
ประเทศจีนเผชิญวิกฤตการณ์ทางธรรมชาติครั้งใหญ่ หลังสภาพอากาศแปรปรวนขั้นรุนแรงพ่นพิษพร้อมกันในหลายภูมิภาค ส่งผลให้มียอดผู้เสียชีวิตพุ่งสูงถึง 15 ราย บาดเจ็บอีกหลายร้อยคน และประชาชนอีกหลายหมื่นชีวิตต้องอพยพหนีตายอย่างอลหม่าน ด้านประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ต้องออกคำสั่งด่วนให้เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนเปิดปฏิบัติการกู้ภัยอย่างสุดความสามารถ เพื่อเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ยังคงติดค้างอยู่เป็นจำนวนมาก
ต้นตอของหายนะภัยในครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อพายุไต้ฝุ่น "ไมสัก" (Maysak) ซึ่งเป็นพายุลูกแรกของฤดูกาลปี 2026 พัดขึ้นฝั่งทางตอนใต้ของประเทศ ลมกระโชกแรงและฝนที่ตกหนักหน่วงไม่เพียงแต่ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันในวงกว้างเท่านั้น แต่ยังเหนี่ยวนำให้เกิดปรากฏการณ์ธรรมชาติสุดขั้วซ้ำซ้อนรอบทิศทาง ทั้งพายุทอร์นาโดพัดถล่มเมือง และเหตุดินถล่มที่ฝังร่างมนุษย์ทั้งเป็น
ความเสียหายที่รุนแรงที่สุดจุดหนึ่งเกิดขึ้นที่มณฑลกวางสีทางตอนใต้ เมื่อมวลน้ำป่าสีโคลนปริมาณมหาศาลเอ่อล้นทะลักจนทำให้กำแพงเขื่อนและอ่างเก็บน้ำพังทลายลง ชาวบ้านในพื้นที่เปิดเผยนาทีระทึกว่า กระแสน้ำไหลบ่าเข้าท่วมหมู่บ้านอย่างรวดเร็วผิดปกติ โดยใช้เวลาเพียงแค่ 10 นาทีก็จมชั้นแรกของบ้านเรือนจนมิด ประชาชนไม่มีเวลาแม้แต่จะหยิบอาหารหรือสิ่งของจำเป็น ต้องพากันวิ่งหนีเอาชีวิตรอดขึ้นไปรวมตัวกันอยู่บนหลังคาบ้านท่ามกลางความสิ้นหวัง
ซ้ำร้ายกว่านั้น วิกฤตน้ำท่วมในนครหนานหนิงยังมาพร้อมกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ เมื่อกระแสน้ำได้พัดพาเอา "ฝูงงู" จำนวนมาก ซึ่งมีทั้งงูป่าและงูพิษที่หลุดรอดออกมาจากฟาร์มเลี้ยงงูในท้องถิ่น เลื้อยทะลักเข้าไปในพื้นที่พักพิงของชาวบ้าน สร้างความตื่นตระหนกและหวาดกลัวให้แก่ผู้ประสบภัยที่ต้องคอยระแวดระวังคมเขี้ยวของสัตว์มีพิษเหล่านี้ ขณะที่รอคอยเรือยางของเจ้าหน้าที่กู้ภัยซึ่งเดินทางเข้ามาอย่างยากลำบาก
ในเวลาเดียวกัน มณฑลเหอเป่ยทางตอนกลางของประเทศกลับต้องเผชิญกับพายุทอร์นาโดอย่างน้อย 2 ลูก ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่หาดูได้ยากมาก แรงลมหมุนมหาศาลซัดทำลายข้าวของตามท้องถนนบินว่อนในอากาศ หน้าต่างกระจกของอาคารสูงแตกกระจายเกลื่อน โดยมีรายงานสะเทือนขวัญว่า ชายคนหนึ่งในเมืองหวงกังถูกแรงลมพายุ "ดูด" ร่างหลุดทะลุหน้าต่างห้องพักพร้อมกับเฟอร์นิเจอร์ ร่วงดิ่งจากชั้น 12 ลงสู่พื้นเบื้องล่าง อาการสาหัสปางตาย
ขณะที่ทางตอนใต้และตอนกลางกำลังเผชิญกับน้ำและลมพายุ ในพื้นที่ภาคตะวันตกเฉียงเหนืออย่างมณฑลกานซูกลับต้องเจอกับภัยพิบัติซ้ำเติมจากเหตุดินภูเขาถล่มอย่างรุนแรง มวลดินและโคลนขนาดใหญ่ไหลหลากลงมาทับถมหมู่บ้านอย่างกะทันหัน ส่งผลให้มีชาวบ้านถูกฝังอยู่ใต้กองโคลนถึง 33 ราย แม้ว่าเจ้าหน้าที่กู้ภัยจะสามารถขุดช่วยเหลือผู้รอดชีวิตขึ้นมาได้แล้ว 17 ราย แต่ยังคงมีผู้สูญหายอีก 16 รายที่เจ้าหน้าที่ต้องแข่งกับเวลาเพื่อขุดค้นหาอย่างเร่งด่วน
ทางด้านนักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญได้ออกมาแจ้งเตือนว่า เหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วที่เกิดขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศจีนในครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นสัญญาณเตือนภัยที่เด่นชัดจาก "ภาวะโลกร้อน" และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยเร่งที่ทำให้ภัยธรรมชาติในปัจจุบันมีความถี่ ความรุนแรง และความแปรปรวนในระดับที่ทำลายสถิติทางประวัติศาสตร์อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
วิกฤตการณ์ครั้งนี้ยังคงไม่สิ้นสุดลงง่ายๆ เนื่องจากสำนักอุตุนิยมวิทยาได้แจ้งเตือนว่า ซูเปอร์ไต้ฝุ่น "บาบี" (Bavi) กำลังก่อตัวและหมุนวนด้วยความรุนแรงอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก โดยมีทิศทางเคลื่อนตัวมุ่งหน้าเข้าถล่มชายฝั่งตะวันออกของประเทศจีนซ้ำอีกระลอกในปลายสัปดาห์นี้ ซึ่งอาจกลายเป็นอุปสรรคสำคัญและซ้ำเติมสถานการณ์กู้ภัยที่กำลังดำเนินอยู่ให้ยากลำบากยิ่งขึ้น