Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
3 พี่น้อง‘ดุสิต’จับมือคืนดี ‘ชนินทธ์’ กุม ‘ชนัตถ์และลูก’ ถือรวม 52.12%
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

3 พี่น้อง‘ดุสิต’จับมือคืนดี ‘ชนินทธ์’ กุม ‘ชนัตถ์และลูก’ ถือรวม 52.12%

29 ม.ค. 69
13:31 น.
แชร์

บริษัท ดุสิตธานี แจ้งการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นในบริษัท ชนัตถ์และลูก ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่ถือหุ้นในดุสิตธานีร้อยละ 49.74 โดยนายชนินทธ์ โทณวณิก เข้าถือหุ้นในชนัตถ์และลูกร้อยละ 52.12 จากการรับมรดก ขณะที่นางสุนงค์ สาลีรัฐวิภาค เข้าถือหุ้นร้อยละ 46.62 จากการซื้อหุ้นเพิ่มเติม ทั้งสองกรณีไม่เข้าข่ายต้องทำคำเสนอซื้อหุ้นของดุสิตธานี พร้อมยืนยันว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัท และไม่กระทบต่อการบริหารหรือนโยบายการดำเนินธุรกิจ

ในวันนี้ (29 มกราคม 2569) บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) (“บริษัท”) ส่งหนังสือให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แจ้งให้ทราบว่า บริษัทได้รับแจ้งการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการถือหุ้นในบริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัด (“ชนัตถ์และลูก”) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท (ถือหุ้นในบริษัทในสัดส่วนร้อยละ 49.74 ของหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้วทั้งหมดของบริษัท) ดังนี้

(1) เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 นายชนินทธ์ โทณวณิก รักษาการประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มของบริษัท (“คุณชนินทธ์”) ได้รับมรดกเป็นหุ้นในชนัตถ์และลูก จำนวน 379,500 หุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 5.05 ของหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้วทั้งหมดของชนัตถ์และลูก จากกองมรดกของท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย 

ภายหลังการรับโอนหุ้นดังกล่าว คุณชนินทธ์ถือหุ้นในชนัตถ์และลูกร้อยละ 52.12 ของหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้วทั้งหมดของชนัตถ์และลูก ส่งผลให้สัดส่วนการถือหุ้นของคุณชนินทธ์ในชนัตถ์และลูกเกินร้อยละ 50 ของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดในชนัตถ์และลูก จึงถือว่าเข้ามามีอำนาจควบคุมในชนัตถ์และลูก ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท ตามหลักเกณฑ์การได้มาซึ่งอำนาจควบคุมอย่างมีนัยสำคัญในนิติบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นของกิจการอยู่แล้ว (Chain Principle) 

อย่างไรก็ตาม การเข้ามามีอำนาจควบคุมในชนัตถ์และลูกดังกล่าวได้รับยกเว้นหน้าที่ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ของบริษัท (Tender Offer) ตามนัยของข้อ 9(1) แห่งประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ ทจ. 12/2554 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการ (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) เนื่องจากเป็นการได้หุ้นมาโดยทางมรดก โดยคุณชนินทธ์ได้รายงานตามแบบรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ (“แบบ 246-2”) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

(2) เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 นางสุนงค์ สาลีรัฐวิภาค (“คุณสุนงค์”) ได้ซื้อหุ้นในชนัตถ์และลูก จำนวน 2,005,065 หุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 26.66 ของหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้วทั้งหมดของชนัตถ์และลูก จากนางสินี เธียรประสิทธิ์ ภายหลังการซื้อหุ้นดังกล่าว คุณสุนงค์ถือหุ้นในชนัตถ์และลูกร้อยละ 46.62 ของหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้วทั้งหมดของชนัตถ์และลูก ส่งผลให้สัดส่วนการถือหุ้นของคุณสุนงค์ในชนัตถ์และลูกเกินร้อยละ 30 ของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมด 

