Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
หุ้นไทย-เอเชียร่วงแรง กังวลเงินเฟ้อ หลังน้ำมันพุ่ง-ตะวันออกกลางเดือด
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

หุ้นไทย-เอเชียร่วงแรง กังวลเงินเฟ้อ หลังน้ำมันพุ่ง-ตะวันออกกลางเดือด

9 มี.ค. 69
10:23 น.
แชร์

ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยกระดับขึ้นกำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อตลาดการเงินทั่วโลก ราคาน้ำมันที่พุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำให้นักลงทุนกังวลว่าราคาพลังงานอาจกระตุ้นแรงกดดันเงินเฟ้อรอบใหม่ โดยเฉพาะสำหรับประเทศที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานอย่างไทยและเกาหลีใต้ ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นและตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ อ่อนตัวลง สะท้อนการคาดการณ์ของนักลงทุนต่อแรงกดดันด้านราคาในระยะต่อไป

สถานการณ์ตึงเครียดที่ดำเนินมากว่าหนึ่งสัปดาห์ยังไม่มีสัญญาณคลี่คลายและยกระดับขึ้น ผลักดันให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จนขึ้นไปใกล้ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลแล้วในช่วงสายวันนี้ (ตามเวลาไทย) หลังผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ในตะวันออกกลาง เช่น คูเวต อิหร่าน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ลดกำลังการผลิต ขณะที่ช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลกแทบถูกปิดกั้น

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศผ่าน Truth Social ว่า การปรับขึ้นของราคาน้ำมันในระยะสั้นเป็น ราคาที่เล็กน้อยมากที่ต้องจ่าย เพื่อกำจัดภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์จากอิหร่าน

บรรยากาศความเสี่ยงดังกล่าวทำให้ตลาดหุ้นทั่วเอเชียเผชิญแรงเทขาย โดยดัชนีหลักในญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ร่วงลงมากกว่า 6% ในช่วงเปิดการซื้อขายเช้าวันนี้ (9 มีนาคม 2569) ขณะที่สัญญาล่วงหน้าหุ้นสหรัฐฯ ก็ปรับตัวลงเช่นกัน โดย Dow Jones Futures ลดลงกว่า 800 จุด ส่วน S&P 500 และ Nasdaq-100 Futures ลดลงราว 1.6%

หุ้นไทยร่วง 4.65%

ตลาดหุ้นไทยร่วงลงแรงอีกวัน ในวันที่ 9 มีนาคม เปิดที่ 1,344.82 จุด ลดลง 65.55 จุด หรือ -4.65% จากระดับปิดตลาดวันที่ 6 มีนาคม ที่ 1,410.37 จุด ต่อเนื่องจากที่ร่วงลง -7.7% ในสัปดาห์ก่อนหน้า (เทียบ 6 มีนาคม กับ27 กุมภาพันธ์)

บริษัทหลักทรัพย์โกลเบล็กประเมินตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้มีแนวโน้มปรับตัวลงตามทิศทางตลาดโลก โดยให้กรอบดัชนี SET ที่ 1,380-1,430 จุด เนื่องจากนักลงทุนชะลอการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังยกระดับขึ้น ส่งผลให้แรงซื้อในตลาดซบเซา ขณะที่แรงขายทำกำไรยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง

บริษัทหลักทรัพย์โกลเบล็กระบุว่า ปัจจัยต่างประเทศยังเป็นตัวแปรสำคัญต่อทิศทางตลาด ทั้งราคาน้ำมัน ความผันผวนของค่าเงิน และกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย ส่วนปัจจัยในประเทศยังต้องติดตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและทิศทางการลงทุนภาครัฐ

ด้านปัจจัยบวกที่ช่วยประคองบรรยากาศการลงทุน ได้แก่ ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกของสหรัฐฯ ที่อยู่ที่ 213,000 ราย ต่ำกว่าคาดการณ์ สะท้อนความแข็งแกร่งของตลาดแรงงาน ขณะที่จีนแสดงความพร้อมทำงานร่วมกับหลายฝ่ายเพื่อไกล่เกลี่ยความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

สำหรับปัจจัยในประเทศ ยังมีความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาล รวมถึงการเดินหน้ากระตุ้นภาคท่องเที่ยวและการลงทุน โดยคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เตรียมจัดทำแพ็กเกจสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงหลักยังมาจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง หลังมีรายงานว่าสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านอาจยืดเยื้ออย่างน้อย 100 วัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของตลาดการเงินทั่วโลก สะท้อนจาก ดัชนี VIX ที่พุ่งขึ้นแตะระดับ 23.75

