Logo site Amarintv 34HD
อมรินทร์ทีวี ร่วมกับ คอนโดพร้อมอยู่จาก Grand Unity จัดแคมเปญ “อมรินทร์ทีวี 12 ปี มีเปย์ ดูทั้งวัน แจกทุกวัน”Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
บ้าจริง! นี่เราหยุดดูไม่ได้! ละครผลไม้  AI  คอนเทนต์ขำๆ หรือภัยสมอง?
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

บ้าจริง! นี่เราหยุดดูไม่ได้! ละครผลไม้ AI คอนเทนต์ขำๆ หรือภัยสมอง?

18 พ.ค. 69
15:59 น.
แชร์

สตรอว์เบอร์รีสาวตั้งท้องกับสตรอว์เบอร์รีหนุ่ม แต่ลูกน้อยกลับออกมาเป็นกล้วย เหตุจากสาวสตรอว์เบอร์รีนอกใจสามี หรือคู่พี่น้องแอปเปิ้ลที่คนหนึ่งสวยงาม แต่อีกคนไม่สมบูรณ์ ทำให้พ่อแม่ลำเอียง รักลูกไม่เท่ากัน อ่านแล้วคุ้น ๆ กันไหม? เพราะนี่คือละครแนวตั้งผลไม้ AI ที่กำลังคลุมทั้ง tiktok และ reels ในปัจจุบัน 

SPOTLIGHT จะพาไปดูกันว่าละครผลไม้ AI ที่กำลังไวรัลมาจากไหนกัน? แล้วสิ่งนี้มันเป็นภัยระดับโลกยังไง?

ละครแนวตั้งผลไม้ AI : จุดเริ่มต้นมันมาจากไหนกัน?

ละครแนวตั้งผลไม้ถูกพัฒนาขึ้นมาจากเทรนด์สิ่งของพูดได้ หรือ Object Talk ซึ่งเป็นฟีเจอร์หนึ่งบน Chatgpt ที่พัฒนาโดยบริษัท AI Century โดยฟีเจอร์นี้ทำหน้าที่สร้างสคริปต์ ซึ่งสามารถนำไปป้อนเข้าสู่เครื่องมือสร้างวิดีโอด้วย AI ต่อไปได้ ซึ่งปีที่แล้ว ช่วงแรก ๆ เราจะเห็นวิดีโอนี้ในรูปแบบของการศึกษา เช่น คลิปที่อธิบายการทำงานของระบบร่างกายของเรา ซึ่งคลิปทำให้อวัยวะในร่างกายเรามีชีวิตขึ้นมา แต่ไม่นานเข้า มันกลับถูกพัฒนาขึ้นเป็นละครแนวตั้งผลไม้ ai ที่เราเห็นตาม tiktok ในปัจจุบัน

โดยคุณภูวนาท เช้าวรรณโณ ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ และเพจ The Marketine เผยว่า กระแสนี้ระบาดหนักในแถบละตินอเมริกา เช่น เม็กซิโก และอาร์เจนตินา ซึ่งมาในรูปแบบละครน้ำเน่าที่ใช้ตัวละครผลไม้ที่มีชีวิตมาตบตีแย่งความรักกัน ซึ่งพอมีแอปพลิเคชันต่าง ๆ ที่ทำให้เราสามารถสร้างละครแบบนี้ได้เร็วขึ้น มันจึงยิ่งไวรัลจนเข้ามาถึงประเทศไทย ซึ่งสื่อระดับโลกอย่าง The Wall Street Journal ยังต้องบอกว่า นี่เป็นปรากฎการณ์ในช่วงปี 2025-2026

รายการเรียลลิตี้ผลไม้ AI : Fruit Island

จากละครผลไม้แนวตั้ง ai ได้ถูกพัฒนาต่อยอดขึ้นไปเป็นรายการเรียลลิตี้ชื่อว่า ‘Fruit Island’ ซึ่งผู้ที่ก่อตั้งใช้ชื่อบัญชี tiktok ว่า ai.cinema021 โดยเริ่มโพสต์คลิปแรกช่วงกลางเดือนมีนาคม 2569 ซึ่งรายการนี้เป็นรายการที่ทำขึ้นเพื่อล้อเลียนรายการหาคู่ชื่อดังอย่าง ‘Love Island’ แต่เขาเปลี่ยนตัวละครเป้นผลไม้แทน เช่น พลัม หนุ่มจากบาร์เซโลนาชื่อ Plumero แตงโมสาวชื่อ Watermelina และกล้วยชื่อ Bananito ซึ่งตัวลัครผลไม้เหล่านี้มีพฤติกรรมเหมือนคน ทั้งพูดคุยกัน จีบกัน ทะเลาะกัน

