Logo site Amarintv 34HD
อมรินทร์ทีวี ร่วมกับ คอนโดพร้อมอยู่จาก Grand Unity จัดแคมเปญ “อมรินทร์ทีวี 12 ปี มีเปย์ ดูทั้งวัน แจกทุกวัน”Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
จับตาคืนชีพสงคราม ก่อนทรัมป์เยือนจีน หลังสหรัฐฯ-อิหร่านคว่ำโต๊ะเจรจา
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

จับตาคืนชีพสงคราม ก่อนทรัมป์เยือนจีน หลังสหรัฐฯ-อิหร่านคว่ำโต๊ะเจรจา

12 พ.ค. 69
11:57 น.
แชร์

สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านกลับมาตึงเครียดถึงขีดสุดอีกครั้ง เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาเปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า ข้อตกลงหยุดยิงในปัจจุบันอยู่ในสภาวะ “วิกฤตหนักอย่างยิ่ง” (Massive life support) หลังรัฐบาลวอชิงตันตัดสินใจปฏิเสธข้อเสนอฉบับล่าสุดจากรัฐบาลเตหะราน โดยทรัมป์ระบุชัดเจนว่า เนื้อหาในข้อเสนอดังกล่าวนั้น “โง่เง่าและไม่อาจยอมรับได้”

คำประกาศดังกล่าวมีขึ้นในช่วงเวลาสำคัญ ก่อนที่ประธานาธิบดีทรัมป์มีกำหนดการเดินทางเยือนประเทศจีนในวันอังคารนี้ ซึ่งแหล่งข่าววงในจากทำเนียบขาวระบุว่า สัปดาห์นี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญว่า สหรัฐฯ จะเลือกเดินหน้าทางการทูตต่อ หรือจะกลับมาใช้มาตรการทางทหารเต็มรูปแบบ

ขณะที่สถานการณ์ในภูมิภาคยังคงเลวร้ายลงอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตสะสมในฉนวนกาซาพุ่งสูงถึง 72,740 ราย และในเลบานอนอีกกว่า 2,869 ราย ด้านนายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กอลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ได้ส่งสัญญาณตอบโต้อย่างแข็งกร้าวว่า รัฐบาลเตหะรานพร้อมรับมือต่อการรุกรานทุกรูปแบบ และคำเตือนถึงสหรัฐฯ ว่า หากมีการเคลื่อนไหวทางทหารเกิดขึ้น ผลลัพธ์ที่ตามมาจะทำให้วอชิงตันต้อง “ตกตะลึง”

สงครามที่กำลังร้อนระอุนี้กำลังเดินไปสู่ทางตัน หรือเป็นจุดเริ่มต้นของพายุลูกใหญ่กว่าเดิมที่เรากำลังจะได้เห็นต่อจากนี้? 

แผน "คืนชีพ" ปฏิบัติการทหาร

แหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงเปิดเผยกับรอยเตอร์สว่า ภายในคณะทำงานความมั่นคงของทรัมป์กำลังเกิดความแตกแยกอย่างหนักในประเด็นแนวทางการจัดการกับอิหร่าน โดยมีรายงานว่าประธานาธิบดีทรัมป์เริ่มแสดงความหงุดหงิดต่อท่าทีของผู้นำอิหร่าน ที่มัก “เปลี่ยนใจไปมา” และไม่มีความจริงใจในการเจรจา

ไม่ว่าจะเป็นประเด็นการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและพลังงานโลก และข้อตกลงด้านคลังยูเรเนียม โดยทรัมป์กล่าวหาอิหร่านว่าผิดสัญญาในข้อตกลงที่ยินยอมให้สหรัฐฯ เคลื่อนย้ายยูเรเนียมเสริมสมรรถนะออกจากพื้นที่ ทรัมป์ระบุว่า เขากำลังรับมือกับทั้งกลุ่ม “สายกลาง” ที่อยากบรรลุข้อตกลง และกลุ่ม “คนบ้า” ที่คอยขัดขวางกระบวนการสันติภาพ

ทั้งนี้ ย้อนกลับไปในช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา สหรัฐฯ ได้ประกาศระงับปฏิบัติการทางทหารชั่วคราวเพื่อเข้าสู่กระบวนการหยุดยิง หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายได้เปิดฉากโจมตีอย่างรุนแรงมาตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ โดยการหยุดยิงในครั้งนั้นมีเป้าหมายเพื่อเปิดทางให้คณะผู้ไกล่เกลี่ยจากปากีสถานได้หาทางออกทางการทูต และหลีกเลี่ยงภาวะสงครามเต็มรูปแบบที่จะลุกลามไปทั่วภูมิภาค

ล่าสุด ในรายงานระบุว่า เจ้าหน้าที่จากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้เสนอทางเลือกให้ประธานาธิบดีพิจารณากลับมาเปิดปฏิบัติการทางทหารอีกครั้ง โดยเน้นไปที่ “การโจมตีแบบระบุเป้าหมาย” เพื่อบั่นทอนศักยภาพทางทหารและกดดันให้เตหะรานต้องกลับมาที่โต๊ะเจรจาในสภาวะที่เสียเปรียบกว่าเดิม แม้เจ้าหน้าที่บางส่วนจะยังคงพยายามผลักดันให้ใช้การทูตเป็นทางเลือกสุดท้ายก็ตาม

