
สงครามอิหร่านยืดเยื้อมานานกว่า 1 เดือนแล้ว แต่ท่ามกลางความไม่แน่นอนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เราก็ไม่สามารถคาดเดาได้ว่า สงครามจะยืดเยื้อไปอีกนานเท่าไหร่
อย่างไรก็ตาม ในระยะเวลากว่า 1 เดือน สหรัฐฯ สามารถโจมตีเป้าหมายในอิหร่านได้กว่า 12,300 เป้าหมาย แต่ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ก็ใช้งบประมาณไปมากเหลือเกิน โดยมีการเปิดเผยว่า สหรัฐฯ น่าจะใช้งบประมาณมากถึงวันละหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
ระยะเวลาที่ยาวนานและงบประมาณมหาศาล รวมถึงสงครามผลักดันให้ราคาน้ำมันแพงขึ้นทั่วโลก กำลังกลายเป็นสามปัจจัยที่ทำให้ภายในประเทศสหรัฐฯ เอง เกิดแรงกดดันต่อประธานาธิบดีทรัมป์
หน่วยบัญชาการกลางของสหรัฐฯ รายงานข้อมูลของปฏิบัติการ Epic Fury ซึ่งสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านตั้งแต่เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยข้อมูลล่าสุด สรุป ณ วันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา ระบุว่า
กองกำลังของสหรัฐฯ สามารถโจมตีเป้าหมายได้กว่า 12,300 ครั้ง โจมตีเรืออิหร่านให้ได้รับความเสียหายหรือถูกทำลายกว่า 155 ครั้ง
ส่วนนับจนถึงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา สหรัฐฯ ใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ไปกว่า 11,000 ชิ้นในสงคราามอิหร่าน ในจำนวนดังกล่าวรวมถึงขีปนาวุธโทมาฮอว์คกว่า 850 ลำ และขีปนาวุธ JASSM-ER กว่า 1,000 ลำ
นอกจากนี้ ยังใช้เรือบรรทุกเครื่องบิน 2 ลำ เครื่องบินรบกว่า 200 ลำ รวมถึงระบบป้องกันขีปนาวุธ THAAD
สมาชิกพรรคเดโมแครต ออกมาประณามทรัมป์ หลังจากล่าสุด ทรัมป์ออกมาข่มขู่จะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนของอิหร่าน โดยสมาชิกพรรคเดโมแครตออกมาตั้งคำถามต่อพรรครีพับลิกันของทรัมป์ที่ออกมาโจมตีจะทิ้งระเบิดใส่โรงงานไฟฟ้าและสะพาน เนื่องจากบรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายมองว่า การกระทำดังกล่าวจะนับเป็นการก่ออาชญากรรมต่อสงคราม
แยสสามิน อันซารี สมาชิกสภาคองเกรสจากพรรคเดโมแคาต เรียกร้องให้มีการใช้ 25th Amendment หรือ บทบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ครั้งที่ 25 ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของสหรัฐอเมริกาที่ตราขึ้นในปี ค.ศ. 1967 เพื่อกำหนดขั้นตอนการสืบทอดอำนาจที่ชัดเจน ในกรณีที่ประธานาธิบดีไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ไม่ว่าจะด้วยการเสียชีวิต การลาออก หรือภาวะไร้ความสามารถ
อันซารีเรียกร้องให้ใช้บทบัญญัติดังกล่าวกับทรัมป์ เพื่อถอดถอนเขาออกจากตำแหน่งประธานาธิบดี โดยระบุว่า ทรัมป์ไม่เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่ง เพราะเขาเป็นคนเสียสติวิปลาส และเป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคงต่อประเทศ รวมถึงประเทศอื่น ๆ ของโลก
ในช่วงสองสัปดาห์ล่าสุดของการทำสงคราม ทรัมป์ข่มขู่ที่จะทำลายล้างโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนของชาวอิหร่าน หากว่าอิหร่านไม่ยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซ และล่าสุด เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (5 เมษายน 69) ซึ่งตรงกับวันหยุดอีสเตอร์ด้วย ทรัมป์ได้ประกาศว่า ในวันอังคารตามเวลาท้องถิ่นของสหรัฐฯ เขาจะโจมตีโรงงานไฟฟ้าและสะพาน โดยสั่งให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซ มิเช่นนั้น อิหร่านจะต้องตกอยู่ในนรก
นอกจากการถูกโจมตีจากเดโมแครตอย่างหนัก ความนิยมของทรัมป์ในหมู่ประชาชนก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัดนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น โดยโพลการสำรวจความนิยมทรัมป์ของ CNN/SSRS ล่าสุด พบว่า มีชาวอเมริกันเพียง 31 เปอร์เซ็นต์ที่เห็นว่า ทรัมป์กำลังรับมือกับปัญหาเศรษฐกิจได้ดี ลดลงจาก 39 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา
โพลดังกล่าวจัดทำขึ้นระหว่างวันที่ 26-30 มีนาคมที่ผ่านมา สอบถามความคิดเห็นผู้ใหญ่ชาวอเมริกันจำนวน 1,201 คน
รายงานระบุว่า ราคาก๊าซและน้ำมันกำลังกดดันทรัมป์อย่างหนัก โดยขณะนี้ ราคาน้ำมันในสหรัฐฯ ทะลุ 4 ดอลลาร์สหรัฐต่อแกลลอนไปแล้ว