
ผู้ผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ หรือหุ่นยนต์รูปร่างคล้ายมนุษย์จากจีน กำลังเร่งขยายธุรกิจในเกาหลีใต้ โดยขยับจากการแสดงเต้นและจัดแสดงในโชว์รูม ไปสู่การทดลองบนสายการผลิตและการใช้งานเชิงพาณิชย์ ขณะที่เกาหลีใต้ผลักดันการลงทุนด้าน Physical AI เพื่อเพิ่มการใช้ AI และหุ่นยนต์ในภาคอุตสาหกรรม
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นในช่วงที่อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ของจีนเติบโตอย่างรวดเร็ว บริษัทหลายแห่งต้องการหาตลาดและรูปแบบการใช้งานจริงเพื่อรองรับเงินลงทุนและความคาดหวังที่หลั่งไหลเข้าสู่ธุรกิจ ส่วนเกาหลีใต้ต้องการยกระดับภาคการผลิต ท่ามกลางประชากรวัยทำงานที่ลดลงและศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว
ในปี 2569 บริษัทจีนหลายราย ทั้ง UBTech Robotics, Anyverse Dynamics, AgiBot และ Unitree Robotics ได้แสดงเทคโนโลยีหรือประกาศโครงการในเกาหลีใต้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม โอกาสทางธุรกิจยังมาพร้อมข้อจำกัด ตั้งแต่การรับรองผลิตภัณฑ์ การหาลูกค้าร่วมทดสอบ ไปจนถึงข้อถกเถียงเรื่องความปลอดภัยและความสามารถในการแข่งขันของเกาหลีใต้เอง
อีธาน ฉี (Ethan Qi) รองผู้อำนวยการที่ดูแลด้านหุ่นยนต์ของ Counterpoint Research มองว่า บริษัทหุ่นยนต์รุ่นใหม่ของจีนมีแนวคิดทำธุรกิจในระดับโลกตั้งแต่ต้น และเกาหลีใต้เป็นหนึ่งในตลาดสำคัญที่สุดของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ขณะที่ตลาดยังขาดหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่ผลิตในประเทศและพร้อมจำหน่ายในปริมาณมาก จึงเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตจีนเข้ามา
ในฝั่งจีน การเติบโตของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้เกิดบริษัทระดับยูนิคอร์นหลายแห่ง โดยบางรายเริ่มส่งมอบสินค้าในปริมาณมากแล้ว และมีห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศที่ครอบคลุมเป็นฐานสนับสนุน
ข้อมูลศุลกากรจีนระบุว่า ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 เกาหลีใต้เป็นตลาดส่งออกอันดับ 3 ของจีนตามมูลค่า สำหรับสินค้าหมวด “หุ่นยนต์เลียนแบบสิ่งมีชีวิตอัจฉริยะ” รองจากสหรัฐฯ และญี่ปุ่น โดยการส่งออกไปเกาหลีใต้มีมูลค่า 19.99 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 9.7% ของมูลค่าส่งออกในหมวดนี้ทั่วโลกที่ 206.95 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
จีนส่งออกหุ่นยนต์ในหมวดดังกล่าวรวม 16,559 ตัว ไปยัง 108 ประเทศและเขตเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม หมวดสินค้านี้เพิ่งเริ่มใช้ในปี 2569 และครอบคลุมทั้งหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์และหุ่นยนต์สุนัข ตัวเลขดังกล่าวจึงไม่ได้สะท้อนการส่งออกฮิวแมนนอยด์เพียงอย่างเดียว
