
สำนักข่าวต่างประเทศและสื่อทางการอิหร่าน (IRNA) รายงานยืนยันตรงกันเมื่อช่วงดึกเมื่อคืนนี้ (20 มีนาคม 2569) ว่า อาลี ลาริจานี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุด และ โกลามเรซา โซเลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังกึ่งทหารบาซิจ เสียชีวิตแล้วจากการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลในกรุงเตหะราน
การสูญเสียครั้งนี้ถือเป็น "หมัดฮุค" ที่สั่นคลอนโครงสร้างอำนาจอิหร่านอย่างรุนแรง เนื่องจากลาริจานีทำหน้าที่เป็นผู้นำโดยพฤตินัยที่ประคับประคองรัฐบาลในช่วงเปลี่ยนผ่าน หลังการเสียชีวิตของผู้นำสูงสุด อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
ด้านอิสราเอล แคตซ์ รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล แถลงยืนยันการกำจัดทั้งคู่ในปฏิบัติการที่แม่นยำ โดยระบุว่า เป็นกลไกสำคัญใน "แก๊งอันธพาล" ที่ปราบปรามประชาชน ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ออกมาตอกย้ำด้วยการชมเชยปฏิบัติการนี้ว่าเป็นการกวาดล้างกลุ่มคนชั่วร้ายออกจากเวทีโลก
ท่ามกลางบรรยากาศในกรุงเตหะรานที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้าและการประกาศล้างแค้นจากประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน เขายกย่องลาริจานีว่าเป็น "พี่ชายผู้มีวิสัยทัศน์" และยืนยันจะตอบโต้อย่างสาสม
Spotlight เปิดประวัติ 'อาลี ลาริจานี' เขาคนนี้คือใคร? เป็นจอมบงการผู้อยู่เบื้องหลังความมั่นคง หรือเป็นเพียง "ตัวร้าย" ในบทละครที่อิสราเอลและสหรัฐฯ เขียนขึ้นเพื่อสร้างความชอบธรรมในการลากยาวสงครามครั้งนี้
ในสายตาของสหรัฐฯ และอิสราเอล อาลี ลาริจานี อาจถูกตีตราว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้นำที่สนับสนุนระบอบการปกครองที่แข็งกร้าว แต่หากย้อนดูเส้นทางชีวิตและบทบาทของเขาตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ลาริจานีกลับมีภาพลักษณ์ที่ซับซ้อนกว่านั้นมาก เขาคือส่วนผสมที่หาได้ยากในแวดวงการเมืองอิหร่าน นั่นคือการเป็น "นักปรัชญาผู้เจนจัดในศาสตร์ความมั่นคง"
ลาริจานีไม่ได้เติบโตมาจากโรงเรียนสอนศาสนาเพียงอย่างเดียวเหมือนผู้นำคนอื่น ๆ แต่เขามีภูมิหลังทางวิชาการสายสามัญที่เข้มข้น โดยจบปริญญาตรีด้านคณิตศาสตร์และวิทยาการคอมพิวเตอร์ และคว้าปริญญาเอกด้านปรัชญาตะวันตก โดยทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับ อิมมานูเอล คานต์ (Immanuel Kant) นักปรัชญาชื่อดังชาวเยอรมัน ความลุ่มลึกทางความคิดนี้เองที่ทำให้เขามักจะใช้ความสุขุมและเหตุผลในการดำเนินนโยบาย จนได้รับฉายาว่าเป็นหน้าตาของสายปฏิบัติ
