
สถานการณ์ในละตินอเมริกาทะลุจุดเดือด เมื่อกองทัพสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดปฏิบัติการ "Absolute Resolve" เข้าควบคุมตัวผู้นำเวเนซุเอลาแบบสายฟ้าแลบ Spotlight สรุปสถานการณ์โดยรวม 10 ประเด็น ดังนี้
1. อุ่นเครื่องด้วยการยึดเรือน้ำมัน: ก่อนปฏิบัติการใหญ่ สหรัฐฯ ได้ส่งกองเรือเข้าปิดล้อมทางทะเลและยึดเรือน้ำมันขนาดใหญ่หลายลำนอกชายฝั่งเวเนซุเอลา โดยอ้างว่าเป็นการตัดท่อน้ำเลี้ยงของระบอบมาดูโรที่ใช้เงินจากน้ำมัน รวมถึงการปราบปรามค้ายาเสพติดและกลุ่มก่อการร้ายข้ามชาติ ซึ่งปฏิบัติการอุ่นเครื่องนี้เริ่มต้นตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา
2. คืนฟ้าผ่ากลางกรุงการากัส: เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 3 มกราคม 2026 สหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีทางอากาศมากกว่า 150 จุด เน้นทำลายระบบป้องกันภัยทางอากาศและจุดยุทธศาสตร์ พร้อมตัดระบบไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ตทั่วกรุงการากัส เพื่อทำให้กองทัพเวเนซุเอลาเป็นอัมพาต ก่อนส่งหน่วยรบพิเศษเข้าชาร์จ
3. จับกุมผู้นำเวเนฯ ขณะหลับ: มาดูโรและภรรยา (ซิเลีย ฟลอเรส) ถูกรวบตัวได้ภายในที่พักในค่ายทหาร Fuerte Tiuna ซึ่งเป็นจุดที่การคุ้มกันแน่นหนาที่สุด แต่พวกเขากลับถูกจับในขณะที่นอนหลับ มีกระแสข่าวสะพัดว่า สหรัฐฯ ทำ "ดีลลับ" กับคนในหน่วยอารักขาและนายทหารระดับสูงของเวเนซุเอลาไว้ก่อนแล้ว ทำให้ไม่มีการต่อต้านรุนแรงอย่างที่คาด
4. พาตัวมาดูโรเข้าคุกสหรัฐฯ: มาดูโรถูกนำตัวขึ้นเครื่องบินมุ่งหน้าสู่นครนิวยอร์กทันที เขาจะถูกนำตัวขึ้นศาลรัฐบาลกลางแมนฮัตตัน ในข้อหา "ก่อการร้ายยาเสพติด" (Narco-terrorism) และการฟอกเงิน ขณะเดินทาง ทรัมป์โพสต์ภาพมาดูโรระหว่างการควบคุมตัวบนเฮลิคอปเตอร์ ต่อมาทำเนียบขาวโพสต์คลิปมาดูโรโดนเจ้าหน้าที่ล็อกแขน เดินเข้าอาคารสำนักงานปราบปรามยาเสพติดของนิวยอร์ก ราวกับว่าเป็นการประกาศความสำเร็จของสหรัฐฯ
5. ทรัมป์ประกาศ: "เราจะบริหารเอง": โดนัลด์ ทรัมป์ แถลงชัดเจนว่า สหรัฐฯ จะเข้าควบคุมและบริหารเวเนซุเอลาชั่วคราว จนกว่าจะมั่นใจว่ามีการถ่ายโอนอำนาจที่ปลอดภัยและยุติธรรม โดยอ้างว่าเพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มอิทธิพลมืดหรือศัตรูต่างชาติเข้ามาสวมรอย
6. ยึดบ่อน้ำมัน สมบัติชาติของเวเนซุเอลา: ทรัมป์ลั่นว่า จะให้บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ เข้าไปฟื้นฟูแหล่งน้ำมันสำรองของเวเนซุเอลา ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยอ้างว่าเป็นการ "เอาคืน" ทรัพย์สินที่สหรัฐฯ เคยถูกยึดไปในอดีต แต่นักวิจารณ์มองว่า นี่คือการล่าอาณานิคมยุคใหม่เพื่อกุมอำนาจด้านพลังงานโลก และสอดคล้องกับคำปรามาสของมาดูโรก่อนหน้านี้ ว่าทรัมป์ต้องการคลังน้ำมันของประเทศ
7. เสียงต้านของประชาชนผู้ถูกยึดประเทศ: กลุ่มผู้สนับสนุนมาดูโรและรัฐบาลรักษาการในขณะนี้ ตามกฎหมายแล้ว จะต้องเป็นรอง ประธานาธิบดีเดลซี โรดริเกซ ออกมาประณามว่า นี่คือการละเมิดอธิปไตยอย่างร้ายแรง พร้อมปลุกระดมให้ประชาชนออกมาต่อสู้บนท้องถนนเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของชาติ ประชาชนบางส่วนถือป้ายว่าทรัมป์กำลังลักพาตัวประธานาธิบดีของพวกเขา
8. เสียงฉลอง "เสรีภาพที่รอคอย": ในทางกลับกัน กลุ่มชาวเวเนซุเอลาที่ลี้ภัยในต่างประเทศ โดยเฉพาะในสหรัฐฯ และหลาย ๆ ประเทศในอเมริกาใต้ ออกมาเดินขบวนฉลองด้วยความดีใจ พวกเขามองว่า นี่คือจุดจบของเผด็จการที่ทำให้ประเทศล่มจมมานานนับทศวรรษ
9. บรรยากาศในการากัส "เมืองร้าง": ปัจจุบัน กรุงการากัสตกอยู่ในความเงียบงัน ประชาชนบอกว่าบรรยากาศเหมือนวันล็อกดาวน์ช่วงโควิด เนื่องจากถนนโล่งสนิท ผู้คนหลบอยู่ในบ้านด้วยความกลัว ร้านค้าปิดเงียบ ท่ามกลางเสียงเฮลิคอปเตอร์ที่บินตรวจการณ์อยู่เหนือท้องฟ้า และมีรายงานว่าขณะนี้ ไฟฟ้าและเครือข่ายอินเทอร์เน็ตยังใช้งานไม่ได้
10. อนาคตที่ยังเป็นเครื่องหมายคำถาม: เวเนซุเอลาจะไปต่ออย่างไร? เมื่อต้องตกอยู่ภายใต้การคุมเชิงของสหรัฐฯ อย่างสมบูรณ์ นี่คือจุดเปลี่ยนประวัติศาสตร์ที่จะสะเทือนไปทั้งละตินอเมริกา และอาจนำไปสู่ความขัดแย้งระดับโลกระหว่างมหาอำนาจได้ทุกเมื่อ