Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ทองพุ่งแรงจากดีลสงบศึก แต่มีโอกาสร่วง หากมีการโจมตีช่องแคบฮอร์มุซอีก
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

ทองพุ่งแรงจากดีลสงบศึก แต่มีโอกาสร่วง หากมีการโจมตีช่องแคบฮอร์มุซอีก

8 เม.ย. 69
11:54 น.
แชร์

ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อมานานกว่า 6 สัปดาห์ เริ่มส่งสัญญาณผ่อนคลายลง หลังจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ และอิหร่านสามารถบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวเป็นเวลา 2 สัปดาห์ เพื่อเปิดทางให้การเจรจายุติสงครามเดินหน้าต่อไป 

รายละเอียดของข้อตกลงสะท้อนถึงความเปราะบางของสถานการณ์ โดยทรัมป์เปิดเผยผ่านโซเชียลมีเดียว่า เขาตกลงระงับการโจมตีอิหร่าน “น้อยกว่า 2 ชั่วโมง” ก่อนถึงเส้นตายที่เขาตั้งไว้เองในการ “ทำลายอารยธรรมทั้งหมด” ของอิหร่าน พร้อมระบุว่าการเปิดใช้งานช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งเป็นเงื่อนไขสำคัญของการหยุดยิง ขณะที่อิหร่านตอบรับด้วยท่าทีระมัดระวัง โดยระบุเพียงว่าการเดินเรือผ่านช่องแคบดังกล่าว “เป็นไปได้” ในช่วง 2 สัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งสะท้อนถึงความไม่แน่นอนที่ยังคงดำรงอยู่

ทันทีที่ข่าวการหยุดยิงถูกเผยแพร่ ตลาดการเงินโลกตอบสนองอย่างรวดเร็วในลักษณะผสมผสานระหว่าง “risk-on” และ “safe-haven rebound” ราคาน้ำมันดิบร่วงลงต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง โดยดัชนี Bloomberg Dollar Spot Index ปรับลดลง 0.8% ขณะที่ตลาดหุ้นทั่วโลกพุ่งขึ้นมากกว่า 2% สะท้อนการคลายความกังวลต่อความเสี่ยงเชิงระบบในระยะสั้น 

ขณะเดียวกัน ราคาทองคำกลับปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่น ซึ่งบ่งชี้ถึงการปรับพอร์ตของนักลงทุนที่ยังคงรักษาสมดุลระหว่างการรับความเสี่ยงและการป้องกันความเสี่ยง

ทองคำพุ่ง รับแรงคลายความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์

หลังมีรายงานข่าวการหยุดยิง ราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยราคาทองคำสปอตเพิ่มขึ้นถึง 3% มาอยู่ที่ 4,849.01 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ เวลา 07:02 น. เวลาไทย และระหว่างวันพุ่งขึ้นสูงสุดถึง 3.1% แตะระดับเหนือ 4,850 ดอลลาร์ต่อออนซ์ การปรับขึ้นดังกล่าวต่อเนื่องจากการเพิ่มขึ้น 1.2% ในรอบการซื้อขายก่อนหน้า สะท้อนแรงซื้อที่กลับเข้าสู่ตลาดทองคำอย่างมีนัยสำคัญ

ด้านราคาภายในประเทศ ณ เวลา 11:30 น. ราคาทองคำมีการปรับเปลี่ยนแล้วถึง 12 ครั้ง โดยทองคำแท่งรับซื้ออยู่ที่บาทละ 72,600 บาท และขายออกที่บาทละ 72,800.00 บาท ขณะที่ทองรูปพรรณรับซื้ออยู่ที่บาทละ 71,145.88 บาท และขายออกที่บาทละ 73,600 บาท ส่วนราคาทองคำในตลาดโลก (Gold Spot) อยู่ที่ระดับ 4,803 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์

ในขณะเดียวกัน สินทรัพย์โลหะมีค่าประเภทอื่นก็ปรับตัวขึ้นตาม โดยราคาเงินพุ่งขึ้น 5.4% แตะระดับ 76.92 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่แพลทินัมและแพลเลเดียมก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน การเคลื่อนไหวดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากทั้งการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นสกุลเงินที่ใช้กำหนดราคาทองคำ และการปรับสมดุลพอร์ตของนักลงทุนทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมของทองคำในวิกฤตครั้งนี้มีลักษณะที่แตกต่างจากรูปแบบดั้งเดิม โดยนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ราคาทองคำกลับเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นเป็นส่วนใหญ่ สะท้อนว่าความต้องการสภาพคล่องของนักลงทุน โดยเฉพาะการขายทองคำเพื่อชดเชยการขาดทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ได้ลดทอนบทบาทของทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยในบางช่วงเวลา

