
The Wall Street Journal รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ สั่งการให้ทีมที่ปรึกษาเตรียมแผน “ปิดล้อมทางทะเลระยะยาว” บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯ พยายามเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน ท่ามกลางสงครามที่ยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่สาม
รายงานระบุว่า ในการหารือกับที่ปรึกษาระดับสูง ผู้นำสหรัฐฯ เลือกเดินหน้ากดดันความสามารถของอิหร่านในการส่งออกน้ำมันต่อไป ด้วยการสกัดเรือทุกลำที่เดินทางเข้า-ออกท่าเรือของอิหร่าน โดยมองว่า เป็นทางเลือกที่มีความเสี่ยงต่ำกว่าการกลับมาใช้ปฏิบัติการโจมตีทางทหาร หรือการถอนตัวออกจากความขัดแย้งโดยสิ้นเชิง
อย่างไรก็ตาม การปิดล้อมอิหร่านนาน ๆ แม้จุดมุ่งหมายเพื่อกดดันอิหร่าน แต่ย่อมผลักดันให้ราคาเชื้อเพลิงโลกสูงขึ้นอย่างแน่นอน
Spotlight ชวนวิเคราะห์ว่า การที่สหรัฐฯ ปิดล้อมอิหร่านเช่นนี้ จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ หรือไม่ เพราะในเวลานี้ ชาวอเมริกันเริ่มเห็นน้ำมันแพงขึ้นบ้างแล้ว
ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ ได้ดำเนินมาตรการปิดกั้นเรือที่เข้า-ออกท่าเรืออิหร่าน เพื่อบีบรายได้จากการส่งออกน้ำมัน ขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการจำกัดการสัญจรผ่านช่องแคบดังกล่าวสำหรับเรือส่วนใหญ่
ผู้นำสหรัฐฯ ยังเปิดเผยผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่า อิหร่านได้ร้องขอให้สหรัฐฯ ยกเลิกการปิดล้อมทางทะเล ระหว่างที่ทั้งสองฝ่ายกำลังเจรจายุติสงครามซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบพลังงานโลกอย่างรุนแรง โดยเตหะรานต้องการให้เส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซสำคัญนี้กลับมาเปิดใช้งาน “โดยเร็วที่สุด”
อย่างไรก็ตาม อิหร่าน ส่งสัญญาณว่าอาจยอมรับ “ข้อตกลงชั่วคราว” เพื่อเปิดช่องแคบ แลกกับการที่สหรัฐฯ ยุติการปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน พร้อมเลื่อนการเจรจาประเด็นซับซ้อนอย่างโครงการนิวเคลียร์ออกไปก่อน แต่ยังยืนยันจะรักษาอำนาจควบคุมบางส่วนเหนือการเดินเรือ ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่สหรัฐฯ มีแนวโน้มไม่ยอมรับ
ด้าน The Wall Street Journal รายงานว่า ทรัมป์ได้ปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว โดยมองว่าอิหร่านไม่ได้เจรจาอย่างจริงใจ ขณะที่ CNN อ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดกระบวนการไกล่เกลี่ยว่า ผู้ไกล่เกลี่ยในปากีสถานคาดว่าอิหร่านจะยื่นข้อเสนอฉบับใหม่ภายในไม่กี่วันข้างหน้า
ในตลาดพลังงาน ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 7 ปิดเหนือระดับ 111 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ท่ามกลางความกังวลว่ากระบวนการสันติภาพอาจยืดเยื้อ และทำให้ช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิดเป็นระยะเวลาที่ไม่แน่นอน ซึ่งจะยิ่งซ้ำเติมวิกฤตพลังงานโลกต่อไป
คำถามสำคัญอีกหนึ่งอย่างก็คือ การปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ หรือไม่ นักข่าวของอัลจาซีรารายงานว่า การปิดล้อมย่อมส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของสหรัฐฯ เพราะว่าปัญหาการขาดแคลนน้ำมัน
แม้ว่า ขณะนี้ ทรัมป์จะยืนยันว่า สหรัฐฯ ไม่ต้องการน้ำมันที่ออกมาจากช่องแคบฮอร์มุซ เพราะว่าสหรัฐฯ เองก็เป็นประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน แต่ก็ยังมีผลกระทบอยู่บ้าง เพราะราคาเชื้อเพลิงในสหรัฐฯ เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ปัจจุบัน ชาวอเมริกันเริ่มเห็นผลกระทบที่เกิดขึ้นเมื่อต้องเติมน้ำมัน หรือไปซื้อของที่ซูเปอร์มาเก็ต ซึ่งสินค้าส่วนใหญ่ที่ขนส่งมาขายก็ต้องใช้รถบรรทุกที่เติมน้ำมันดีเซล
เมื่อราคาน้ำมันดีเซลเพิ่มสูงขึ้น ราคาสินค้าพื้นฐานก็เพิ่มขึ้น ประชาชนเริ่มเห็นผลกระทบจากการที่ค่าครองชีพเพิ่มสูงขึ้นตามมา
ผลกระทบเหล่านี้อาจจะสะท้อนออกมาให้เห็นในการตัดสินใจของประชาชนชาวอเมริกันที่จะออกมาเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายนนี้ ซึ่งเราจะได้ทราบกันว่า คะแนนการสนับสนุนทรัมป์และพรรครีพับลิกันของเขาจะส่งลงหรือไม่