สิ่งที่ทำให้ลาริจานีมีความสำคัญ คือบทบาทในการเป็นผู้เจรจาหลักในประเด็นนิวเคลียร์กับชาติตะวันตกมาอย่างยาวนาน เขาคือหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้เกิดข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2015 (JCPOA) ในสมัยที่เขาดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรอิหร่านถึง 3 สมัยติดต่อกัน ลาริจานีมีความสามารถพิเศษในการประนีประนอมระหว่างกลุ่มหัวรุนแรงในประเทศกับข้อเรียกร้องจากนานาชาติ เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้
ทำไมการสูญเสียเขาถึงสั่นคลอนอิหร่าน? หลังจากการเสียชีวิตของอยาตอลเลาะห์ คาเมเนอี เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ ลาริจานีได้ก้าวขึ้นมาเป็น "Consensus maker-in-chief" หรือหัวเรือใหญ่ในการสร้างมติเอกฉันท์ภายในสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุด เขาไม่ใช่แค่คนสั่งการรบ แต่เป็นคนที่คอยประสานผลประโยชน์ของขั้วอำนาจต่าง ๆ ในอิหร่านให้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อรับมือกับวิกฤตที่ใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่การปฏิวัติปี 1979
การที่อิสราเอลและสหรัฐฯ เลือกปลิดชีพชายผู้ที่ "คุยรู้เรื่องที่สุด" ในระบบการเมืองอิหร่าน จึงนำมาสู่คำถามสำคัญที่ว่า นี่คือความผิดพลาดทางการทูตครั้งใหญ่
ตริตา ปาร์ซี รองประธานบริหารของ Quincy Institute มองว่า การเจาะจงสังหารลาริจานีไม่ใช่เพียงการทำลายขีดความสามารถทางทหาร แต่เป็นการท้าทายระบบอย่างรุนแรง เพราะเขาคือฟันเฟืองสุดท้ายที่เชื่อมโยงงานการทูตและยุทธศาสตร์ความมั่นคงเข้าด้วยกัน การหายไปของเขาจึงถูกมองว่าเป็นความจงใจของฝ่ายสหรัฐฯ-อิสราเอล ที่ต้องการปิดตายช่องว่างการเจรจาและผลักดันให้สงครามครั้งนี้ขยายขอบเขตออกไปอย่างไร้ทางออก
นักวิเคราะห์ความมั่นคงมองว่า การเจาะจงสังหารลาริจานีไม่ใช่เพียงการทำลายขีดความสามารถทางทหาร แต่เป็นการท้าทายระบบอย่างรุนแรง เพราะเขาคือฟันเฟืองสุดท้ายที่เชื่อมโยงงานการทูตและยุทธศาสตร์ความมั่นคงเข้าด้วยกัน การหายไปของเขาจึงถูกมองว่าเป็นความจงใจของฝ่ายสหรัฐฯ-อิสราเอล ที่ต้องการปิดตายช่องว่างการเจรจาและผลักดันให้สงครามครั้งนี้ขยายขอบเขตออกไปอย่างไร้ทางออก
ฝ่ายผู้สนับสนุนอิหร่านมองว่า นายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูที่พยายามผลักดันมานานกว่า 25 ปี เพื่อดึงให้สหรัฐอเมริกาเข้าสู่สงครามเต็มรูปแบบกับอิหร่าน และในเมื่อเป้าหมายนั้นบรรลุผลสำเร็จแล้วในวันนี้ พวกเขาจึงต้องระมัดระวังอย่างยิ่งไม่ให้สหรัฐฯ ถอนตัวหรือยุติสงครามนี้ก่อนเวลาอันควร
ยุทธศาสตร์ดังกล่าวยังมุ่งหวังผลที่ไกลกว่าการชนะศึกในระยะสั้น นักวิเคราะห์ระบุว่าอิสราเอลกำลังใช้โอกาสนี้เพื่อ "เซ็ตซีโร่" ประเทศอิหร่าน โดยพยายามทำให้ความแข็งแกร่งของประเทศถอยหลังไปหลายทศวรรษ ผ่านปฏิบัติการที่เรียกว่า "Decapitation strikes" หรือการโจมตีแบบเด็ดหัวผู้นำ
อิสราเอลไม่ได้สนใจว่าใครจะขึ้นมาปกครองอิหร่านต่อจากนี้ แต่เป้าหมายสูงสุดคือการทำให้แน่ใจว่าอิหร่านจะไม่มีขีดความสามารถพอที่จะก้าวขึ้นมาท้าทายการเป็นมหาอำนาจเดี่ยวในตะวันออกกลางของอิสราเอลได้อีกต่อไป