
ถ้าช่วงนี้รู้สึกว่าเปิดเฟซบุ๊กหรืออินสตาแกรมทีไร ก็เจอแต่งานวิ่ง หรือเห็นคนรอบตัวผันตัวเป็น “พี่นักวิ่ง” กันเต็มไปหมด ความรู้สึกนี้อาจไม่ได้เกินจริงนัก เพราะประเทศไทยกำลังอยู่ในยุคที่ “การวิ่ง” ไม่ได้เป็นเพียงกีฬาอีกต่อไป แต่กลายเป็นทั้งกิจกรรมทางสังคม งานอีเวนต์ การท่องเที่ยว และไลฟ์สไตล์ในเวลาเดียวกัน
ในความเป็นจริง คนไทยไม่ได้เพิ่งเริ่มวิ่ง แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ “ความหมาย” ของการวิ่ง จากเดิมที่เป็นการออกกำลังกายธรรมดา วันนี้การวิ่งกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์คนเมือง เป็นพื้นที่สร้างสังคมใหม่ และสะท้อนเทรนด์การดูแลสุขภาพที่ถูกมองว่าเป็นความ “ลักชัวรี” รูปแบบหนึ่งในยุคปัจจุบัน กระแสดังกล่าวยังเชื่อมโยงกับโอกาสทางธุรกิจในสาย Wellness ซึ่งมีมูลค่ากว่า 1.5 ล้านล้านบาทในไทยในปี 2024
หากมองเฉพาะตลาดงานวิ่งในประเทศไทย ภาพการเติบโตยิ่งชัดเจนขึ้น ข้อมูลของศูนย์วิจัยกสิกร ระบุว่า ปี 2017 ประเทศไทยมีงานวิ่งประมาณ 700-800 งาน ก่อนเพิ่มขึ้นเป็น 1,305 งานในอีกเพียง 2 ปีถัดมา และในช่วงที่กระแสวิ่งพุ่งสูง เคยมีการคาดการณ์ว่าอาจมีงานวิ่งมากถึง 3,000 งานต่อปี
ขณะเดียวกัน มีคนไทยราว 1.6 ล้านคนที่เข้าร่วมงานวิ่งเป็นประจำ หรือพูดง่ายๆ คือ แทบทุกสุดสัปดาห์จะมีงานวิ่งเกิดขึ้นพร้อมกันในหลายจังหวัด
กระแสนี้ยังสะท้อนผ่านงานวิ่งขนาดใหญ่ที่ได้รับความสนใจอย่างรวดเร็ว ล่าสุด Amazing Thailand Marathon Bangkok 2026 หรือ ATM สร้างเสียงฮือฮาในหมู่นักวิ่ง หลังเปิดลงทะเบียนเพียง 1 วัน มีนักวิ่งมากกว่า 60,618 คนเข้ามาลงทะเบียนจนเว็บไซต์ล่ม
ไม่เพียงแต่งานวิ่งสายจริงจัง ตลาดนี้ยังขยายไปสู่การจับกลุ่มแฟนคลับและไลฟ์สไตล์เฉพาะทาง เช่น งาน SANRIO CHARACTERS HALF MARATHON ที่เตรียมจัดขึ้นในวันที่ 27 กันยายน 2569 โดยมีพาร์ทเนอร์สำคัญอย่าง วัน แบงค็อก เข้ามาร่วมสร้างประสบการณ์ให้กับผู้เข้าร่วมงาน
บทความนี้ SPOTLIGHT ชวนหาคำตอบว่า ทำไมประเทศไทยจึงเต็มไปด้วย “พี่นักวิ่ง” ในเวลานี้ โอกาสทางธุรกิจของงานวิ่งภายใต้เมกะเทรนด์ Wellness คืออะไร และผู้จัดงานต้องอ่านตลาดอย่างไรให้ตอบโจทย์นักวิ่งยุคใหม่ โดยทีม SPOTLIGHT ได้พูดคุยแบบเอ็กซ์คลูซีฟกับ กีรติ ศุภดิเรกกุล CEO บริษัท ยัง ซันส์ และผู้จัดงาน SANRIO CHARACTERS HALF MARATHON
ในอดีต ความลักชัวรีอาจถูกนิยามผ่านกระเป๋าแบรนด์เนม รถหรู หรือนาฬิการาคาแพง แต่วันนี้ คนรุ่นใหม่จำนวนมากเริ่มมองว่า “เวลาว่าง” ต่างหากคือของหรูที่สุด
เพราะในโลกที่ผู้คนทำงานหนัก มีประชุมตลอดวัน และต้องตอบแชตแทบตลอดเวลา การมีเวลาวิ่งตอนเย็น หรือแม้แต่ตื่นตี 5 เพื่อไปออกกำลังกาย กลายเป็นสิ่งที่ไม่ใช่ทุกคนจะทำได้ง่ายๆ เวลาสำหรับดูแลร่างกายจึงกลายเป็นความลักชัวรีรูปแบบใหม่ หรือที่เรียกกันว่า Time Luxury และ Time Affluence หรือ “ความมั่งคั่งด้านเวลา”