ขณะเดียวกัน รายงานของแพลตฟอร์มวิจัยอุตสาหกรรม Labsdeep ซึ่ง Electronic Times นำมาอ้างอิงในเดือนตุลาคม ระบุว่า ผู้ผลิตฮิวแมนนอยด์จีน 8 ราย จาก 10 รายที่มียอดขายสูงสุด เริ่มสำรวจตลาดเกาหลีใต้แล้ว ผ่านการขอรับรองผลิตภัณฑ์ การยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า และการสร้างช่องทางจำหน่าย
หนึ่งในบริษัทที่มีฐานธุรกิจในเกาหลีใต้อยู่ก่อนแล้วคือ UBTech Robotics ผู้ผลิตหุ่นยนต์จากเซินเจิ้นซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง โดย ฌอน ฉิน (Sean Qin) หัวหน้าฝ่ายตลาดต่างประเทศของธุรกิจหุ่นยนต์เชิงพาณิชย์ ระบุว่า บริษัทเข้าสู่ตลาดเกาหลีใต้ตั้งแต่ปี 2562 และขายหุ่นยนต์ไปแล้วมากกว่า 10,000 ตัว ให้ลูกค้าภาคธุรกิจและหน่วยงานรัฐหลายสิบราย ทั้งนี้ บริษัทไม่ได้ระบุว่ายอดขายทั้งหมดเป็นหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์
สำหรับการขายครั้งล่าสุด ตัวแทนของ Galaxy Robot Park สถานที่ให้ความบันเทิงธีมหุ่นยนต์ในกรุงโซล ตกลงซื้อหุ่นยนต์รุ่น U1 หลังเห็นการเปิดตัวที่เซินเจิ้นในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา หุ่นยนต์รุ่นนี้มีรูปลักษณ์เหมือนผู้หญิง สูง 1.68 เมตร ราคาประมาณ 170,000 หยวน หรือ 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ และส่งมอบให้สถานที่ดังกล่าวในเดือนกันยายน ตามข้อมูลของฉิน
นอกเหนือจากธุรกิจบันเทิง UBTech ประกาศในเดือนกรกฎาคมว่า มีแผนทดลองใช้หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์บนสายการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในเกาหลีใต้ ร่วมกับพันธมิตรท้องถิ่น Duksan JM Robotics และผู้ผลิตชิ้นส่วน Ajin Industrial โดยฉินระบุว่า หุ่นยนต์หลายรุ่นของบริษัทอยู่ระหว่างทดสอบการทำงานในสถานที่จริงในเกาหลีใต้ แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม
ฉินอธิบายว่า เกาหลีใต้เป็นประเทศที่มีฐานการผลิตแข็งแกร่ง และใช้แขนกล หุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติ รวมถึงระบบหุ่นยนต์แบบเดิมอย่างแพร่หลายอยู่แล้ว ขั้นต่อไปจึงเป็นการช่วยให้คนทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นในงานที่ต้องอาศัยความยืดหยุ่น ซึ่งทำให้เกาหลีใต้เป็นตลาดสำคัญทั้งสำหรับ UBTech และหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์โดยรวม
ด้าน Anyverse Dynamics สตาร์ตอัปจากปักกิ่ง เลือกเริ่มจากงานบริการก่อนขยายไปสู่อุตสาหกรรม จาง อวี่เฟิง (Zhang Yufeng) ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซึ่งเคยทำงานร่วมกับ SK Telecom และ Hyundai Motor ระบุว่า เกาหลีใต้เป็นหนึ่งในตลาดต่างประเทศที่สำคัญที่สุดของบริษัท
ในงาน World Robot Conference ที่ปักกิ่งเมื่อเดือนสิงหาคม Anyverse จับมือกับ Hollys เครือร้านกาแฟของเกาหลีใต้ เพื่อทดสอบหุ่นยนต์เสิร์ฟเครื่องดื่ม เก็บโต๊ะ และจัดที่นั่งให้พร้อมใช้งาน โดยขณะนี้หุ่นยนต์ยังอยู่ระหว่างทดลองปฏิบัติงานในคาเฟ่ที่ปักกิ่ง
