Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ทองทั่วโลกดิ่งต่อ ช่วงบ่ายร่วงแล้ว5,400บาท! อะไรเป็นสาเหตุ?จะลงต่อไหม?
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

ทองทั่วโลกดิ่งต่อ ช่วงบ่ายร่วงแล้ว5,400บาท! อะไรเป็นสาเหตุ?จะลงต่อไหม?

2 ก.พ. 69
13:56 น.
แชร์

ราคาทองคำและเงินปรับตัวลดลงต่อเนื่อง หลังตลาดโลหะมีค่าเผชิญแรงเทขายรุนแรงที่สุดในรอบกว่าสิบปีในเซสชันก่อนหน้า จากข่าวปธน. ทรัมป์เสนอชื่อแต่งตั้ง 'เควิน วอร์ช' นักการเงินสายคุมเงินเฟ้อเป็นประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ คนต่อไป จนภาพของแนวโน้ม “ขาขึ้นทำสถิติใหม่” ที่เพิ่งสร้างความคึกคักให้กับตลาดในสัปดาห์ที่ผ่านมา ต้องพลิกกลับอย่างฉับพลัน

แรงกดดันด้านราคายังคงปรากฏชัดในช่วงการซื้อขายวันจันทร์ในเอเชีย เมื่อผู้ลงทุนทยอยลดสถานะเพื่อบริหารความเสี่ยง พร้อมกับประเมินระดับราคาที่อาจทำหน้าที่เป็นแนวรับของการปรับลง ท่ามกลางสภาพคล่องในตลาดที่ตึงตัวขึ้น และบรรยากาศการลงทุนที่ระมัดระวังมากกว่าช่วงก่อนหน้า ขณะเดียวกัน การเข้าใกล้ช่วงวันหยุดยาวเทศกาลตรุษจีนของจีน ทำให้นักลงทุนบางส่วนเลือกปรับพอร์ตล่วงหน้า เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนในช่วงที่ปริมาณการซื้อขายมีแนวโน้มเบาบางลง ส่งผลให้ภาพรวมตลาดโลหะมีค่าในระยะสั้นอยู่ในโหมดชะลอ และรอความชัดเจนของทิศทางราคาในระยะถัดไป

ด้านราคาทองคำในประเทศปรับลดลงตามทิศทางราคาทองคำโลก โดยเมื่อเวลา 13:53 น. มีการปรับราคาแล้ว 44 ครั้ง ทองคำแท่งรับซื้อที่บาทละ 68,600.00 บาท และขายออกบาทละ 68,800.00 บาท ส่วนทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 67,234.60 บาท และขายออกบาทละ 69,600.00 บาท ขณะที่ราคาทองคำสปอตเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับประมาณ 4,575.00 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์

แรงเทขายถล่มตลาด หลังปรับตัวขึ้นสูงเกินพื้นฐาน

ในวันนี้ ราคาทองคำสปอตปรับตัวร่วงลงอย่างรุนแรงราว 9% ระหว่างการซื้อขายช่วงบ่ายในตลาดเอเชีย ขณะที่ราคาเงินเผชิญแรงขายหนักยิ่งกว่า โดยดิ่งลงมากถึง 14% ภาพดังกล่าวสะท้อนความผันผวนที่ผิดปกติของตลาดโลหะมีค่า โดยเฉพาะราคาเงินที่แกว่งตัวรุนแรงในระหว่างวัน ทั้งนี้ ในเซสชันวันก่อนหน้า ราคาเงินเพิ่งปรับลดลงแรงที่สุดเป็นประวัติการณ์ ย้ำชัดว่าการเคลื่อนไหวรอบนี้ไม่ใช่เพียงการพักฐานตามวัฏจักรปกติ หากแต่เป็นการ “ล้างสถานะ” ของตลาดที่มีการเก็งกำไรไปในทิศทางเดียวกันอย่างหนาแน่น

โรเบิร์ต ก็อตต์ลีบ อดีตเทรดเดอร์โลหะมีค่าของ JPMorgan Chase & Co. ซึ่งปัจจุบันเป็นนักวิเคราะห์ตลาดอิสระ ระบุว่าแรงกระเพื่อมในตลาดยังไม่สิ้นสุด และบรรยากาศความระมัดระวังที่เพิ่มขึ้นในหมู่นักลงทุนอาจยิ่งทำให้สภาพคล่องตึงตัวมากขึ้น