ที่น่าสนใจมาก ๆ คือ บัญชีดังกล่าวมีผู้ติดตามสูงถึง 3.3 ล้านคนในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ที่มีหลลังจากสร้างรายการผลไม้นี้ออกมา และแต่ละคลิปมียอดวิวสูงถึง 20 ล้านครั้ง แถมอัลกอริทึมของ Tiktok ก็ช่วยดันเนื้อหานี้อย่างรวดเร็ว 

รายการนี้ดึงดูความสนใจจากคนดังระดับโลกอย่างนักร้องโจ โจนาส และซารา ลาร์สสัน ที่เข้ามาคอมเมนต์ติดตามความสัมพันธ์ของตัวละครผลไม้ นอกจากนี้อดีตผู้เข้าแข่งขัน Love Island ของจริงก็ได้คอมเมนต์เช่นกัน บ้างก็ว่าตลกดี บ้างก็ไม่พอใจ โดยเฉพาะ Armaya Espinal อดีตผู้เข้าแข่งขันรายการถูกสร้างบัญชีล้อเลียน เป็นมะละกอที่ชื่อว่า Anaya Papaya

ข้อถกเถียงระดับโลก : นี่คือขยะ AI ที่กำลังทำร้ายมนุษย์ และโลก

แม้ละครผลไม้แนวตั้ง ai จะได้รับความนิยมจำนวนมากเกือบทั่วโลก แต่กระแสวิจารณ์ก็หนักเช่นกัน โดยเจสสา ลิงเกิล ผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรมดิจิทัล เรียกเนื้อหาประเภทนี้ว่า ‘ขยะเอไอ’ หรือ ‘AI Slop’ โดยเผยว่า นี่คือเนื้อหาที่หากินกับสมาธิอันสั้นของคนดู 

ผลกระทบด้านคุณธรรม และจริยธรรม : นักวิจัยด้านจริยธรรม AI เผย นี่คือ 1 ในความเสี่ยงร้ายแรงของโลก AI เพราะเนื้อหาที่ถูกนำเสนอออกมามีประเด็นหลายอย่างที่ล้ำเส้นไปมาก เช่น การเหยีดเพศ การเหยียดเชื้อชาติ หรือความรุนแรงในครอบตัว แต่น่าแปลกที่คนดูกลับไม่ต่อต้าน และสนุกไปกับมัน ส่วนผู้ผลิตนั้นก็สนใจเพียงแต่ยอดวิว และต้องการเพียงแค่ทำคอนเทนต์ให้ไวรัล

ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม : มีการประเมินว่า ศุนย์ข้อมูลที่ขับเคลื่อนด้วยระบบ AI เหล่านี้อาจต้องใช้น้ำหล่อเย็นปริมาณมหาศาล อาจสูงถึง 1.7 ล้านล้านแกลลอนทั่วโลกภายในปี 2570 ซึ่งนักวิจารณ์มองว่า นี่เป็นการสิ้นเปลืองทรัพยากรโลกมหาศาลเพื่อสร้างเนื้อหาที่เป็นขยะ และไร้ประโยชน์ต่อสังคม

ผลกระทบด้านอารมณ์ :  นิวชา ชาฟิอาบาดี ศาสตราจารย์ด้านปัญญาประดิษฐ์เชิงคำนวณ มหาวิทยาลัยคาทอลิกแห่งออสเตรเลีย และ เทเรซา ดิกเคอ จากสถาบันจิตวิทยาเชิงบวกและการศึกษา มหาวิทยาลัยออสเตรเลียนคาทอลิก กล่าวว่า คอนเทนต์ผลไม้ ai นี้ ทำให้เกิดความแปรปรวนของอารมณ์ จนอาจนำไปสูภาวะที่เรียกว่า ‘โดพามีนล้นเกิน’ ซึ่งจะทำให้สมองเราคุ้นชินกับอะไรที่ตื่นเต้น และรุนแรงอยู่ตลอดเวลา จนอาจนำไปสู่ปัญหาในการใช้ชีวิตในแต่ละวัน เช่น เบื่อง่าย อารมณ์รุนแรงขึ้น หงุดหงิดง่าย หรือไม่สามารถจดจ่อกับบางอย่างได้ในระยะยาว เช่น การอ่านหนังสือ การเรียน หรือการทำงานที่ต้องใช้สมาธิ 

AI ผลไม้ กับประเทศไทย : ทำไมเราถึงหยุดดูมันไม่ได้กันนะ?