จางระบุว่า บริษัทมีแผนเริ่มทดลองในคาเฟ่และสถานที่ให้บริการเชิงพาณิชย์อื่น ๆ ในเกาหลีใต้ช่วงไตรมาส 4 ของปี 2569 ก่อนขยายเข้าสู่ภาคการผลิต และกำลังดำเนินการด้านการรับรองผลิตภัณฑ์สำหรับตลาดเกาหลีใต้
การปรับผลิตภัณฑ์ให้ผ่านข้อกำหนดท้องถิ่นเป็นอีกขั้นตอนสำคัญ ฉินกล่าวว่า มาตรฐาน Korea Certification ที่เข้มงวดของเกาหลีใต้ ทำให้ UBTech ต้องปรับโมดูลสื่อสารและการตั้งค่าความถี่วิทยุให้เหมาะกับการใช้งานในประเทศ
การหาตลาดของผู้ผลิตจีนสอดรับกับทิศทางของรัฐบาลเกาหลีใต้ ซึ่งให้ความสำคัญกับ Physical AI เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ภาคการผลิต โดยรัฐบาลเสนอวงเงินสนับสนุนเทคโนโลยีนี้ในปี 2570 จำนวน 3.1 ล้านล้านวอน หรือประมาณ 2,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มากกว่า 3 เท่าของระดับปี 2569
อีกส่วนหนึ่งคือโครงการ Manufacturing AI Transformation หรือ M.AX ของกระทรวงการค้า อุตสาหกรรม และทรัพยากร ซึ่งสนับสนุนการนำ AI มาใช้และการทดลองหุ่นยนต์ในโรงงาน รวมถึงหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ โดยตั้งเป้ามีโรงงาน AI 500 แห่งภายในปี 2573 ขณะที่กระทรวงฯ ตั้งงบสำหรับการปรับเปลี่ยนสู่การใช้ AI ในปี 2569 ไว้ 1.1 ล้านล้านวอน
คิม จองกวาน (Kim Jung-kwan) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวเมื่อเดือนสิงหาคมว่า รัฐบาลจะสนับสนุนโรงงานที่ดำเนินงานด้วย AI และหุ่นยนต์ เพื่อช่วยให้เกาหลีใต้เป็นผู้นำระดับโลกด้านการเปลี่ยนผ่านภาคการผลิตด้วย AI ภายในปี 2573
ในมุมของฉีจาก Counterpoint Research เกาหลีใต้มีสถานที่ที่อาจนำหุ่นยนต์ไปใช้งานได้หลากหลาย ทั้งในอุตสาหกรรมรถยนต์ การต่อเรือ และการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ แต่การเข้าถึงโรงงานเหล่านี้ยังเป็นเรื่องยากสำหรับผู้ผลิตจีน เพราะต้องหาลูกค้าในประเทศที่ยินดีร่วมทดลองเพื่อพิสูจน์ว่าเทคโนโลยีใช้งานได้จริง
แม้ผู้ผลิตจีนกำลังขยายธุรกิจ บริษัทอุตสาหกรรมรายใหญ่ของเกาหลีใต้ก็เร่งลงทุนและทดสอบเทคโนโลยีของตนเองเช่นกัน ตั้งแต่การฝึกหุ่นยนต์ การพัฒนาซอฟต์แวร์ ไปจนถึงการทดลองบนสายการผลิต
LG Electronics กำลังสร้าง Data Factory ในกรุงโซล เพื่อฝึกหุ่นยนต์สำหรับงานอุตสาหกรรมและงานในบ้าน ควบคู่กับการทดสอบหุ่นยนต์บนสายการผลิตของบริษัท
Samsung Electronics จัดตั้งหน่วยงาน Robotics eXperience ในเดือนกรกฎาคม โดยมุ่งเจาะงานด้านการผลิตก่อนขยายไปสู่บ้านและธุรกิจค้าปลีก ขณะที่ JoongAng Ilbo รายงานว่า หุ่นยนต์สองขาที่ออกแบบให้ทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมงในภาคการผลิตและโลจิสติกส์ อาจเปิดตัวในงานแสดงสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ CES ที่ลาสเวกัสในเดือนมกราคม 2570
Hyundai Motor Group เริ่มฝึกหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ Atlas ของ Boston Dynamics ที่พื้นที่โรงงานในรัฐจอร์เจีย สหรัฐฯ เพื่อเตรียมนำไปใช้งานด้านการผลิตตามแผนในปี 2571 ส่วน Doosan Robotics เปิดตัวระบบขัดผิวและจัดเรียงสินค้าบนพาเลตที่ใช้ AI รวมทั้งกำลังพัฒนาซอฟต์แวร์ควบคุมหุ่นยนต์โดยได้รับการสนับสนุนจาก Nvidia