“เรื่องนี้ยังไม่จบ เราต้องจับตาดูว่าราคาจะสามารถหาจุดรับได้หรือไม่ โดยสรุปแล้ว นี่คือเทรดที่ ‘แออัด’ เกินไปมาก” เขากล่าว โดยนัยสำคัญคือ เมื่อผู้เล่นจำนวนมากอยู่ฝั่งเดียวกัน หากตลาดเกิดการพลิกทิศ การลดพอร์ตพร้อมกันจะยิ่งเร่งแรงขาย ทำให้ราคาปรับลงรุนแรงและมีความเสี่ยงที่จะหลุดระดับสำคัญได้ง่าย

เบื้องหลังภาวะความแออัดดังกล่าว มาจากรอบขาขึ้นที่ยืดเยื้อและร้อนแรงของโลหะมีค่า ซึ่งเพิ่งพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สร้างความประหลาดใจแม้แต่นักลงทุนมากประสบการณ์ โดยเฉพาะในเดือนมกราคมที่ผ่านมา แรงซื้อเร่งตัวขึ้นจากความกังวลระลอกใหม่ ตั้งแต่ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ความเสี่ยงการด้อยค่าของสกุลเงิน ไปจนถึงคำถามเกี่ยวกับความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐฯ ขณะเดียวกัน กระแสเก็งกำไรจากจีนยังเข้ามาเติมเชื้อให้การไล่ราคา ทำให้การปรับขึ้นของโลหะมีค่าดูร้อนแรงเกินกว่าระดับสมดุลระยะสั้นของตลาดจะรองรับได้

จีน-ตรุษจีน-เฟด ตัวแปรกำหนดทางลงหลังข่าววอร์ชเขย่าค่าเงินดอลลาร์

ชนวนที่กระตุ้นแรงเทขายรอบล่าสุด มาจากกระแสข่าวว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมเสนอชื่อเควิน วอร์ช ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ซึ่งทันทีที่ข่าวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกมา ค่าเงินดอลลาร์ก็แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว และกดดันความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ก่อนหน้านี้เคยเดิมพันว่า ทรัมป์อาจเลือกปล่อยให้ดอลลาร์อ่อนค่า เพื่อช่วยลดแรงตึงตัวทางเศรษฐกิจในวงกว้าง

ตลาดยังประเมินว่าวอร์ชเป็นหนึ่งในผู้สมัครที่มีจุดยืน “ต่อสู้เงินเฟ้อ” แข็งกร้าวที่สุดในบรรดาตัวเลือกทั้งหมด ส่งผลให้ความคาดหวังต่อนโยบายการเงินที่ตึงตัวมากขึ้นถูกปรับขึ้นตามมา ซึ่งโดยธรรมชาติแล้วจะเป็นปัจจัยหนุนค่าเงินดอลลาร์ และกลายเป็นแรงกดดันต่อสินทรัพย์ที่กำหนดราคาเป็นดอลลาร์อย่างทองคำและเงิน

อย่างไรก็ดี การปรับฐานรอบนี้ไม่ได้เกิดจากปัจจัยการเมืองเพียงด้านเดียว เพราะตลาดโลหะมีค่าเผชิญแรงเหวี่ยงรุนแรงมาก่อนหน้านี้แล้ว จากการปรับขึ้นที่ร้อนแรงและระดับความผันผวนที่สูงผิดปกติ ซึ่งเริ่มสร้างแรงกดดันต่อแบบจำลองบริหารความเสี่ยงและงบดุลของผู้เล่นในตลาด

หลายฝ่ายชี้ว่าแรงไล่ราคาที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ถูกเร่งโดยกลไกในตลาดอนุพันธ์ด้วย โดย Goldman Sachs ระบุในบทวิเคราะห์ว่า การเข้าซื้อสัญญาออปชันคอลในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ ทำหน้าที่เสมือนเครื่องยนต์ที่ขยายโมเมนตัมขาขึ้น เนื่องจากผู้ขายออปชันจำเป็นต้องเข้าซื้อสินทรัพย์เพื่อทำเฮดจ์ตามทิศทางราคา และเมื่อทิศทางตลาดพลิกกลับ กลไกเดียวกันนี้ก็สามารถซ้ำเติมให้การปรับฐานรุนแรงและรวดเร็วยิ่งขึ้นได้เช่นกัน

ทั้งนี้ หลังเผชิญแรงเทขายอย่างหนัก ทิศทางของตลาดโลหะมีค่าในระยะถัดจากนี้ถูกจับตาว่าจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรม “ซื้อเมื่อราคาย่อตัว” ของนักลงทุนจีนเป็นสำคัญ ซึ่งอาจกลายเป็นแรงซื้อที่ช่วยพยุงราคาทองคำไว้ได้ โดยเมื่อการซื้อขายในจีนเปิดขึ้นในวันนี้ ราคามาตรฐานในตลาดเซี่ยงไฮ้ยังคงปรับลดลงต่อเนื่อง ทว่ายังคงซื้อขายในระดับที่สูงกว่าราคาตลาดโลก สะท้อนว่าอุปสงค์ภายในประเทศยังไม่ได้หายไปทั้งหมด

ขณะเดียวกัน ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้บริโภคจำนวนมากยังคงหลั่งไหลไปยังตลาดค้าทองคำรายใหญ่ในเมืองเซินเจิ้น เพื่อซื้อทองคำแท่งและเครื่องประดับไว้สะสมก่อนเทศกาลตรุษจีน ภาพดังกล่าวทำให้ตลาดต้องกลับมาประเมินใหม่ว่า แรงซื้อจริง โดยเฉพาะจากภาคค้าปลีก จะมีศักยภาพเพียงพอในการรองรับแรงขายจากฝั่งนักลงทุนมากน้อยเพียงใด

อย่างไรก็ดี ระดับความผันผวนที่สูงผิดปกติ ประกอบกับการเข้าใกล้ช่วงวันหยุดยาว มักกระตุ้นให้นักลงทุนเลือก “ลดความเสี่ยง” มากกว่าการเปิดสถานะใหม่ นักวิเคราะห์จาก Jinrui Futures มองว่า ความผันผวนด้านราคาที่เพิ่มขึ้นควบคู่กับช่วงเวลาใกล้ตรุษจีน จะทำให้เทรดเดอร์ทยอยลดขนาดการถือครองและปรับพอร์ตให้อยู่ในโหมดระมัดระวังมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ในอีกด้านหนึ่ง การย่อตัวของราคาในช่วงฤดูกาลซื้อสูงสุดอาจกลับกลายเป็นแรงหนุนต่ออุปสงค์จากภาคค้าปลีกของจีนได้เช่นกัน

ทั้งนี้ ตลาดภายในประเทศจีนจะปิดทำการยาวนานกว่าหนึ่งสัปดาห์ตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ เนื่องในช่วงวันหยุดตรุษจีน ซึ่งอาจส่งผลทั้งต่อระดับสภาพคล่องของตลาด และจังหวะการกลับเข้าซื้อของผู้เล่นในช่วงถัดไป

ณ เวลา 12.15 น. ตามเวลาสิงคโปร์ ราคาทองคำร่วงลง 4.6% มาอยู่ที่ 4,671.53 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาเงินปรับลดลง 7.4% เหลือ 78.86 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โลหะมีค่าอื่นอย่างแพลทินัมและพัลลาเดียมก็ปรับตัวลงในทิศทางเดียวกัน ด้านดัชนี Bloomberg Dollar Spot Index ซึ่งใช้วัดความแข็งแกร่งของเงินดอลลาร์ ปรับขึ้น 0.1% หลังจากพุ่งขึ้นถึง 0.9% ในเซสชันก่อนหน้า ภาพรวมสะท้อนว่าแรงกดดันจาก “ดอลลาร์แข็งค่าและการลดความเสี่ยง” ยังคงเป็นปัจจัยถ่วงตลาดสำคัญ ขณะที่คำถามหลักของตลาดในเวลานี้คือ ราคาจะสามารถหาจุดรับได้ที่ระดับใด และแรงซื้อจริงจากจีนจะเข้ามาพยุงตลาดได้มากน้อยเพียงใดในช่วงก่อนเทศกาลตรุษจีน

แชร์
ทองทั่วโลกดิ่งต่อ ช่วงบ่ายร่วงแล้ว5,400บาท! อะไรเป็นสาเหตุ?จะลงต่อไหม?