Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
มาครงออกแถลงการณ์ หลังม็อบล้ำเส้นเผาเมือง  แต่โดนตอกกลับว่า "หมดสภาพ"
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

มาครงออกแถลงการณ์ หลังม็อบล้ำเส้นเผาเมือง แต่โดนตอกกลับว่า "หมดสภาพ"

19 ต.ค. 69
14:26 น.
แชร์

จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 18 ตุลาคมที่ผ่านมา มีกลุ่มผู้ชุมนุมจำนวน 550,000 คนลงถนนประท้วงเกี่ยวกับนโยบายรัฐบาลเกี่ยวกับค่าครองชีพ บริการสาธารณะ และการศึกษา ก่อนลุกลามสู่เหตุจลาจล และการปล้นสะดมที่ร้ายแรง และยังคงต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีแห่งฝรั่งเศสออกเตือนกลุ่มผู้ชุมนุม และผู้ประท้วงให้ ‘อยู่ในความสงบ และเป็นระเบียบ’ หลังเกิดเหตุประท้วงที่รุนแรงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา

จุดเริ่มต้นของการชุมนุมที่ร้ายแรง

เมื่อวันที่ 18 ตุลาคมที่ผ่านมา เดิมทีประชาชนราว 550,000 คนออกมาประท้วงด้วยความสงบ เพื่อคัดค้านนโยบายของรัฐบาลทั้งเรื่องของราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ค่าครองชีพที่สูงลิ่ว การศึกษาที่ไม่ได้รับการพัฒนา และบริการสาธารณะที่เสื่อม 

แต่ในขณะเดียวกัน มีกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนที่ใส่ชุดสีดำ หน้ากาก และหมวกไอโม่งใช้โอกาสนี้ก่อเหตุจลาจล และปะทะกับตำรวจ โดยมีการเผาอาคารบ้านเมือง รถยนต์ตามท้องถนน หล้นร้านค้า ร้านอาหาร และห้างต่าง ๆ ในหลายเมือง รวมถึงที่น่าสลดใจที่สุดคือ ‘การเผาศาลาว่าการเมืองลีมอฌ’ อาคารประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศส

อาคารประวัติศาสตร์อายุ 143 ปีถูกเผาอย่างไร้เยื่อใย

สิ่งที่นับว่าเป็น ‘การทำลายล้าง’ ที่รุนแรง และสะเทือนใจชาวฝรั่งเศสมากที่สุดจากการประท้วงนี้คือ ‘การเผาศาลาว่าการเมืองลีมอฌ’ ซึ่งเป็นอาคารประวัติศาสตร์ทรงคุณค่าที่เก่าแก่ มีอายุยาวนานถึง 143 ปี ล่าสุดเสียหายอย่างหนักทั้งตัวหลังคา และภายในอาคาร

ประธานาธิบดีมาครงกล่าวกับกลุ่มผู้ประท้วงฝรั่งเศสจากพระราชวังเอลีเซว่า “อย่าเพิ่มระดับความรุนแรงกว่านี้ พวกเราทุกคนต่างโกรธ และอับอายกับสิ่งนี้ ชาวฝรั่งเศสทำเช่นนี้กับประเทศฝรั่งเศสได้อย่างไร?  กลุ่มผู้ประท้วงจะต้องมีขอบเขตระหว่าง ‘การเรียกร้องที่ชอบธรรม’ และ ‘การทำลายบ้านเมือง และการปล้นระดม’ นี่เป็นการก่อเหตุที่ไร้เหตุผลที่สุด และใครก็ตามที่มีส่วนร่วมกับสิ่งนี้ จะต้องได้รับบทลงโทษอย่างแน่นอน”

เสียงของชาวฝรั่งเศสบางส่วนก็ไม่เห็นด้วยกับการกระทำ โดยแอนเทเนีย หนึ่งในชาวฝรั่งเศสบอกว่า “นี่เป็นสิ่งที่น่าโมโหที่สุด การทำลายอาคารเก่าแก่ทางประวัติศาสตร์ เพียงเพราะไม่พอใจกับรัฐบาลเป็นสิ่งที่เห็นแก่ตัว นี่เป็นการทำล้ายทุกคนรวมถึงประชาชนด้วยกันเอง” 

เจอร์ราด ชายฝรั่งเศสอีกคนกล่าวว่า “พวกเราเสียใจกับสิ่งที่กเิดขึ้นมาก และผมว่าเราจะใช้เวลาอีกนานกว่าจะซ่อมแซมให้อาคารกลับมาเป็นเหมือนเดิม”

การปะทะกันระหว่างประชาชน และเจ้าหน้าที่

เมื่อวันที่ 18 ตุลาคมที่ผ่านมา เมืองกรุงปารีส และเมืองลียงมีการปะทะกันขนาดเล็กระหว่างกลุ่มผู้ประท้วง และเจ้าหน้าที่ โดยเจ้าหน้าที่มีการใช้แก๊สน้ำตา และระเบิดควันเพื่อสลายการชุมนุม ส่วนด้านผู้ชุมนุมก็มีการโยนก้อนหิน และขวดน้ำใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ

มีกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนที่ใส่ชุดสีดำ ใส่หน้ากาก และหมวกไอโม่งจุดไฟเผารถ อาคาร และร้านค้าต่าง ๆ ในหลายเมือง ร้านค้าแบรนด์เนมชั้นนำต่าง ๆ รวมถึงร้านค้าปลีกจำนวนมาก ถูกกลุ่มผู้ฉวยโอกาสทุบทำลายกระจกหน้าร้าย และเข้าไปปล้นสินค้า รวมถึงร้านอาหาร และร้านสะดวกซื้อกว่า 1,500 แห่งทั่วประเทศได้รับความเสียหายอย่างหนักจากเพลิงไหม้ และการปล้น