หลังจากที่ละครแนวตั้งผลไม้ ai ไวรัลในประเทศไทย คุณภูวนาทได้ออกมาวิเคราะห์ถึงทฤษฎีทางจิตวิทยาที่ทำให้คนหยุดดูจนจบดังนี้

  1. การใช้ความขัดแย้งทางอารมณ์ระหว่างภาพที่น่ารัก กับเนื้อหาดราม่า ซึ่งนี่เป็นการกระตุ้นสมองให้เราหยุดดูโดยอัตโนมัติ
  2. เข้าทางอัลกอริทึมวิดีโอสั้น เพราะอัลกอริทึมแพลตฟอร์มต่างๆ ให้ความสำคัญกับ 3 วินาทีแรก ซึ่งหากทำให้คนสามารถหยุดดูได้ อัลกอริทึมจะยิ่งดัน ทำให้คลิปผลไม้มียอดการเข้าถึงสูงกว่าคอนเทนต์แนวอื่น
  3. จริตนี้คนไทยชอบ พอเทรนด์นี้ถึงประเทศไทย เหล่าผู้สร้างก็ได้เปลี่ยนบทให้เป็นภาษาไทยที่มีความวัยรุ่น กวน ติดตลกแบบที่คนไทยชอบ ทำให้เราดูต่อจนจบคลิป

คุณภูวนาทยังเผยอีกว่า นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญของคอนเทนต์ในประเทศไทย ซึ่งในอนาคตเราอาจเห็นการพัฒนาตัวละคร ai ที่ซับซ้อนกว่าผลไม้ นี่อาจกลายเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการทำคอนเทนต์ที่ประหยัดเงิน แต่สร้างยอดเอนเกจได้มหาศาล และจะพัฒนาจาก ‘ผลไม้นอกใจ’ สู่โลกของ AI Drama Universe ที่กำลังเปลี่ยนโลกคอนเทนต์จาก ‘Production-driven’ สู่ ‘Idea-driven’ อย่างเต็มตัว

วิธีป้องกันตัวเอง : ทำวันละนิด จิตแจ่มใส

แม้ว่าการเลิกใช้โซเชียลมีเดียอาจฟังดูเกินจริงสำหรับปัจจุบัน แต่การเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมทีละน้อยในแต่ละวันอาจช่วยจิตใจคุณได้มากกว่าที่คิด ซึ่งทำได้ง่าย ๆ ดังนี้

  1. หยุดพักก่อนเลื่อนดูคลิปต่อไป การทำสิ่งนี้จะทำให้คุณสามารถควบคุมโดพามีนในสมองคุณได้ ซึ่งจะทำให้คุณสามารถดึงสติตัวเองให้มาอยู่กับคอนเทนต์ที่คุณกำลังเสพอยู่ 
  2. เลือกคอนเทนต์ที่ดู ตั้งใจเลือกดูเนื้อหาที่เหมาะสม และเป้นประโยชน์กับคุณฃ
  3. สร้างอุปสรรคในการเข้าถึง ปิดระบบเล่นอัตโนมัติ หรือจำกัดการเข้าถึงฟีดของคุณโดยการปิดการแจ้งเตือนของแอปพลิเคชัน ไปจนถึงการลบแอปพลิเคชันนั้นออกจากหน้าจอโฮม เพื่อให้คุณเปิดใช้งานมันได้ยากขึ้น

ละครผลไม้ AI อาจดูเป็นเรื่องไร้สาระ แต่ผู้เชี่ยวชาญได้เผยให้เห็นถึงประเด็นสำคัญต่าง ๆ และหากระบบ AI ถูกพัฒนาขึ้นในอนาคต มันอาจยิ่งส่งผลเสียกับตัวเราในระดับกว้างได้หากเราไม่รู้จักวิธีการป้องกันตัวเอง ดังนั้น การทำความเข้าใจเบื้องหลังคอนเทนต์เหล่านี้ จึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการรับมือต่อไป

แชร์
บ้าจริง! นี่เราหยุดดูไม่ได้! ละครผลไม้  AI  คอนเทนต์ขำๆ หรือภัยสมอง?