500 ล้านบาท แลกเบาะแสทลายขบวนการ IRGC

ในขณะที่มาตรการทางทหารยังอยู่ระหว่างการพิจารณา กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ประกาศยกระดับสงครามเศรษฐกิจอย่างเต็มรูปแบบ ผ่านโครงการรางวัลเพื่อความยุติธรรม หรือ Rewards for Justice โดยมีการตั้งเงินรางวัลสูงถึง 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 500 ล้านบาท) สำหรับผู้ที่ให้เบาะแสนำไปสู่การขัดขวางกลไกทางการเงินของ กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC)

เป้าหมายสำคัญของปฏิบัติการนี้คือ การตัดเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงรัฐบาลเตหะราน โดยสหรัฐฯ มุ่งเป้าไปที่เครือข่ายนอมินีและบริษัทบังหน้า ที่ช่วยให้ IRGC หลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรสากล และข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลหรือสถาบันการเงินที่อำนวยความสะดวกในการขนส่งน้ำมันไปยังประเทศจีน เพื่อปิดช่องทางค้าน้ำมันมืด รวมไปถึงเส้นทางการโอนเงินหรือวิธีการที่ IRGC ใช้ในการส่งต่อทรัพยากรไปยังกลุ่มติดอาวุธตัวแทนในภูมิภาค

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่า มาตรการนี้สอดรับกับการคว่ำบาตรบุคคลและองค์กร 12 รายล่าสุด ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการขายน้ำมันให้จีน โดยวอชิงตันเชื่อว่าหากสามารถตัดท่อน้ำเลี้ยงนี้ได้ จะเป็นแรงบีบมหาศาลที่ทำให้ฝ่าย "สายกลาง" ในอิหร่าน มีความชอบธรรมในการยอมตกลงตามเงื่อนไขของสหรัฐฯ เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจที่กำลังพังทลาย

ดีลใหญ่ที่ปักกิ่ง: เดิมพัน "อิหร่าน" บนโต๊ะเจรจาสี จิ้นผิง

การเยือนปักกิ่งในอีกไม่กี่ชั่วโมงนี้ของประธานาธิบดีทรัมป์ ถูกจับตามองว่าจะเป็น "ไพ่ตาย" ใบสุดท้ายในการจัดการปัญหาอิหร่าน โดยรายงานจากรอยเตอร์สระบุว่า ทรัมป์เตรียมหยิบยกประเด็นสงครามอิหร่านขึ้นมาหารือโดยตรงกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในการพบกันแบบต่อหน้าครั้งแรกในรอบกว่า 6 เดือน

รอยเตอร์วิเคราะห์วาระซ่อนเร้นบนโต๊ะเจรจาที่ปักกิ่ง สรุปได้ ดังนี้

  1. อิทธิพลเหนือเตหะราน: ทรัมป์ต้องการกดดันให้จีนในฐานะพันธมิตรทางเศรษฐกิจและผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่ของอิหร่าน ใช้อิทธิพลทางการทูตบีบให้เตหะรานยอมรับข้อเสนอหยุดยิงฉบับใหม่
  2. การแลกเปลี่ยนผลประโยชน์: สหรัฐฯ เตรียมยื่นข้อเสนอเชิงบวก ทั้งการขยายระยะเวลาพักรบสงครามการค้า เรื่องแร่หายาก (Rare Earths) และข้อเสนอซื้อสินค้าเกษตรและเครื่องบินโบอิ้งครั้งใหญ่ เพื่อแลกกับการที่จีนต้องลดการสนับสนุนทางรายได้แก่รัฐบาลอิหร่านและรัสเซีย
  3. ความมั่นคงเทคโนโลยี: นอกจากเรื่องสงคราม ทั้งสองฝ่ายจะหารือถึงการสร้างช่องทางการสื่อสารด้าน ปัญญาประดิษฐ์ และอาวุธนิวเคลียร์ เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งระดับโลก

อย่างไรก็ตาม การเจรจานี้มีความซับซ้อนสูง เนื่องจากสี จิ้นผิง เองก็มีความไม่พอใจต่อจุดยืนของสหรัฐฯ ในประเด็นไต้หวัน การเยือนปักกิ่งครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการค้า แต่เป็นการวางเดิมพันว่าทรัมป์จะสามารถดึง "มหาอำนาจเอเชีย" มาเป็นเครื่องมือในการยุติสงครามตะวันออกกลางได้สำเร็จ หรือจะยิ่งทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างมหาอำนาจตึงเครียดขึ้นไปอีกขั้นในระหว่างที่เขากำลังพิจารณาเปิดฉากยิงรอบใหม่ในอิหร่าน


แชร์
จับตาคืนชีพสงคราม ก่อนทรัมป์เยือนจีน หลังสหรัฐฯ-อิหร่านคว่ำโต๊ะเจรจา