ชนัตถ์และลูกจึงมีสถานะเป็นนิติบุคคลตามมาตรา 258 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) ของคุณสุนงค์ แต่การซื้อหุ้นดังกล่าวไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่คุณสุนงค์ต้องมีหน้าที่ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ของบริษัทตามหลักเกณฑ์การได้มาซึ่งอำนาจควบคุมอย่างมีนัยสำคัญในนิติบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นของกิจการอยู่แล้ว (Chain Principle) ภายใต้กฎหมายหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องแต่อย่างใด โดยคุณสุนงค์ได้รายงานการได้มาซึ่งนิติบุคคลตามมาตรา 258 ตามแบบ 246-2 ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ในการนี้ บริษัทขอเรียนให้ทราบว่า คุณชนินทธ์และคุณสุนงค์ไม่มีการเข้าซื้อหรือได้หุ้นทางตรงในบริษัทเพิ่มเติมแต่อย่างใด ดังนั้น สัดส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่ถือในบริษัทจึงไม่มีการเปลี่ยนแปลง ตามรายละเอียดดังต่อไปนี้

การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการถือหุ้นในชนัตถ์และลูก ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทดังกล่าว ไม่มีผลกระทบต่อนโยบายการดำเนินธุรกิจ โครงสร้างการบริหารงาน และการจัดการของบริษัทแต่อย่างใด

3 ผู้ถือหุ้นใหญ่ดุสิตธานีออกแถลงการณ์ร่วม ปิดฉากความขัดแย้ง เดินหน้าธุรกิจต่อ

นอกจากนี้ นายชนินทธ์ โทณวณิก นางสินี เธียรประสิทธิ์ และนางสุนงค์ สาลีรัฐวิภาค ได้ออกแถลงการณ์ร่วมเพื่อยุติความขัดแย้งอย่างเป็นทางการ โดยระบุสาระสำคัญของแถลงการณ์ดังนี้

“ตามที่ได้ปรากฏเป็นข่าวในช่วงที่ผ่านมาเกี่ยวกับความเห็นต่าง ในการบริหารกิจการของบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) ระหว่างข้าพเจ้า ได้แก่ นายชนินทธ์ โทณวณิก นางสินี เธียรประสิทธิ์ และ นางสุนงค์ สาลีรัฐวิภาค ในฐานะผู้ถือหุ้นของ บริษัท ชนัตถ์และลูก (จำกัด) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) นั้น

ความเห็นต่างดังกล่าว ล้วนเกิดจากความมุ่งมั่นตั้งใจของทุกฝ่าย ที่ต้องการเห็นกิจการของบริษัท โดยเฉพาะโรงแรมดุสิตธานี ที่ท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย ได้วางรากฐานและดูแลด้วยความรัก มานานกว่า 50 ปี สามารถที่จะเติบโต อย่างมั่นคง แข็งแกร่ง และสร้างประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหุ้น พนักงาน ลูกค้า และผู้มีอุปการะคุณ รวมถึงสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ และ สร้างความภาคภูมิใจให้แก่คนไทย ตามความตั้งใจของท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย

ข้าพเจ้า นายชนินทธ์ โทณวณิก นางสินี เธียรประสิทธิ์ และ นางสุนงค์ สาลีรัฐวิภาค ขอเรียนให้ทุกท่านที่นับถือได้ทราบว่า บัดนี้ ข้าพเจ้าได้เห็นพ้องต้องกันที่จะยุติข้อขัดแย้งดังกล่าวแล้ว โดยจะนำความเห็นต่าง และความปรารถนาดีของทุกฝ่ายที่เป็นประโยชน์มาใช้ในการพัฒนาธุรกิจ และกิจการของบริษัทต่อไป

จึงเรียนมาเพื่อทราบ และขอขอบพระคุณในความห่วงใย และความปรารถนาดีของทุกท่านที่มีต่อข้าพเจ้า และบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) มา ณ ที่นี้”


แชร์
3 พี่น้อง‘ดุสิต’จับมือคืนดี ‘ชนินทธ์’ กุม ‘ชนัตถ์และลูก’ ถือรวม 52.12%