หุ้นเกาหลีใต้เจอแรงขายหนัก ร่วงต่อ 6.5%

ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ได้รับผลกระทบหนักที่สุดในภูมิภาค โดยดัชนี Kospi ลดลง 6.5% ในช่วงเปิดการซื้อขายเช้าวันจันทร์ที่ 9 มีนาคมนี้ ส่งผลให้ต้องหยุดการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า Kospi 200 ชั่วคราว และมีช่วงหนึ่งของการซื้อขายที่ดิ่งลงมากถึง 8%

แรงขายเกิดขึ้นต่อเนื่องหลังจากสัปดาห์ก่อนหน้านี้ที่ดัชนีร่วงมากกว่า 11% และเคยปรับตัวลงถึงกว่า 12% ในวันเดียว ซึ่งถือเป็นการลดลงรายวันที่รุนแรงที่สุด โดยหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่เป็นตัวฉุดตลาด Samsung Electronics ร่วง 8.4% ขณะที่ SK Hynix ปรับตัวลงแรงกว่า 9%

นักวิเคราะห์มองว่า หุ้นเกาหลีใต้ได้รับผลกระทบจากสงครามอิหร่านมากกว่าตลาดอื่น เนื่องจากเศรษฐกิจของเกาหลีใต้พึ่งพาการนำเข้าพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซในสัดส่วนสูง ขณะเดียวกันนักลงทุนยังทยอยทำกำไรจากหุ้นเทคโนโลยีที่ปรับตัวขึ้นแรงก่อนหน้านี้จากกระแสปัญญาประดิษฐ์ (AI)

จอง อินยุน (Jung In Yun) ผู้บริหารจาก Fibonacci Asset Management Global ระบุว่า วันนี้เป็นอีกวันที่เลวร้ายของตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ความกังวลว่าสงครามอาจยืดเยื้อทำให้นักลงทุนเลือกลดความเสี่ยงในช่วงนี้ แต่การปรับพอร์ตเป็นกลยุทธ์ชั่วคราว และนักลงทุนหลายคนกำลังจับตาจังหวะกลับเข้าลงทุน

หุ้นญี่ปุ่นร่วง 6% หลุด 53,000 จุด

ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับตัวลงแรงเช่นกัน โดยดัชนี Nikkei 225 ลดลง 6.05% ในวันที่ 9 มีนาคม หลุดระดับ 53,000 จุดเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์ ขณะที่ดัชนี Topix ลดลง 5.27%

หุ้นรายตัวที่ปรับตัวลงหนัก ได้แก่ SoftBank Group ซึ่งดิ่งลงเกือบ 10% ส่วนหุ้นที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์อย่าง Advantest และ Lasertec ดิ่งลงกว่า 10% และ 9% ตามลำดับ

นักวิเคราะห์มองว่า ตลาดหุ้นญี่ปุ่นมีความเสี่ยงต่อการปรับฐานมากกว่าบางตลาด เนื่องจากก่อนหน้านี้ดัชนีปรับตัวขึ้นแข็งแกร่งและทำผลงานเหนือกว่าหุ้นสหรัฐตั้งแต่ต้นปี

บรรยากาศการลงทุนยังถูกซ้ำเติมจากข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐที่อ่อนแอ ซึ่งระบุว่า นายจ้างลดการจ้างงานในเดือนกุมภาพันธ์และอัตราว่างงานเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลกเพิ่มขึ้น

นักกลยุทธ์ตลาดมองว่า ปฏิกิริยาหลักของตลาดในช่วงนี้คือการหลีกเลี่ยงความเสี่ยง เนื่องจากความผันผวนและทิศทางของตลาดหุ้นเอเชียยังยากต่อการคาดการณ์

ราคาถั่วเหลืองและสินค้าเกษตรปรับขึ้น

การพุ่งขึ้นของราคาพลังงานยังส่งผลให้ราคาสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้นด้วย

สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันถั่วเหลืองที่ตลาดชิคาโกเพิ่มขึ้นมากกว่า 4% ในช่วงเปิดการซื้อขาย เนื่องจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นช่วยกระตุ้นความต้องการพืชผลที่ใช้ผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ ทำให้ราคาน้ำมันพืชและธัญพืชที่ใช้ในอุตสาหกรรมพลังงานปรับตัวขึ้นตาม

ขณะเดียวกัน สัญญาซื้อขายล่วงหน้าข้าวสาลีก็ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง หลังจากพุ่งแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2024 เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยสงครามส่งผลกระทบต่อการขนส่งปุ๋ยและทำให้ต้นทุนการขนส่งเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนราคาสินค้าเกษตรในตลาดโลก

อ้างอิง : CNBC, Bloomberg, SET

แชร์
หุ้นไทย-เอเชียร่วงแรง กังวลเงินเฟ้อ หลังน้ำมันพุ่ง-ตะวันออกกลางเดือด