เทรนด์นี้ยิ่งชัดเจนขึ้นหลังโควิด เมื่อผู้คนหันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น และเลือกกิจกรรมที่เริ่มต้นได้ง่ายอย่าง “การวิ่ง” โดยเฉพาะการวิ่งในสวนสาธารณะ ซึ่งไม่ต้องใช้อุปกรณ์ซับซ้อน เพียงมีรองเท้าวิ่งก็สามารถเริ่มออกกำลังกายได้ทันที แตกต่างจากกีฬาหลายประเภทที่ต้องพึ่งพาอุปกรณ์ สถานที่ หรือทักษะเฉพาะทางมากกว่า
จึงไม่น่าแปลกใจที่วันนี้สวนเบญจกิติ สวนลุมพินี สวนวชิรเบญจทัศหรือสวนรถไฟ รวมถึงสวนสาธารณะในหลายจังหวัดจึงเต็มไปด้วยคนออกกำลังกาย ขณะเดียวกัน Run Club ก็เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องแทบทุกวัน เพราะการวิ่งไม่ได้เป็นเพียงการดูแลสุขภาพ แต่ยังกลายเป็นพื้นที่พบปะ สร้างสังคม และสะท้อนไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ไปพร้อมกัน
ในอดีต หลายคนอาจมองว่า “การวิ่ง” คือกีฬา หรือการออกกำลังกายที่มีเป้าหมายอยู่ที่ระยะทาง เวลา และสถิติส่วนตัว แต่วันนี้ ความหมายของการวิ่งเปลี่ยนไปมาก สำหรับคนจำนวนไม่น้อย การวิ่งไม่ได้เป็นเพียงการทำ Pace ให้ดีขึ้น หรือซ้อมเพื่อเข้าเส้นชัยให้เร็วที่สุด แต่กลายเป็นกิจกรรมทางสังคมที่พาให้ผู้คนออกไปเจอกัน
นี่คือเหตุผลที่ Run Club ได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะหลายคนไม่ได้ไปเพียงเพื่อวิ่ง แต่ไปเพื่อเจอเพื่อนใหม่ ดื่มกาแฟ กินข้าวหลังวิ่ง ถ่ายรูป หรือแม้แต่เปิดโอกาสให้เกิดความสัมพันธ์ใหม่ๆ จนเกิดเป็นมุกในหมู่นักวิ่งว่า “วิ่งแค่ 5 กิโลเมตร แต่คุยกันต่ออีก 3 ชั่วโมง”
เมื่อการวิ่งกลายเป็นพื้นที่ของคอมมูนิตี้ ภาพของนักวิ่งยุคใหม่จึงไม่ได้มีแค่รองเท้า เสื้อกีฬา หรือนาฬิกาจับเวลา แต่ยังรวมถึงร้านกาแฟหลังวิ่ง กลุ่มเพื่อนในสวน เส้นทางวิ่งยอดนิยม และกิจกรรมที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าหากัน การวิ่งจึงค่อยๆ ขยับจากการเป็นกีฬาไปสู่การเป็นไลฟ์สไตล์เต็มรูปแบบ
อีกแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้กระแสวิ่งบูมขึ้นอย่างชัดเจนคือโซเชียลมีเดีย ในอดีต หลายคนอาจวิ่งเสร็จแล้วกลับบ้าน แต่วันนี้การวิ่งมักต่อด้วยการอัป IG Story แชร์สถิติจาก Garmin โชว์ Pace ผ่าน Strava ดูคะแนน Recovery จาก Whoop หรือแม้แต่ป้ายยาเส้นทางวิ่งใหม่ๆ บน TikTok
เมื่อเห็นเพื่อนวิ่ง เห็นคนรู้จักลงสถิติ เห็นภาพบรรยากาศ Run Club หรือเห็นคอนเทนต์เส้นทางวิ่งสวยๆ บ่อยขึ้น หลายคนก็เริ่มอยากลองวิ่งตาม กระแสนี้จึงกลายเป็นแรงกระตุ้นแบบปากต่อปากผ่านโซเชียลมีเดีย และทำให้การวิ่งถูกมองว่าเป็นกิจกรรมที่ทั้งดีต่อสุขภาพ ดูดี และมีสังคมไปพร้อมกัน
จึงไม่น่าแปลกใจที่วันนี้เวลาไปสวนสาธารณะ เราจะไม่ได้เห็นแค่คนวิ่งเพื่อออกกำลังกาย แต่ยังเห็นคนถ่ายคอนเทนต์ วิ่งไปยกกล้องหลังไป หรือถ่ายมุมกว้างแบบ 0.5 จนหลายคนแซวกันว่า นี่อาจเป็น “ท่าวิ่งยุคใหม่” ของเด็ก Gen Z
เมื่อก่อน เราอาจมีภาพจำว่างานวิ่งคือการแข่งขัน เป็นพื้นที่ของนักวิ่งสายจริงจังมาแข่งความเร็วกัน แต่วันนี้งานวิ่งคือเทศกาล คนไม่ได้ไปเพื่อออกกำลังกายอย่างเดียว แต่ไปเพื่อ Vibes หรือประสบการณ์ หรือที่เรียกว่าประสบการณ์ Sportainment
