Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ไทยจ่อเจอวิกฤตแล้งหนัก น้ำสำรองเหลือ65% ใช้ได้จริง50% 47 แหล่งน้ำวิกฤต
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

ไทยจ่อเจอวิกฤตแล้งหนัก น้ำสำรองเหลือ65% ใช้ได้จริง50% 47 แหล่งน้ำวิกฤต

6 เม.ย. 69
15:59 น.
แชร์

ประเทศไทยเข้าใกล้ภาวะ “วิกฤตแล้งหนัก” มากขึ้น หลังข้อมูลจากสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติระบุว่า ณ  วันที่ 6 เม.ย. 69 เวลา 7.00 น. ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศลดลงเหลือเพียง 65% ของความจุเก็บกัก ขณะที่น้ำที่สามารถนำมาใช้การได้จริงเหลือเพียง 50% หรือประมาณ 28,323 ล้านลูกบาศก์เมตร สะท้อนว่าระบบน้ำของประเทศเริ่มเผชิญข้อจำกัดเชิงโครงสร้างในช่วงเวลาที่ความต้องการใช้น้ำเพิ่มสูงขึ้นตามฤดูร้อน

ข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ยังชี้ให้เห็นสัญญาณความเปราะบางในระดับพื้นที่อย่างชัดเจน โดยมีแหล่งน้ำขนาดกลางถึง 47 แห่งทั่วประเทศที่มีปริมาณน้ำต่ำกว่า 30% ซึ่งถือเป็นระดับวิกฤต โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีจำนวนแหล่งน้ำเสี่ยงมากที่สุด สะท้อนความเสี่ยงด้านน้ำที่กระจายตัวและอาจส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรกรรมและชุมชนในวงกว้าง

สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางสภาพอากาศที่ยังไม่เอื้อต่อการเติมน้ำต้นทุน โดยลมใต้และลมตะวันตกเฉียงใต้กำลังอ่อนพัดปกคลุมประเทศไทย ทำให้หลายพื้นที่มีฝนน้อย แม้ช่วงวันที่ 7-11 เมษายน จะมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองจากความกดอากาศต่ำ แต่ลักษณะฝนยังคงกระจายตัวและไม่เพียงพอที่จะพลิกฟื้นระดับน้ำในระบบได้ในระยะสั้น ส่งผลให้ความเสี่ยงของภาวะแล้งยังคงกดดันประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

โครงสร้างน้ำรายภาคสะท้อนความเหลื่อมล้ำของทรัพยากร

เมื่อพิจารณาสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำรายภาค พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญในเชิงโครงสร้าง โดยภาคตะวันตกมีปริมาณน้ำสูงสุดที่ 20,293 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 72% ของความจุเก็บกัก ขณะที่ภาคใต้มีน้ำ 5,346 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 68% และภาคเหนือมีน้ำ 18,246 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 66% ซึ่งยังอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้

ในทางกลับกัน ภาคกลางมีปริมาณน้ำเพียง 836 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 42% และภาคตะวันออกมี 1,297 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 42% เท่ากัน ซึ่งถือเป็นระดับที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับบทบาทของทั้งสองภูมิภาคในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจและพื้นที่ใช้น้ำเข้มข้น ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีปริมาณน้ำ 6,406 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 53% แม้จะอยู่ในระดับปานกลาง แต่กลับเป็นภูมิภาคที่มีจำนวนแหล่งน้ำขนาดกลางที่อยู่ในระดับวิกฤตมากที่สุด

ภาพรวมดังกล่าวสะท้อนความไม่สมดุลของทรัพยากรน้ำระหว่างภูมิภาค ซึ่งเป็นโจทย์เชิงโครงสร้างที่ประเทศไทยต้องเผชิญมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้งที่ข้อจำกัดในการกระจายน้ำและความแตกต่างของต้นทุนทรัพยากรน้ำในแต่ละพื้นที่เริ่มส่งผลชัดเจนมากขึ้น

พื้นที่เศรษฐกิจ EEC ยังอยู่ในระดับบริหารจัดการได้

สำหรับพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเป็นฐานการลงทุนอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ของประเทศ สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำหลักทั้ง 3 แห่งยังอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้ โดยอ่างเก็บน้ำบางพระมีปริมาณน้ำ 56% คิดเป็น 65 ล้านลูกบาศก์เมตร อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหลมีน้ำ 57% หรือ 93 ล้านลูกบาศก์เมตร และอ่างเก็บน้ำประแสร์มีน้ำ 64% หรือ 190 ล้านลูกบาศก์เมตร

แม้ระดับน้ำดังกล่าวจะยังไม่เข้าสู่ภาวะวิกฤติ แต่การที่ระดับน้ำอยู่เพียงระดับกลางสะท้อนถึงความจำเป็นในการบริหารจัดการเชิงรุก โดยเฉพาะเมื่อพื้นที่ EEC มีความต้องการใช้น้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน ความมั่นคงด้านน้ำจึงเป็นตัวแปรสำคัญต่อความต่อเนื่องของการลงทุน หากระดับน้ำลดต่ำลงกว่านี้ อาจกระทบต่อทั้งต้นทุนการผลิตและความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะยาว

คุณภาพน้ำยังอยู่ในเกณฑ์ดี แต่หลายอ่างยังต้องเฝ้าระวัง

ในด้านคุณภาพน้ำ ภาพรวมยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน โดยน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคในแม่น้ำเจ้าพระยา ณ สถานีสูบน้ำสำแล จังหวัดปทุมธานี มีค่าความเค็มไม่เกิน 0.25 กรัมต่อลิตร ขณะที่น้ำเพื่อการเกษตรในแม่น้ำท่าจีน ณ สถานีคลองจินดา จังหวัดนครปฐม แม่น้ำแม่กลอง ณ สถานีอัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม และแม่น้ำบางปะกง ณ สถานีวัดบางคาง จังหวัดปราจีนบุรี มีค่าความเค็มไม่เกิน 2 กรัมต่อลิตร ซึ่งยังอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมต่อการใช้งาน

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ต้องเฝ้าระวังอยู่ที่ปริมาณน้ำในแหล่งกักเก็บ โดยมีแหล่งน้ำขนาดใหญ่ 5 แห่งที่มีปริมาณน้ำต่ำกว่าระดับควบคุมต่ำสุด ได้แก่ เขื่อนแม่มอกในภาคเหนือ เขื่อนขุนด่านปราการชลและอ่างเก็บน้ำคลองสียัดในภาคตะวันออก และเขื่อนวชิราลงกรณกับอ่างเก็บน้ำปราณบุรีในภาคตะวันตก

ขณะเดียวกัน สถานการณ์ในแหล่งน้ำขนาดกลางมีความน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง โดยมีถึง 47 แห่งทั่วประเทศที่มีปริมาณน้ำเก็บกักน้อยกว่า 30% กระจายอยู่ในภาคเหนือ 5 แห่ง ภาคกลาง 4 แห่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมากที่สุดถึง 22 แห่ง ภาคตะวันออก 8 แห่ง ภาคตะวันตก 7 แห่ง และภาคใต้ 1 แห่ง สะท้อนถึงความเปราะบางเชิงพื้นที่ที่กำลังขยายตัว

ภาพรวมทั้งหมดชี้ให้เห็นว่า แม้คุณภาพน้ำยังอยู่ในเกณฑ์ดี แต่ปริมาณน้ำในหลายพื้นที่กำลังลดลงสู่ระดับวิกฤต ซึ่งหากสถานการณ์ฝนในช่วงถัดไปไม่เป็นไปตามคาด อาจส่งผลกระทบต่อทั้งภาคเศรษฐกิจและความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำของประเทศในวงกว้าง


แชร์
ไทยจ่อเจอวิกฤตแล้งหนัก น้ำสำรองเหลือ65% ใช้ได้จริง50% 47 แหล่งน้ำวิกฤต