
ประตูสู่โอกาสครั้งใหม่ของตลาดหุ้นไทยกำลังเปิด เมื่อ SET บรรลุข้อตกลงครั้งสำคัญกับ NYSE ตลาดหลักทรัพย์ชั้นนำระดับโลก ณ นครนิวยอร์ก เพื่อวางกรอบความร่วมมือในการเปิดทางให้บริษัทไทยสามารถจดทะเบียนควบ 2 ตลาด (dual listing) ได้อย่างเป็นรูปธรรม ถือเป็นการยกระดับความสัมพันธ์ยาวนานกว่า 3 ทศวรรษ สู่การสร้างสะพานเชื่อมเงินทุนที่ช่วยให้ธุรกิจไทยเข้าถึงกลุ่มนักลงทุนสถาบันต่างชาติในวอลล์สตรีทได้
เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (New York Stock Exchange: NYSE) ณ นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ร่วมเป็นสักขีพยาน
ความร่วมมือนี้ ทั้งสองตลาดจะวางกรอบการดำเนินงานร่วมกันด้านการจดทะเบียนหลักทรัพย์ในทั้งสองตลาด (dual listing) ตลอดจนการพัฒนาผลิตภัณฑ์และดัชนีร่วมกัน
นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า MOU ครอบคลุมความร่วมมือ 5 ด้าน ได้แก่
“ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยเชื่อมโยงภาคธุรกิจและผู้ลงทุนระหว่างไทยกับสหรัฐฯ พร้อมเพิ่มทางเลือกในการระดมทุนให้กับบริษัทจดทะเบียนไทย สร้างโอกาสการเข้าถึงผู้ลงทุนสถาบันและแหล่งเงินทุนในตลาดชั้นนำของโลก เปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนทั่วโลกเข้าถึงการลงทุนในประเทศไทยได้มากขึ้น รวมถึงช่วยเพิ่มช่องทางการระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้แก่บริษัทต่างชาติที่จะเข้ามาลงทุนในไทย สอดรับกับโครงการ BOI to IPO
“ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าว สะท้อนความมุ่งมั่นของตลาดหลักทรัพย์ฯ ในการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน และเชื่อมโยงตลาดทุนไทยเข้ากับโอกาสใหม่ ๆ ตามวิสัยทัศน์การเป็นเส้นทางแห่งความเชื่อมั่นสู่โอกาสของทุกคน ‘The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities’” นายอัสสเดชกล่าว
นายวิลล์ กูดวิน หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการเชิงกลยุทธ์และกิจการองค์กร ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก กล่าวว่า NYSE ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์อันดีที่มีมาอย่างยาวนานกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ MOU ฉบับนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการกระชับความร่วมมือระหว่างตลาดทั้งสองให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น พร้อมสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้แก่ผู้ออกหลักทรัพย์และผู้ลงทุน
“เราตั้งตารอที่จะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับตลาดหลักทรัพย์ไทย เพื่อสนับสนุนการเติบโตในระยะยาวของตลาดทุนไทย” กูดวินกล่าว
ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ และ NYSE มีความร่วมมือกันมาตั้งแต่ปี 2535 โดยเริ่มจากงานด้านการกำกับดูแลตลาด และพัฒนาความสัมพันธ์ต่อเนื่องมากว่า 3 ทศวรรษจนถึงปัจจุบัน ที่ขยายขอบเขตการทำงานร่วมกันจนเกิดข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้
นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีมองว่า MOU ฉบับนี้เป็นมากกว่าความร่วมมือของสองตลาดหลักทรัพย์ แต่คือสัญลักษณ์ของความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่แน่นแฟ้นและเติบโตอย่างต่อเนื่องระหว่างไทยกับสหรัฐฯ โดยสหรัฐฯ ถือเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจที่สำคัญ และนิวยอร์กคือศูนย์กลางการเงินระดับโลก การเชื่อมต่อระหว่าง NYSE กับ SET จึงเป็นการเปลี่ยนศักยภาพทางการค้าให้กลายเป็นผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจริง
“นายกรัฐมนตรีมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลก ให้กลายเป็นการลงทุน การขยายธุรกิจ และการจ้างงานจริงในประเทศ เพื่อส่งผ่านผลประโยชน์เหล่านี้ไปถึงประชาชนไทยอย่างแท้จริง” นายเอกภพกล่าว