Sportainment คือการผสมผสานระหว่างกีฬาและความบันเทิง ภายในงานไม่ได้มีเพียงเส้นทางวิ่ง จุดปล่อยตัว และเส้นชัยเท่านั้น แต่ยังมีดีเจ ดนตรี ซุ้มอาหาร จุดถ่ายรูป และกิจกรรมต่อเนื่องที่ออกแบบมาเพื่อสร้างประสบการณ์ให้ผู้เข้าร่วมมากกว่าเดิม
คุณกีรติแชร์มุมมองในฐานะผู้จัดงานวิ่งกับ SPOTLIGHT ว่า ปัจจุบันนักวิ่งไม่ได้ต้องการเพียงการมาวิ่งหรือออกกำลังกายเท่านั้น แต่ยังมองหาประสบการณ์ที่มากกว่าเดิม นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้งานวิ่งแต่ละรายการของบริษัท ยัง ซันส์ ถูกออกแบบให้มีกิมมิคแตกต่างกันออกไป เช่น
อีกประเด็นที่น่าสนใจซึ่งคุณกีรติเล่าให้ SPOTLIGHT ฟังคือ โดยปกติหลายคนอาจมีภาพจำว่างานวิ่งที่ใช้คาแรกเตอร์การ์ตูนมักเป็นงานวิ่งสายคิวต์ เน้นความน่ารัก บรรยากาศสนุก และไม่ได้จริงจังกับการแข่งขันมากนัก ระยะวิ่งจึงมักไม่ไกล โดยมากที่สุดอาจอยู่ที่ 10 กิโลเมตร
แต่ SANRIO CHARACTERS HALF MARATHON กลับเป็นตัวอย่างที่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของตลาดวิ่งไทย เพราะถือเป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ตระกูลซานริโอจัดการแข่งขันในรูปแบบ Half Marathon หรือระยะ 21 กิโลเมตร แสดงให้เห็นว่า แม้งานจะมีภาพลักษณ์ของความน่ารักและเข้าถึงง่าย แต่นักวิ่งไทยจำนวนไม่น้อยก็มีความพร้อมและความต้องการที่จะวิ่งในระยะที่จริงจังมากขึ้น
หากมองเทรนด์การวิ่งผ่านมุมของโอกาสทางธุรกิจ สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้จำกัดอยู่แค่ค่าสมัครงานวิ่งเท่านั้น แต่กำลังขยายไปสู่ Running Economy ที่นักวิ่งหนึ่งคนอาจมีค่าใช้จ่ายต่อเนื่องตั้งแต่รองเท้าวิ่ง เสื้อวิ่ง นาฬิกา GPS เจลพลังงาน ไปจนถึงโรงแรม ค่าเดินทาง ร้านอาหาร คาเฟ่ และบริการฟื้นฟูร่างกาย เช่น Ice Bath ทั้งหมดนี้กำลังกลายเป็นระบบเศรษฐกิจที่หมุนเวียนอยู่รอบอุตสาหกรรมการวิ่ง
หนึ่งในตลาดที่เห็นภาพชัดที่สุดคืออุปกรณ์วิ่ง โดยรายงานวิจัยของ IMARC ประเมินว่า ตลาดอุปกรณ์วิ่งในประเทศไทยปี 2025 มีมูลค่าราว 188 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 6,000-6,500 ล้านบาท และยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ตามกระแสสุขภาพและจำนวนงานวิ่งที่เพิ่มขึ้น
สําหรับผู้ที่สนใจ SANRIO CHARACTERS HALF MARATHON บัตรและสินค้าที่ระลึกจะเปิดจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม 2026 เวลา 10.00 น. ผ่านทางเว็บไซต์ WWW.YOUNGSONS.COM และเว็บไซต์พันธมิตรอย่าง ThaiRun โดยราคาบัตรเริ่มต้นสำหรับโปรแกรม Fun Race จะอยู่ที่ราคา 1,690 บาท บัตรระยะ 17K ราคา 1,790 บาท และบัตรระยะ 21K ราคา 1,890 บาท สำหรับนักวิ่งระยะใดก็ตามที่สนใจสั่งซื้อเเพคเกจสินค้า Limited Edition รุ่น Champion
Package ราคา 2,950 บาท รับสิทธิพิเศษรับ Sanrio Half Marathon Bomber Jacket มูลค่า 1,980 โดยทุกการสมัครจะได้รับสิทธิ์ดาวน์โหลด”รูป”ฟรี แบบไม่จำกัดครั้ง พร้อมประกันอุบัติเหตุตลอดการแข่งขัน ท้ายที่สุดนี้เหนือกว่ากับสมาชิก วัน แบงค็อก สามารถรับสิทธิ์ซื้อบัตรราคาพิเศษภายใต้เงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด