
เป็นเวลาหลายเดือนที่สายลับสหรัฐฯ เฝ้าสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวทุกย่างก้าวของประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา
สายลับทำงานกันเป็นทีมขนาดเล็ก หนึ่งในนั้นแทรกซึมอยู่ภายในรัฐบาลเวเนซุเอลา และเฝ้าสังเกตการณ์ว่า มาดูโรนอนที่ไหน กินอะไร ใส่อะไร และแม้แต่สัตว์เลี้ยงของมาดูโรจะทำอะไร พวกเขาก็รู้
ต่อมา ในตอนเดือนธันวาคม 2025 ภารกิจที่ได้รับการวางแผนภายใต้ชื่อ "Operation Absolute Resolve" ก็เสร็จสมบูรณ์ ซึ่งภารกิจนี้เกิดจากการวางแผนและฝึกซ้อมต่อเนื่องเป็นเวลาหลายเดือน เอาจริงเอาจังถึงขั้นกองทัพอเมริกันสร้างเซฟเฮาส์ของมาดูโรจำลองขนาดแทบเท่าของจริงเอาไว้ เพื่อฝึกซ้อมเส้นทางเข้าออก
แผนการดังกล่าว ได้รับการปกปิดอย่างมิดชิด ไม่มีการแจ้งสภาคองเกรสหรือปรึกษาสภาคองเกรสล่วงหน้า เมื่อทุกรายละเอียดลงตัว เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพอเมริกันก็รอคอยเพียงคำสั่งให้เริ่มลงมือ
เจ้าหน้าที่เปิดเผยเมื่อวันเสาร์ที่ 3 มกราคมที่ผ่านมาว่า ก่อนหน้านั้น 4 วัน ทรัมป์ให้ไฟเขียวเริ่มปฏิบัติการได้ แต่พวกเขาเลือกที่จะเฝ้ารอวันที่อากาศดีกว่านั้นและมีเมฆปกคลุมท้องฟ้าน้อยหน่อย
นายพลแดน เคน เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ตลอดหลายสัปดาห์ผ่านพ้นช่วงวันคริสต์มาสและปีใหม่ ชายหญิงในกองทัพสหรัฐฯ ได้เตรียมความพร้อม และเฝ้ารอคำสั่งให้มารวมตัวกัน และประธานาธิบดีสั่งพวกเขาให้เริ่มลงมือ
คำสั่งของทรัมป์มาเมื่อเวลา 22.46 น. ตามเวลาท้องถิ่นของสหรัฐฯ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า เราจะลงมือเมื่อสี่วันก่อนแล้ว แล้วก็เปลี่ยนมาเป็นสามวันก่อน สองวันก่อน แล้วหลังจากนั้น ทุกอย่างก็เริ่มขึ้น แล้วเราก็ลงมือเลย
นายพลเคนยังให้สัมภาษณ์ว่า คำสั่งทรัมป์ถูกถ่ายทอดลงมาก่อนเที่ยงคืนในกรุงการากัสเล็กน้อย และทรัมป์กล่าวอวยพรว่า “ขอให้โชคดีและพระเจ้าคุ้มครอง”
หลังจากนั้นภารกิจ 2 ชั่วโมงกับอีก 20 นาทีก็เริ่มขึ้น การบุกที่ใช้ทั้งทางอากาศ บก และทะเล สร้างความตกตะลึงให้ทั่วโลก
ทรัมป์ไม่ได้เฝ้าติดตามสถานการณ์จากทำเนียบขาว แต่เขาอยู่ที่รีสอร์ตมาร์อะลาโกที่ฟลอริดา พร้อมด้วยที่ปรึกษา
“มันคืออะไรที่เหลือเชื่อมากที่ได้เห็น ถ้าคุณได้เห็นนะว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ถ้าคุณเคยเห็นความเร็วระดับนี้ ความรุนแรง มันสุดยอดมาก มันคืองานที่ยอดเยี่ยมที่คนเหล่านี้ทำ” ทรัมป์กล่าว
ก่อนหน้านี้ หลายเดือน ทหารอเมริกันหลายพันนายถูกส่งลงภูมิภาคอเมริกาใต้ เพื่อเข้าร่วมการภิจกับเรือบรรทุกเครื่องบินและเรือรบจำนวนมาก หลังทรัมป์กล่าวหามาดูโรว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดและก่อการร้าย
