
จากกรณี อุบัติเหตุรถไฟ พุ่งชนรถโดยสารประจำทางปรับอากาศ สาย 206 สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน 12-5641 กทม. รวมถึงรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ ส่งผลให้เกิดเพลิงลุกไหม้ จนมีผู้เสียชีวิต 8 ราย และผู้ได้รับบาดเจ็บ 32 ราย บริเวณทางข้ามรถไฟ สถานีรถไฟแอร์พอร์ตเรลลิ้งค์มักกะสัน ถนนอโศก-ดินแดง เมื่อวันที่ 16 พ.ค. ที่ผ่านมา
วันที่ 20 พ.ค. 69 บรรยากาศที่บริเวณจุดตัดทางรถไฟ ถนนอโศก-ดินแดง ที่เป็นจุดเกิดเหตุรถไฟชนกับรถเมล์ ครอบครัวของนาย ฑีฆา ฑีฆาอุตมากร หรือ แทน อายุ 33 ปี หนึ่งในผู้เสียชีวิต ได้เดินทางมายังจุดเกิดเหตุ พร้อมกับนิมนต์พระสงฆ์จำนวน 1 รูปจากวัดตรีทศเทพวรวิหาร มาทำพิธีเชิญวิญญาณ
และในขณะที่ญาติกำลังเดินทางมาเชิญวิญญาณ ทีมข่าวได้สังเกตเห็นว่า ญาติได้นำรูป พร้อมของเซ่นไหว้ประกอบไปด้วย กล้วย 2 ลูก , วุ้นกะทิใบเตย , น้ำเปล่า , ข้าวผัดกระเพราไข่ดาว ขนมจีบ และดอกกล้วยไม้ โดยพ่อของนายแทนจุดธูป 5 ดอกหันหน้าออกไปทางทิศตะวันออกตามความเชื่อ เพื่อเปิดทางเชิญดวงวิญญาณ หรือเรียกขวัญ
บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า ครอบครัว และเพื่อนน้ำตาซึมขณะทำพิธี
ด้าน น.ส.วชิรา สร้อยนาค ป้าของนายฑีฆา เปิดเผยว่า ขณะนี้ครอบครัวยังไม่ต้องการพูดถึงเรื่องการเยียวยา เพราะเพิ่งสูญเสียหลานชายอันเป็นที่รักไป ขอเพียงอย่าไปซ้ำเติมพ่อแม่ของผู้เสียชีวิต เนื่องจากทั้งคู่มีลูกชาย 2 คน และ “แทน” เพิ่งกลับจากประเทศออสเตรเลียได้ประมาณ 5 ปี ด้วยความตั้งใจว่าไม่อยากกลับมาในวันที่พ่อแม่จากไป
น.ส.วชิรา เล่าว่า ตนเลี้ยงดู “แทน” มาตั้งแต่เด็ก มีความผูกพันกันมาก โดยหลานชายเป็นคนอัธยาศัยดี เอนเตอร์เทนทุกคนในครอบครัว ดูแลญาติผู้ใหญ่ โดยเฉพาะคุณยาย แม้อยู่ที่ออสเตรเลียก็ยังส่งยามาให้คุณยายตลอด พร้อมระบุว่า วันนี้ทุกคนพยายามนำเรื่องราวดีๆ ของ “แทน” มาเยียวยาจิตใจกัน เพราะรู้ว่าหลานเป็นคนที่มีคนรักจำนวนมาก พร้อมขอบคุณสถาบันการศึกษาทั้งในและต่างประเทศที่ร่วมแสดงความเสียใจ รวมถึงเพื่อนและอาจารย์จากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยมหิดล ที่เข้ามาช่วยจัดการงานศพแทบทั้งหมดด้วยความเข้าใจต่อความสูญเสีย
นอกจากนี้ น.ส.วชิรา ยังบอกด้วยว่า ได้พูดกับพ่อแม่ของ “แทน” ว่าไม่อยากให้โทษใครกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะไม่มีใครอยากให้เกิดอุบัติเหตุ แม้จะเกิดจากความผิดพลาด แต่ขอให้เป็นบทเรียนสำหรับทั้งคนขับรถเมล์และคนขับรถไฟ ที่ยังมีชีวิตอยู่และมีโอกาสกลับตัวกลับใจ
สำหรับวันเกิดเหตุ “แทน” นัดเพื่อนชาวต่างชาติที่ศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ โดยเป็นคนที่มีความสามารถด้านภาษา พูดได้หลายภาษา และมักช่วยดูแลเพื่อนต่างชาติอยู่เสมอ วันนั้นยังเตรียมยาไทยและยาเขียวไปฝากเพื่อนด้วย โดยนัดกันเวลา 17.00 น. แต่เมื่อเลยเวลานัดไป เพื่อนเริ่มผิดสังเกต เพราะ “แทน” ไม่เคยผิดเวลา จึงโทรศัพท์ตามหา ก่อนที่แม่จะโทรมาสอบถามว่าหลานไปที่บ้านป้าหรือไม่ เพราะไม่มีใครคิดว่า “แทน” จะอยู่บนรถเมล์สาย 206 เนื่องจากเดิมแม่ไปส่งที่บางหว้า และแนะนำให้นั่งแอร์พอร์ตลิงก์ แต่ “แทน” พิมพ์ข้อความไว้ในแชตว่า “ฉันจะไปทางที่ช้าที่สุด”
ต่อมาญาติที่เป็นตำรวจช่วยตรวจสอบรายชื่อผู้ประสบเหตุทั้ง 32 คน แต่ยังไม่พบชื่อ “แทน” กระทั่งเวลาประมาณ 23.00 น. ครอบครัวจึงทราบข่าวการเสียชีวิต ทำให้ทุกคนหัวใจสลาย แม้วันนี้ตนจะพยายามเข้มแข็ง แต่ยอมรับว่า ทุกครั้งที่เห็นรถไฟก็ยังรู้สึกสะเทือนใจ
