
อิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านแล้ว โดยมีรายงานได้ยินเสียงระเบิดอย่างน้อย 3 ครั้งในกรุงเตหะราน เมืองหลวงของอิหร่านวันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 โดยสำนักข่าว Fars ของอิหร่านรายงานว่า ขีปนาวุธหลายลูกถูกยิงเข้ามาสร้างความเสียหายในย่านใจกลางเมืองหลวง
การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งการเจรจาระหว่างสองฝ่ายเกิดขึ้นหลายครั้ง แต่กลับมีความคืบหน้าเพียงเล็กน้อย โดยทั้งสองฝ่ายเห็นไม่ต้องกันและไม่มีใครยอมถอยจากจุดยืนเรื่องโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน
รายงานระบุว่า สัญญาณโทรศัพท์มือถือในอิหร่านล่มในหลายพื้นที่ของเมืองหลวง และไม่สามารถใช้โทรศัพท์ติดต่อสื่อสารได้ในตอนนี้
ในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ เปิดเผยกับสำนักข่าวอัลจาซีราว่า การโจมตีอิหร่านเป็นปฏิบัติการโจมตีร่วมระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล
ด้านอิสราเอลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยกองทัพอิสราเอลประกาศว่า ได้เปิดสัญญาณไซเรนทั่วทั้งประเทศ เพื่อให้ประชาชนอยู่ในพื้นที่ที่ปลอดภัย และสัญญาณเตือนภัยเป็นการเตรียมความพร้อม สำหรับความเป็นไปได้ที่อาจจะมีการยิงขีปนาวุธตอบโต้เข้าใส่อิสราเอล
นอกจากนี้ ยังระบุว่า มีการประกาศเตือนภัยทั่วประเทศ เปลี่ยนจากการอนุญาตให้ทำกิจกรรมได้เต็มรูปแบบเป็นทำกิจกรรม “ที่จำเป็นเท่านั้น” ซึ่งรวมถึงการสั่งปิดโรงเรียน การห้ามชุมนุมและสั่งปิดที่ทำงานยกเว้นภาคส่วนที่จำเป็น
อิสราเอลยังใช้คำเรียกการโจมตีอิหร่านครั้งนี้ว่าเป็น “pre-emptive attack” หรือการโจมตีก่อนเพื่อป้องกันตัว
กองบัญชาการกองทัพไทยอธิบายคำว่า Preemptive Strike ว่าการโจมตีลักษณะนี้เท่ากับป้องกันตัวโดยคำนี้เป็นแนวคิดทางการทหารและกฎหมายระหว่างประเทศที่สำคัญมาก โดยเฉพาะในสถานการณ์ตึงเครียด ใช้เรียกการโจมตีก่อน “เพราะมีหลักฐานชัดเจนว่าศัตรูกำลังจะโจมตีเราในทันที” ไม่ใช่การรุกรานเพื่อยึดดินแดน แต่เป็นการป้องกันตัวล่วงหน้า (Self-Defense)
หลักการสำคัญของ Preemptive Strike ตามกฎหมายสากล แล้วจะต้องมีลักษณะต่อไปนี้ครบทั้ง 4 เงื่อนไข จึงจะเข้าข่ายว่าเป็นการโจมตีก่อนเพื่อป้องกันตัวอันชอบธรรม ได้แก่
1. ภัยคุกคามต้องชัดเจนและใกล้จะเกิดทันที (Imminent Threat) เช่น ศัตรูตั้งจรวดเล็ง ยิงได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง
2. ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว (Last Resort) เช่น การเจรจา การเตือน การถอย ไม่ได้ผล
3. ต้องตอบโต้ “เท่าที่จำเป็น” (Proportionality) ไม่ใช้กำลังเกินเหตุ ไม่ถล่มพลเรือน
4. เป้าหมายต้องเป็นทางทหารเท่านั้น (Military Target Only) เช่น ฐานยิงจรวด, เรดาร์, ศูนย์บัญชาการ
การโจมตีอิหร่านเกิดขึ้นท่ามกลางความพยายามทางการทูตระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน เพื่อหาข้อตกลงจัดการกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน และหลีกเลี่ยงการเกิดสงคราม โดยการหารือจัดขึ้นมาแล้ว 3 ครั้ง ล่าสุดคือเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา และครั้งถัดไปคาดว่าจะเกิดขึ้นในสัปดาห์หน้า
รายงานระบุว่า การหารือเมื่อวานนี้มีความคืบหน้า แต่ก็มีการเปิดเผยรายละเอียดเล็กน้อยมาก ขณะที่โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ข่มขู่หลายครั้งว่า อิหร่านต้องยอมรับข้อตกลงจากสหรัฐฯ มิเช่นนั้นสหรัฐฯ ก็จะใช้กำลังเข้าโจมตี
ทรัมป์ส่งกำลังเข้าไปประจำการในตะวันออกกลางเพิ่มขึ้น โดยก่อนหน้านี้ มีการส่งเรือบรรทุกเครื่องบินและกองเรือรบเข้าไปประจำการ สร้างความหวั่นวิตกให้แก่หลายฝ่ายถึงความไม่สงบในตะวันออกกลางอีกครั้ง หลังเมื่อปีที่แล้ว อิสราเอลก็เปิดฉากโจมตีอิหร่านร่วมกับสหรัฐฯ เมื่อเดือนมิถุนายน ในศึกที่เรียกกันว่าสงคราม 12 วัน
ส่วนก่อนหน้านี้ เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีของอิสราเอล เตือนว่า อิหร่านเป็นภัยคุกคามต่ออิสราเอลเพราะอิหร่านมีขีปนาวุธ