การลงทุนยังขยายไปถึงสตาร์ตอัป โดยข้อมูลจาก The VC แพลตฟอร์มฐานข้อมูลสตาร์ตอัปและการลงทุนร่วมทุนของเกาหลีใต้ ระบุว่า ธุรกิจ AI และหุ่นยนต์คิดเป็นสัดส่วน 45% ของการลงทุนในไตรมาส 3 ที่แพลตฟอร์มติดตาม สำหรับ Physical AI เงินทุนไม่ได้ไหลเข้าสู่ผู้ผลิตหุ่นยนต์เพียงกลุ่มเดียว แต่ยังครอบคลุมสตาร์ตอัปที่พัฒนาโมเดลพื้นฐานสำหรับหุ่นยนต์และจัดหาข้อมูลเพื่อใช้ฝึกด้วย
การเข้ามาของผู้ผลิตจีนทำให้เกิดข้อถกเถียงทางการเมืองด้วย ในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลโดยรัฐสภาเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม อี จองฮอน (Lee Jeong-heon) สมาชิกสภาจากพรรคประชาธิปไตยเกาหลีซึ่งเป็นพรรครัฐบาล นำหุ่นยนต์ของ Unitree และ AgiBot จากจีนมาใช้ตั้งคำถามต่อความสามารถในการแข่งขันด้าน Physical AI ของเกาหลีใต้
ด้านอัน ชอลซู (Ahn Cheol-soo) สมาชิกสภาจากพรรคพลังประชาชนซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านหลัก ตั้งคำถามว่าหุ่นยนต์เหล่านั้นผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยแล้วหรือไม่ และกล่าวหาว่ารัฐสภากำลังเปิดพื้นที่ให้เทคโนโลยีจีน
ต่อมาในการหารือช่วงงาน Physical AI Tech Week ที่กรุงโซลเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม แบ คยองฮุน (Bae Kyung-hoon) รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เรียกร้องให้เกาหลีใต้เร่งลงทุนและพัฒนา Physical AI โดยชี้ว่า จีนกำลังนำฮิวแมนนอยด์ไปใช้งานในสถานที่จริงมากขึ้นและเก็บรวบรวมข้อมูลไปพร้อมกัน ตามรายงานของ MoneyToday
แบตั้งคำถามว่า แผนของเกาหลีใต้มีความทะเยอทะยานเพียงพอหรือไม่ และเสนอให้ยกระดับเป้าหมายเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียใจภายหลังว่าลงทุนน้อยเกินไป พร้อมระบุว่า บริษัทเอกชนต้องรับผิดชอบมากขึ้นด้วย เพราะรัฐบาลไม่สามารถสนับสนุนได้ทุกโครงการ
อย่างไรก็ตาม พัค ยองฮุน (Park Young-hoon) หัวหน้าสำนักงานเซินเจิ้นขององค์การส่งเสริมการค้าและการลงทุนเกาหลี หรือ KOTRA มองว่ายังมีพื้นที่สำหรับความร่วมมือ โดยกล่าวกับ Newspim ในเดือนตุลาคมว่า บริษัทเกาหลีใต้ควรมองหาโอกาสทางธุรกิจจากห่วงโซ่อุปทานและความสามารถด้านนวัตกรรมของเซินเจิ้น ควบคู่กับการแข่งขันกับบริษัทเทคโนโลยีจีน
จางจาก Anyverse มองว่า จุดแข็งทางอุตสาหกรรมของทั้งสองประเทศสามารถเสริมกันได้ เกาหลีใต้มีความเป็นผู้นำด้านการผลิตขั้นสูงและศักยภาพด้านนวัตกรรม AI ส่วนจีนมีห่วงโซ่อุปทานครบวงจร บุคลากรวิศวกรรมและ AI จำนวนมาก รวมถึงความสามารถในการปรับปรุงผลิตภัณฑ์อย่างรวดเร็ว
สำหรับฉินจาก UBTech นโยบายที่ให้ความสำคัญกับบริษัทในประเทศไม่ได้ทำให้ลูกค้าเกาหลีใต้เลิกพิจารณาผู้ผลิตจีน โดยเขาระบุว่า ลูกค้าเกาหลีใต้ที่บริษัทเคยติดต่อด้วยเปิดกว้างต่อการทำงานร่วมกับผู้ผลิตหุ่นยนต์จากจีน
อ้างอิง: SCMP
เติมแรงงานยุคคนเกิดน้อย