น.ส.วชิรา ยังเล่าว่า ปกติ “แทน” ไม่ได้ขึ้นรถเมล์บ่อยนัก เพราะแม่ซึ่งเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยมักดูแลเรื่องการเดินทางให้ แต่หลานชายเป็นคนติดดิน ใช้ชีวิตเรียบง่าย แม้จะมีรายได้ดี แต่สามารถเข้ากับคนได้ทุกระดับ ทั้งยังเป็นคนมีมนุษยสัมพันธ์ดีมาก จึงมีทั้งเพื่อนและอาจารย์เดินทางมาร่วมงานจำนวนมาก
ส่วนความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้น น.ส.วชิรา ระบุว่า เมื่อวานนี้ทั้งการรถไฟแห่งประเทศไทยและ ขสมก. ได้ติดต่อเข้ามาแล้ว ส่วนใหญ่เป็นการสอบถามเรื่องการช่วยเหลืองานศพ ซึ่งครอบครัวยังไม่ได้พูดถึงเรื่องเงินเยียวยา เพราะมองว่าเป็นเรื่องของสามัญสำนึกของแต่ละหน่วยงาน และไม่อยากเหมารวมว่าทั้งองค์กรผิดทั้งหมด เนื่องจากทุกหน่วยงานมีทั้งคนดี คนประมาท และคนไม่ประมาท
นอกจากนี้ น.ส.วชิรา ยังเผยถึงความน่ารักและความกตัญญูของ “แทน” ว่า หลานชายมักแอบช่วยเหลือคนในครอบครัวอยู่เสมอ แม้กระทั่งนำบัตรของตัวเองให้ป้าใช้ซื้อของโดยไม่บอกล่วงหน้า และเมื่อโตขึ้นก็ไม่เคยรับเงินวันเกิดจากญาติ แต่กลับเป็นฝ่ายซื้อของฝากจากต่างประเทศมาให้คนในบ้านตลอด อีกทั้งยังเป็นคนที่รักครอบครัวมาก ไม่ใช่เฉพาะพ่อแม่หรือน้องชาย แต่รวมถึงลุง ป้า น้า และญาติทุกคน ซึ่ง “แทน” เป็นคนรักการเรียนรู้ พูดได้ถึง 6 ภาษา ทั้งภาษาอังกฤษ จีน และฝรั่งเศส โดยตั้งแต่เด็กก็ชอบเรียนภาษา และมักพูดคุยภาษาอังกฤษกับคนในบ้านอยู่เสมอ
“ลูกคะ เวลามันเกิดเหตุมันก็มีอุทาหรณ์ตลอด แล้วก็วัวหายล้อมคอก ป้าขอไม่พูดดีกว่า แล้วป้าก็เชื่อว่าเดี๋ยวมันก็เกิดอีก เป็นสัจธรรมของมนุษย์ รอดูคนอื่นที่เขาเกิดอุบัติเหตุครั้งสุดท้ายที่รถไฟ เราก็มองว่าครอบครัวน่าจะสูญสลาย วันนี้เรารู้แล้วค่ะว่าสิ่งนั้นเป็นอย่างไร แต่ก็ขอให้ทุกคนอยู่กับความไม่ประมาท อย่าให้มันเกิดขึ้นก่อนแล้วก็มาแก้ไข ก็คิดดีทำดี เวลาเกิดเหตุก็อย่าไปโทษใคร พอเกิดแล้วถึงคนเขาประมาทเขาก็คงเสียใจพอสมควร อโหสิค่ะ” น.ส.วชิรา กล่าว
อย่างไรก็ตามน.ส.วชิรา เปิดภาพแชตสุดท้ายที่แทนพูดคุยกับเพื่อน ในช่วงเวลา 15.36 น. ก่อนเกิดเหตุเพียงแค่ 6 นาที (เวลาเกิดเหตุ 15.42 น.) โดยแทนบอกกับเพื่อนว่า สามารถเลือกทางอื่นที่ถึงจุดหมายปลายทางได้เร็วกว่านี้ แต่คุณแทนเลือกที่จะใช้บริการรถเมล์แทน ซึ่งขณะนั้นรถเมล์ถึงจุดเกิดเหตุแล้ว
สำหรับแทน ถือเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถรอบด้าน สื่อสารได้ถึง 6 ภาษา เคยเป็นประธานนักเรียนของโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย รุ่น 128 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยมหิดล ก่อนจะไปศึกษาต่อในระดับปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยในประเทศออสเตรเลีย ก่อนจะกลับมาทำงานในประเทศไทย ดำรงตำแหน่ง Partnerships Manager ทำหน้าที่ประสานความร่วมมือและดึงนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในไทย
ขณะที่ช่วงสายวันนี้ ทีมข่าวลงพื้นที่บริเวณจุดตัดทางรถไฟอโศก–ดินแดง พบว่าในจังหวะที่ขบวนรถไฟกำลังจะผ่าน ยังมีรถยนต์บางคันจอดคร่อมอยู่บนทางรถไฟ เนื่องจากสภาพการจราจรติดสะสมระหว่างรอสัญญาณไฟแดง ทำให้เจ้าหน้าที่การรถไฟต้องรีบโบกธงสีแดง เพื่อให้ขบวนรถไฟชะลอและหยุดรอสัญญาณชั่วคราว
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันเร่งเคลียร์รถที่จอดกีดขวางออกจากพื้นที่ จนเส้นทางปลอดภัย ก่อนจะโบกธงเขียวให้ขบวนรถไฟสามารถผ่านจุดดังกล่าวไปได้อย่างปลอดภัย
Advertisement