Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ซาอุฯ เตือนน้ำมันอาจพุ่งแตะ 180$ ขณะอิหร่านขู่หยุดโจมตีแหล่งพลังงาน
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

ซาอุฯ เตือนน้ำมันอาจพุ่งแตะ 180$ ขณะอิหร่านขู่หยุดโจมตีแหล่งพลังงาน

20 มี.ค. 69
13:08 น.
แชร์

ซาอุฯ เตือนน้ำมันอาจพุ่งแตะ 180$

สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงถึงขีดสุด หลังกองทัพอิสราเอลประกาศเปิดฉากโจมตีระลอกใหม่ด้วยอาวุธมหาศาลเข้าใส่กรุงเตหะราน โดยระบุว่า เป็นปฏิบัติการทำลายโครงสร้างพื้นฐานขีปนาวุธและฐานอุตสาหกรรมอย่างไม่ลดละ เพื่อกวาดล้างภัยคุกคามก่อนที่อิหร่านจะเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์ลงสู่ฐานทัพใต้ดิน

ท่ามกลางการปะทะที่ขยายวงกว้าง วิกฤตการณ์พลังงานโลกกำลังเผชิญกับภาวะวิกฤตอย่างหนัก โดยรายงานจาก The Wall Street Journal อ้างข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของซาอุดีอาระเบียที่ระบุว่า หากการหยุดชะงักของการขนส่งในช่องแคบฮอร์มุซยังคงยืดเยื้อไปจนถึงสิ้นเดือนเมษายน ราคาน้ำมันดิบโลกอาจพุ่งสูงแตะระดับ 180 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาเรล

ทั้งนี้ ซาอุดีอาระเบียยังคงสามารถส่งออกน้ำมันได้อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมีคลังจัดเก็บและขนส่งน้ำมันอยู่ที่ ท่าเรือยันบู (Yanbu) ในทะเลแดง ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากอ่าวเปอร์เซียออกไปมากกว่า 1,000 กิโลเมตร อย่างไรก็ตาม เหล่านักวิเคราะห์ต่างแสดงความกังวลว่า ท่าเรือแห่งนี้อาจกลายเป็นเป้าหมายในการโจมตีได้เช่นกัน เนื่องจากแหล่งพลังงานต่าง ๆ ทั่วบริเวณอ่าวพากันถูกโจมตีโดยทั้งฝั่งอิหร่านและอิสราเอล

อูเมอร์ คาริม ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายต่างประเทศของซาอุดีอาระเบีย จากศูนย์วิจัยและอิสลามศึกษาแห่งกษัตริย์ไฟซาล ในกรุงริยาด ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวอัลจาซีราว่า เขาเชื่อว่าราคาน้ำมันที่ระดับอย่างน้อย 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล นั้นมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นจริง ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความคืบหน้าของสถานการณ์สงคราม เนื่องจากในขณะนี้ ท่าเรือยันบูเป็นเพียงการเชื่อมต่อเดียวที่ใช้การได้ระหว่างยุโรปและเอเชีย

คำเตือนถึงวิกฤตราคาพลังงานนี้ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น เมื่ออิหร่านประกาศกร้าวว่า จะไม่ยับยั้งชั่งใจอีกต่อไป หาแหล่งโครงสร้างพลังงานโดนโจมตีซ้ำ 

อิหร่านกร้าว "ยับยั้งชั่งใจเป็นศูนย์" ถ้าโดนโจมตีอีก

อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ส่งสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดว่ารัฐบาลเตหะรานจะใช้มาตรการ "ยับยั้งชั่งใจเป็นศูนย์" (Zero restraint) หากสถานีพลังงานของประเทศถูกโจมตีซ้ำ โดยระบุว่าการถล่มโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคที่ผ่านมาเป็นเพียงการใช้สรรพกำลังแค่ "เศษเสี้ยวเดียว" เท่านั้น

คำขู่ดังกล่าวมีขึ้น หลังจากอิสราเอลเปิดฉากโจมตีแหล่งก๊าซ South Pars ซึ่งถือเป็น "หัวใจหลัก" ทางเศรษฐกิจและพลังงานของอิหร่าน โดยแหล่งก๊าซธรรมชาติแห่งนี้มีความสำคัญในเชิงยุทธศาสตร์อย่างมหาศาล เนื่องจากเป็นแหล่งผลิตก๊าซที่รองรับความต้องการใช้งานภายในประเทศสูงถึง 80%