โดยเมื่อเช้าของวันที่ 19 ตุลาคม ที่เมืองกรุงปารีส จะเห็นได้ว่าเจ้าของร้านค้าต่าง ๆ มีการออกมาเก็บเศษแก้ว และรถขยะต่างก็มีการออกเก็บซากรถ และซากต่าง ๆ ที่เกลื่อนเต็มท้องถนน

จากรายงานของกระทรวงมหาดไทยฝรั่งเศสกล่าวว่า ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมกลุ่มผู้ชุมนุมรวมประมาณ 2,400 คนแล้ว โดยจากเหตุการณ์นี้มีเจ้าหน้าที่บาดเจ็บราว 1,000 คน และบาดเจ็บสาหัส 7 คน

ประธานาธิบดีมาครงยืนยันว่า “ไม่มีข้ออ้างใด ๆ ที่จะมาแก้ตัวกับการกระทำเหล่านี้ได้ และผู้ก่อเหตุทุกคนจะต้องถูกนำตัวมาลงโทษตามกฎหมาย” นอกจากนี้เขายังประกาศให้เจ้าหน้าที่ประจำภูมิภาค และนายกเทศมนตรีในแต่ละพื้นที่ร่างมาตรการคุ้มครองร้านค้า และอาคารสถานที่ต่าง ๆ โดยยืนยันว่าจะให้มีการปฎิบัติงาน และการตอบโต้ของเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อเหตุการณ์ประท้วงครั้งนี้อย่างเต็มที่

แต่อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีมาครงกล่าวว่า “กลุ่มผู้ประท้วงอย่างสันติไม่ควรถูกเข้าใจผิด และเหมารวมกับพวกทีก่อความวุ่นวาย ผมยืนยันว่านี่ยังไม่ใช่สถานการณ์ฉุกเฉินตามที่นักการเมืองฝ่ายขาวเรียกร้อง และจะดำเนินการเท่าที่สมควรเพื่อให้เจ้าหน้าที่ทางการท้องถิ่นยังสามารถควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่ที่ตนรับผิดชอบได้”

นอกจากนี้ ประธานาธิบดีฝรั่งเศสได้ยืนยันว่าจะจัดตั้ง “ศูนย์วิกฤต” เพื่อช่วยเหลือผู้ที่กำลังเผชิญกับความยากลำบากอย่างเร่งด่วน พร้อมย้ำว่าฝรั่งเศสจะต้องถอดบทเรียนจากเหตุการณ์ความรุนแรงนี้ 

สนามรบเดือดจากการเลือกตั้งประธานาธิบดี

เหตุการณ์การประท้วงที่ทวีความรุนแรงขึ้น ได้กลายเป็นประเด็นสำคัญที่พรรคการเมืองต่าง ๆ นำมาแย่งชิงคะแนนเสียงล่วงหน้า ก่อนถึงศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสในเดือนเมษายน 2027 ซึ่งสะท้อนให้เห็นรอยร้าว และจุดยืนที่สวนทางกันอย่างสิ้นเชิงระหว่างขั้วขวาจัด และซ้ายจัด

โลรองต์ นูเญซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยกล่าวว่า แม้การชุมนุมจะเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน แต่ก็มี ‘การกระทำรุนแรง’ ที่เกิดขึ้นจาก ‘กลุ่มบุคคลจากพรรคการเมืองฝ่ายซ้ายจัดหลายพันคน’ ที่มุ่งมั่นที่จะโจมตีอาคารสาธารณะ ปล้นร้านค้า และเผชิญหน้าปะทะกับตำรวจ

ส่วนด้านฌ็อง-ลุก เมล็องชง หัวหน้าพรรคฝรั่งเศสไม่ยอมจำนน  ได้ออกมาตอบโต้ผ่านโซเชียลมีเดียว่า รัฐบาลคือ 'ผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว' ต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น พร้อมวิจารณ์ว่ารัฐบาลล้มเหลวโดยสิ้นเชิงในการรักษาความสงบเรียบร้อย และประชดว่าเป็น 'ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารให้เกิดความวุ่นวาย'

ขณะที่ฝ่ายขวาจัด ชอร์ดาน บาร์เดลลา ประธานพรรค National Rally (RN) วิจารณ์แถลงการณ์ของประธานาธิบดีมาครงว่า 'น่าเวทนา และขี้ขลาด' พร้อมชี้ว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่สามารถให้อนาคตใด ๆ แก่ประชาชนได้อีกต่อไป เพราะแม้แต่ความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินยังปกป้องไม่ได้ 

นอกจากนี้ มารีน เลอ แปน ผู้สมัครจากพรรคแนวร่วมแห่งชาติ ก็ออกมาประณามฝ่ายการเมืองที่ฉวยโอกาสใช้ความโกรธแค้นของมวลชนมาสนับสนุน และขยายผลความรุนแรง และกล่าวว่า เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลของมาครงกำลังหมดสภาพ 

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีเตรียมเรียกประชุมตัวแทนพรรคการเมือง สหภาพแรงงาน ตลอดจนตัวแทนนักเรียนมัธยม และนักศึกษา เข้าหารือในอีกไม่กี่วันข้างหน้าเพื่อหาทางออกร่วมกันต่อเหตุการณ์รุนแรงนี้ 

แชร์
มาครงออกแถลงการณ์ หลังม็อบล้ำเส้นเผาเมือง  แต่โดนตอกกลับว่า "หมดสภาพ"