องค์การสหประชาชาติ (UN) เผยว่า ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2565 หลังจากที่รัสเซียลุยทำสงครามอย่างเต็มรูปแบบกับประเทศยูเครน มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 15,850 ราย และในจำนวนนั้นเป็นเยาวชนถึง 791 ราย โดยกาโยโกะ โกโตะ ผู้อำนวยการฝ่ายยุโรป และเอเชียกลางขององค์การสหประชาชาติ (DPPA) รายงานเพิ่มเติมกับคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติว่า ‘ความจริงแล้ว ตัวเลขผู้เสียชีวิตน่าจะสูงกว่านั้นมาก’
แม้ว่าโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ พยายามที่จะเป็นคนกลางไกล่เกลี่ย และประกาศข้อตกลงหยุดยิงระหว่างรัสเซีย-ยูเครน 3 วันไปเมื่อไม่นานมานี้ แต่เมื่อพ้นข้อตกลงแล้ว สงครามก็ปะทุต่อทันที ซึ่งล่าสุดคือวันอังคารที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา
ความสูญเสียในยูเครนจากการโจมตีล่าสุด
- มีผู้เสียชีวิต 3 รายจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธทิ้งตัวของรัสเซียในเมือง Pryluky ย่าน Chernihiv โดย 1 ในนั้นเป็นเด็กชายวัย 15 ปี
- มีผู้เสียชีวิต 2 รายจากการโจมตีด้วยโดรนของรัสเซีย 2 ลำ ในเมือง Hlukhiv ย่าน Sumy
- มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บ 1 รายจากโดรนที่โจมตีใส่รถยนต์ในเมือง Buryn ย่าน Sumy
ความสูญเสียในรัสเซียจากการโจมตีล่าสุด
- มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บอีก 6 รายในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา จากที่โดรนยูเครนโจมตีหมู่บ้าน Borisovka แคว้น Belgorod
- กระทรวงกลาโหมรัสเซียรายงานว่าสามารถสกัด และทำลายโดรนของยูเคนได้ถึง 70 ลำในเวลาเพียง 6 ชั่วโมง เหนือพื้นที่หลายภูมิภาคของรัสเซีย รวมถึงคาบสมุทรไครเมีย
- โดรนยูเครนหลายลำที่มุ่งหน้าเข้าสู่กรุงมอสโกถูกยิงตก
- อย่างไรก็ตาม มีโรงงานอุตสาหกรรมแห่งหนึ่งในย่าน Yaroslavl ถูกโดรนพุ่งชน
- มีชาย 2 รายได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีของยูเครนที่สถานีบริการน้ำมันในหมู่บ้านSmotrova Buda ย่าน Bryansk แต่ไม่มีการระบุว่าเป็นโดรน หรือขีปนาวุธ
ท้ายที่สุดแล้ว แม้ทั้งรัสเซีย และยูเครนต่างอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงของตนเอง แต่สิ่งที่ถูกทำลายลงทุกวันกลับไม่ใช่แค่เมือง หรือโครงสร้างพื้นฐาน แต่ยังรวมถึงชีวิตของผู้คน และอนาคตของคนรุ่นใหม่ที่กำลังกลายเป็น ‘ต้นทุนของสงคราม’ ที่ไม่มีฝ่ายใดชนะอย่างแท้จริง