เลือกตั้งรอบแรก