อาห์หมัด อัสซีรี นักกลยุทธ์จาก Pepperstone Group Ltd. อธิบายว่า การที่ราคาทองคำปรับขึ้นเหนือระดับ 4,800 ดอลลาร์ในครั้งนี้ เป็นการสะท้อน “การปรับมุมมองความเสี่ยง” มากกว่าการเปลี่ยนระบอบของตลาดโดยสิ้นเชิง โดยตลาดกำลังประเมินว่าความน่าจะเป็นของความปั่นป่วนยืดเยื้อได้ลดลง แต่ยังคงมีความเสี่ยงเมื่อเทียบกับระดับก่อนเกิดความขัดแย้งกับอิหร่าน

นโยบายการเงินกดดัน ทองคำเผชิญแรงต้านเชิงโครงสร้าง

แม้ทองคำจะฟื้นตัวในระยะสั้น แต่แรงกดดันเชิงโครงสร้างยังคงอยู่ โดยเฉพาะจากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่มีโอกาสทรงตัวในระดับสูงเป็นเวลานาน ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นได้ผลักดันราคาพลังงานให้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งส่งผ่านไปสู่แรงกดดันเงินเฟ้อ และทำให้ธนาคารกลางมีแนวโน้มชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ย หรือแม้กระทั่งพิจารณาปรับขึ้นเพิ่มเติม

ผู้ค้าพันธบัตรในตลาดคาดการณ์ว่า Federal Reserve จะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับปัจจุบันไปตลอดช่วงที่เหลือของปี ซึ่งถือเป็นปัจจัยลบต่อทองคำ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย (non-yielding asset) จึงเสียเปรียบในสภาพแวดล้อมที่อัตราดอกเบี้ยสูง

ก่อนหน้าการประกาศหยุดยิงเพียงไม่นาน เจ้าหน้าที่ระดับสูงของธนาคารกลางสหรัฐ 3 รายได้แสดงความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ โดย Philip Jefferson ระบุว่า อัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันอยู่ในช่วงที่ “ไม่กระตุ้นและไม่ฉุดรั้ง” เศรษฐกิจ ขณะที่ John Williams ชี้ว่าแนวโน้มแรงกดดันด้านราคาพื้นฐานในสหรัฐยังคงแทบไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งสะท้อนว่าความเสี่ยงเงินเฟ้อยังคงฝังลึกในระบบเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ ราคาทองคำยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับก่อนเกิดสงคราม โดยปรับตัวลดลงเกือบ 10% นับตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แม้จะมีการฟื้นตัวในช่วงไม่กี่วันล่าสุด ซึ่งได้รับแรงหนุนจากความหวังต่อการหยุดยิง และการคาดการณ์ว่าการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกอาจช่วยลดแรงกดดันจากอัตราดอกเบี้ยที่สูง

ช่องแคบฮอร์มุซ ตัวแปรเปราะบางที่ยังต้องจับตา

แม้ข้อตกลงหยุดยิงจะสร้างโอกาสให้กับตลาดการเงินโลก แต่เงื่อนไขสำคัญของข้อตกลง โดยเฉพาะการเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่มีความเปราะบางสูง อิหร่านระบุว่าการเดินเรือผ่านช่องแคบดังกล่าว “เป็นไปได้” ในช่วง 2 สัปดาห์นี้ แต่ไม่ได้ให้ความชัดเจนในระยะยาว

ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก การหยุดชะงักแม้เพียงชั่วคราวสามารถส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมัน เงินเฟ้อ และเสถียรภาพของตลาดการเงินโลกได้ นักวิเคราะห์เตือนว่าหากข้อตกลงหยุดยิงล้มเหลว หรือมีสัญญาณการปะทะในพื้นที่ดังกล่าว ความผันผวนในตลาดจะกลับมาอีกครั้งทันที

อาห์หมัด อัสซีรี ระบุเพิ่มเติมว่า ในระยะสั้น ราคาทองคำยังคงไวต่อพัฒนาการทางการเมืองอย่างมาก โดยการหยุดยิงครั้งนี้เป็นเพียงมาตรการชั่วคราวที่ยังมีเงื่อนไขและความเปราะบางสูง หากข้อตกลงระหว่างทั้งสองประเทศไม่สามารถยืนระยะได้ โดยเฉพาะในประเด็นสำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซ ก็มีความเป็นไปได้ที่จะเห็นความผันผวนกลับมาอีกครั้ง พร้อมทั้งเพิ่มแรงกดดันด้านลบต่อภาพรวมตลาด 

อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์วิกฤตที่ทวีความรุนแรงขึ้น ทองคำก็มีแนวโน้มจะกลับมาได้รับความสนใจในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยอีกครั้ง

ที่มา: Livemint, Bloomberg


แชร์
ทองพุ่งแรงจากดีลสงบศึก แต่มีโอกาสร่วง หากมีการโจมตีช่องแคบฮอร์มุซอีก