ทางด้านอิสราเอล นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ยืนยันว่า เป้าหมายหลักคือการกวาดล้างฐานอุตสาหกรรมและโรงงานผลิตชิ้นส่วนขีปนาวุธของอิหร่านให้สิ้นซากก่อนที่จะถูกเคลื่อนย้ายลงสู่ฐานทัพใต้ดิน อย่างไรก็ตาม เนทันยาฮูระบุว่า อิสราเอลจะยอมระงับการโจมตีแหล่งก๊าซธรรมชาติเพิ่มเติมชั่วคราว ตามคำขอของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อสกัดกั้นไม่ให้ราคาพลังงานโลกพุ่งสูงจนเกินควบคุม

เบื้องหลังการใช้กำลังทางยุทธศาสตร์โจมตีแหล่งพลังงาน กลับแลกมาด้วยความสูญเสียทางมนุษยธรรมอย่างมหาศาล โดยสภากาชาดอิหร่านระบุว่า เมื่อสงครามก้าวเข้าสู่วันที่ 21 ยอดผู้เสียชีวิตรวมในอิหร่านได้พุ่งทะลุ 1,444 รายไปแล้ว และที่น่าสลดใจยิ่งกว่าคือในจำนวนนี้เป็นเด็กถึง 204 ราย ขณะที่ในเลบานอน กระทรวงสาธารณสุขรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตจากการโจมตีของอิสราเอลแล้วมากกว่า 1,000 ราย นับตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

วิกฤต Ras Laffan ในกาตาร์ LNG ของโลกถูกตัดขาด

แรงสั่นสะเทือนจากการปะทะโต้ตอบส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความมั่นคงทางพลังงานโลก เมื่อสถานีก๊าซ Ras Laffan Industrial City ในกาตาร์ ซึ่งทำหน้าที่แปรรูปก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ถึง 20% ของอุปทานทั่วโลก ถูกโจมตีจนได้รับความเสียหายอย่างหนัก ส่งผลให้ขีดความสามารถในการส่งออกก๊าซ LNG ของกาตาร์หายไปทันทีถึง 17% หรือคิดเป็นปริมาณการผลิตมหาศาลถึง 12.8 ล้านตันต่อปี 

ความสูญเสียในครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะฉุดรายได้ของกาตาร์หายไปปีละกว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ยังกลายเป็นฝันร้ายที่คุกคามการจัดส่งพลังงานไปยังยุโรป เอเชีย และคู่ค้ารายใหญ่อย่างจีนและเกาหลีใต้

ซาอัด อัล-คาอาบี ซีอีโอของ QatarEnergy เผยด้วยความสะเทือนใจว่า ความเสียหายครั้งนี้ร้ายแรงจนอาจต้องใช้เวลาซ่อมแซมนานถึง 3-5 ปี และในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด สถานีแห่งนี้อาจไม่สามารถกลับมาเริ่มดำเนินการได้จนกว่าจะถึงปี 2026 ซึ่งจะทำให้ปริมาณการจัดหา LNG ของโลกถดถอยกลับไปอยู่ในระดับเดียวกับเมื่อ 5 ปีก่อน จนนำไปสู่การต้องประกาศ "เหตุสุดวิสัย" ในสัญญาการส่งออกระยะยาวกับประเทศคู่ค้าหลายแห่ง เนื่องจากไม่สามารถจัดส่งก๊าซได้ตามข้อตกลง

วิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานที่พุ่งทะยาน แต่ยังสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานที่มีมูลค่าการก่อสร้างสูงถึง 26,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยอัล-คาอาบีระบุว่าการทำลายล้างครั้งนี้ได้ฉุดรั้งเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของภูมิภาคให้ถอยหลังกลับไปนับ 10-20 ปี พร้อมส่งสารเตือนไปยังทุกประเทศไม่ว่าจะเป็นอิสราเอลหรือสหรัฐฯ ให้เร่งหาทางยุติการสู้รบและ "ถอยห่างจากสถานีน้ำมันและก๊าซ" ก่อนที่โลกจะต้องเผชิญกับภาวะชะงักงันทางพลังงานที่รุนแรงเกินกว่าจะเยียวยาได้ทัน

แชร์
ซาอุฯ เตือนน้ำมันอาจพุ่งแตะ 180$ ขณะอิหร่านขู่หยุดโจมตีแหล่งพลังงาน