การโจมตีเกิดขึ้นรอบกรุงการากัส ขณะที่กองทัพสหรัฐฯ เปิดทางเข้าสู่ตัวเมือง ทั้งหมดนี้เป็นฝีมือของหน่วยกองกำลังเดลต้า ซึ่งเป็นหน่วยทหารระดับสูง พวกเขาติดอาวุธหนัก และพกเครื่องพ่นไฟไปด้วย ในกรณีที่อาจต้องตัดประตูเหล็กเซฟเฮาส์ของมาดูโรเข้าไป
ทหารมาถึงบ้านพักของมาดูโรหลังเปิดฉากโจมตีใรเวลา 02.01 น. ของวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น โดยทรัมป์อธิบายเซฟเฮาส์ของมาดูโรว่า เป็นป้อมปราการทางทหารที่ถูกเสริมกำลังป้องกันอย่างแน่นหนา ตั้งอยู่ใจกลางกรุงการากัส เหล่าทหารอยู่ในตำแหน่งพร้อมรบ และพวกเขารู้ว่าทหารอเมริกันกำลังมา
ทหารเวเนซุเอลาเริ่มยิงเมื่อตอนที่ทหารอเมริกันมาถึง และหนึ่งในเฮลิคอปเตอร์ของสหรัฐฯ ถูกยิง แต่ยังคงบินได้อยู่ นายพลเคนเล่าว่า กองกำลังเบุกเข้าพื้นที่ของมาดูโร และปฏิบัติการอย่างรวดเร็ว แม่นยำ และมีวินัย
ปฏิบัติการดังกล่าวซึ่งรวมถึงการควบคุมตัว ซิเลีย ฟลอเรส ภริยาของประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโรด้วย
ภายในบ้านพักของมาดูโร เมื่อกองกำลังพิเศษสหรัฐฯ บุกเข้าไปอย่างรวดเร็ว ทรัมป์เล่าว่า มาดูโร ซึ่งมีรายงานว่าในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาเพิ่มการพึ่งพาบอดี้การ์ดชาวคิวบา พยายามหลบหนีไปยังห้องนิรภัย
“เขาพยายามไปยังที่ที่คิดว่าปลอดภัย แต่ที่นั่นไม่ปลอดภัย เพราะเราสามารถระเบิดประตูได้ภายในราว 47 วินาที เขาไปถึงหน้าประตู แต่ปิดไม่ทัน เขาถูกบุกเข้าจับกุมอย่างรวดเร็วมากจนเข้าไปในห้องนั้นไม่ได้” ทรัมป์เล่า
เมื่อถูกถามว่าสหรัฐฯ อาจสังหารมาดูโร ถ้าหากเขาต่อต้านการจับกุมหรือไม่ ทรัมป์ตอบว่า “มันอาจเกิดขึ้นได้” โดยระบุว่า ฝั่งสหรัฐฯ มีเจ้าหน้าที่สองสามคนได้รับบาดเจ็บ แต่ไม่มีทหารสหรัฐฯ เสียชีวิต ขณะที่ทางการเวเนซุเอลายังไม่ยืนยันตัวเลขผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต
ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ เคยตั้งค่าหัวรางวัล 50 ล้านดอลลาร์ สำหรับข้อมูลที่นำไปสู่การจับกุมมาดูโร อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลา 04.20 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันเสาร์ เฮลิคอปเตอร์ได้บินออกจากน่านฟ้าเวเนซุเอลา โดยมีมาดูโรและภริยาอยู่บนเครื่อง ภายใต้การควบคุมตัวของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ และมุ่งหน้าไปยังนครนิวยอร์ก ซึ่งทั้งสองคาดว่าจะถูกดำเนินคดีอาญา
เกือบหนึ่งชั่วโมงถัดมา ทรัมป์ประกาศข่าวการจับกุมต่อสาธารณชนทั่วโลก โดยระบุว่า
“มาดูโรและภริยาจะต้องเผชิญกับพลังเต็มรูปแบบของกระบวนการยุติธรรมอเมริกันในไม่ช้า”