
สถานการณ์ในตะวันออกกลางกลับมาร้อนระอุอีกครั้ง หลังผ่อนคลายความตึงเครียดลงได้เพียงหนึ่งวัน เนื่องจากดูเหมือนว่า ข้อตกลงที่สหรัฐฯ และอิหร่านทำร่วมกันเพื่อหยุดยิงเป็นเวลาสองสัปดาห์ จะไปไม่รอดเสียแล้ว
Spotlight รวบรวมความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นทั้งจากฝ่ายอิหร่าน สหรัฐฯ และเพื่อนบ้านในตะวันออกกลางมาให้ว่า ข้อตกลงหยุดยิงที่ว่าจะไปอย่างไรต่อ และเมื่อสถานการณ์ไร้ซึ่งความชัดเจนเช่นนี้ ความตึงเครียดทวีความรุนแรงถึงขั้นไหน?
อิหร่านเรียกร้องหยุดยิงในเลบานอน โดยประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียนของอิหร่าน ระบุว่า การยุติการโจมตีของอิสราเอลต่อเลบานอน เป็นหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญของ “แผน 10 ข้อ” ของอิหร่าน ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อผลักดันให้เกิดการยุติสงครามในตะวันออกกลาง
อย่างไรก็ตาม ประธานรัฐสภา โมฮัมหมัด บาเกอร์ กอลีบาฟ ระบุว่า การหยุดยิงและการเจรจาในขณะนี้ไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย เนื่องจากมีการละเมิดเงื่อนไขในแผน 10 ข้อ โดยยกตัวอย่างการโจมตีในเลบานอนที่ยังคงเกิดขึ้น การที่โดรนบินล้ำเข้าน่านฟ้าอิหร่าน รวมถึงการปฏิเสธสิทธิของอิหร่านในการเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์ ทั้งนี้ เขามีกำหนดเข้าร่วมการเจรจากับ สหรัฐอเมริกา ที่กรุงอิสลามาบัด
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของ สหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า แผนหยุดยิง 10 ข้อที่อิหร่านเผยแพร่ต่อสาธารณะ ไม่ใช่ชุดเงื่อนไขเดียวกับที่ทำเนียบขาวตกลงใช้เป็นกรอบในการชะลอการสู้รบ โดยย้ำว่า “เอกสารที่ปรากฏในสื่อ ไม่ใช่กรอบการทำงานที่แท้จริง” สะท้อนถึงความไม่ลงรอยกันระหว่างสองฝ่าย ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อความพยายามยุติความขัดแย้งในภูมิภาคนี้
รายงานจากกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ชี้ว่า ภายในรัฐบาล สหรัฐอเมริกา ยังมีความสับสนอย่างมากเกี่ยวกับรายละเอียดของข้อตกลงที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ตกลงไว้ โดยเฉพาะประเด็น “แผน 10 ข้อ” ของ อิหร่าน และคำถามว่า เลบานอน รวมอยู่ในข้อตกลงหรือไม่ ส่งผลให้ขอบเขตของดีลยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
โดยเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ และ แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว ยืนยันตรงกันว่า ข้อตกลงดังกล่าว “ไม่ครอบคลุมเลบานอน”
เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีของ สหรัฐอเมริกา เตรียมนำคณะผู้แทนเข้าร่วมการเจรจากับอิหร่าน ที่ อิสลามาบัด ในวันเสาร์นี้ (11 เมษายน 69) โดยมี สตีฟ วิตคอฟฟ์ และ จาเร็ด คุชเนอร์ ซึ่งเคยมีบทบาทในการเจรจาก่อนหน้านี้ เข้าร่วมด้วย อย่างไรก็ตาม อิหร่านแสดงท่าทีไม่ไว้วางใจบุคคลทั้งสอง โดยชี้ว่า พวกเขาเป็นตัวแทนสหรัฐฯ ในการเจรจาที่นครเจนีวาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งยังดำเนินอยู่ในขณะนั้น ก่อนที่โดนัลด์ ทรัมป์ จะตัดสินใจเข้าร่วมกับอิสราเอลในการโจมตีอิหร่าน จนนำไปสู่การเปิดฉากสงคราม
ด้านประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ได้หารือกับผู้นำของสหรัฐอเมริกา อิหร่าน และ อิรัก เพื่อผลักดันให้รวมเลบานอนเข้าเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงหยุดยิง โดยมองว่าเป็น “หนทางที่ดีที่สุดสู่สันติภาพ”
ขณะที่นายกรัฐมนตรี นาวาฟ ซาลาม ของ เลบานอน กำลังระดมความพยายามทางการเมืองและการทูต เพื่อยุติปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลที่ยังคงดำเนินอยู่
ส่วนหลายประเทศในภูมิภาค เช่น โอมาน และ กาตาร์ ออกมาประณามการโจมตีดังกล่าวว่าเป็นอาชญากรรมสงคราม และละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ
คูเวตรายงานความเสียหายทางวัตถุอย่างรุนแรง หลังถูกโจมตีด้วยโดรน ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้ในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ทั้งโรงกลั่นน้ำมัน สถานีไฟฟ้า และโรงงานแยกเกลือออกจากน้ำทะเล
ที่กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย และต้องระงับการดำเนินงานชั่วคราวที่ศูนย์ก๊าซ Habshan หลังเศษซากจากการสกัดการโจมตีตกลงมาก่อให้เกิดไฟไหม้
ทางการ กาตาร์ ระบุว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถยิงสกัดขีปนาวุธและโดรนจากอิหร่านได้รวม 7 ลูก
ซาอุดีอาระเบียตกเป็นเป้าการโจมตี รวมถึงโครงข่ายท่อส่งน้ำมันสำคัญที่หลีกเลี่ยงเส้นทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่บาห์เรนรายงานการตรวจพบวัตถุโจมตีที่กำลังพุ่งเข้ามา
ความไม่ชัดเจนของข้อตกลงยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในภูมิภาค สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เรียกร้องให้มีการชี้แจงอย่างเร่งด่วนเกี่ยวกับเงื่อนไขข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐอเมริกา และ อิหร่าน โดยเตือนว่า ความคลุมเครืออาจยิ่งทำให้ความไม่มั่นคงในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียยืดเยื้อออกไป