Logo site Amarintv 34HD
อมรินทร์ทีวีแจกใหญ่ส่งท้ายปี ดูทั้งวันแจกทุกวันLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
IMF เตือนฟองสบู่ AI อาจลากเศรษฐกิจโลกลง 0.4% ปี69 คงคาดการณ์ไทยที่1.6%
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

IMF เตือนฟองสบู่ AI อาจลากเศรษฐกิจโลกลง 0.4% ปี69 คงคาดการณ์ไทยที่1.6%

19 ม.ค. 69
18:47 น.
แชร์

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ระบุในรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (World Economic Outlook) ฉบับล่าสุดว่า เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญความเสี่ยงรอบใหม่จากปัจจัยเดียวกับที่เคยถูกคาดหวังว่าจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ นั่นคือกระแสการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดย IMF เตือนว่า หากการเติบโตของเศรษฐกิจโลกยังคงพึ่งพาการขยายตัวของธุรกิจในไม่กี่ภาคส่วน โดยเฉพาะภาคเทคโนโลยีของสหรัฐฯ การเปลี่ยนแปลงของความเชื่อมั่น หรือกรณีที่อุตสาหกรรม AI ไม่สามารถสร้างผลิตภาพได้จริงตามที่ตลาดและนักลงทุนคาดหวัง อาจนำไปสู่แรงกระแทกอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งต่อระบบการเงินและเศรษฐกิจจริง

สัญญาณเตือนดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางจังหวะหัวเลี้ยวหัวต่อของการเมืองและเศรษฐกิจโลก ขณะที่ผู้นำประเทศ นักการเมือง และผู้กำหนดนโยบายการเงินจากทั่วโลก เตรียมเดินทางไปยังเมืองตากอากาศดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อเข้าร่วมการประชุม World Economic Forum โดยบรรยากาศของการประชุมปีนี้คาดว่าจะเต็มไปด้วยมุมมองเชิงบวกต่อการลงทุนด้าน AI ของสหรัฐ ควบคู่กับความกังวลเกี่ยวกับระดับมูลค่าหุ้น ความเสี่ยงต่อสถาบันหลักของระเบียบโลกอย่างธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) รวมถึงความไม่แน่นอนจากท่าทีด้านการค้าของโดนัลด์ ทรัมป์

ขณะเดียวกัน IMF ยังเผยแพร่ประมาณการเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจรายประเทศสำหรับปี 2569 ในรายงานดังกล่าว โดยปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกเป็น 3.3% จากเดิม 3.1% ขณะที่ยังคงประมาณการการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยไว้ที่ระดับ 1.6%

IMF เตือนโลกโตบนความเสี่ยง ปี 69 เศรษฐกิจไทยโตแค่ 1.6%

ในรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (World Economic Outlook) ฉบับล่าสุด IMF ระบุอย่างชัดเจนว่า ความเสี่ยงต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกยังคง “เอนเอียงไปทางด้านลบ” แม้ข้อมูลล่าสุดจะสะท้อนว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจมีความแข็งแรงกว่าที่ประเมินไว้ก่อนหน้า โดยกองทุนชี้ว่า การเติบโตในช่วงนี้ยังพึ่งพาแรงขับเคลื่อนที่ค่อนข้างจำกัดเป็นหลัก โดยเฉพาะภาคเทคโนโลยีของสหรัฐและตลาดหุ้นที่ได้รับแรงหนุนจากกระแสการลงทุนด้าน AI

IMF ปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2569 จาก 3.1% เป็น 3.3% และคาดว่าจะชะลอลงเพียงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 3.2% ในปี 2570 สะท้อนความสามารถของเศรษฐกิจโลกในการประคองตัว ท่ามกลางแรงกดดันจากความตึงเครียดทางการค้าที่เชื่อมโยงกับนโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์ รวมถึงความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นในหลายภูมิภาค อย่างไรก็ตาม IMF เตือนว่า หากความขัดแย้งทางการค้าทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง อาจกลับมาบั่นทอนแนวโน้มการเติบโต โดยระบุว่าความตึงเครียดทางการค้าอาจปะทุขึ้นใหม่ ยืดเยื้อความไม่แน่นอน และถ่วงกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ

หนึ่งในประเด็นการเมืองที่คาดว่าจะถูกหยิบยกขึ้นหารือบนเวทีดาวอส คือท่าทีของทรัมป์ที่ขู่ว่าจะเรียกเก็บภาษีนำเข้า 10% จากประเทศในยุโรป หากไม่ให้การสนับสนุนเขาในประเด็นการเข้าครอบครองกรีนแลนด์ ซึ่งสะท้อนความเสี่ยงที่การเมืองระหว่างประเทศอาจกลับมากดดันการค้าโลกอย่างจริงจังอีกครั้งในระยะข้างหน้า

สำหรับประเทศเศรษฐกิจหลัก IMF ประเมินว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะเติบโตโดดเด่นเหนือประเทศอื่นในกลุ่ม G7 อย่างชัดเจน โดยคาดว่าจะขยายตัว 2.4% ในปี 2569 และ 2.0% ในปี 2570 แรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากการลงทุนด้านเทคโนโลยี ซึ่งเพิ่มขึ้นจนมีสัดส่วนสูงสุดต่อผลผลิตทางเศรษฐกิจนับตั้งแต่ปี 2544 และกลายเป็นเครื่องยนต์หลักของการเติบโตทางเศรษฐกิจสหรัฐ

ด้านจีน IMF ประเมินว่าเศรษฐกิจจะขยายตัว 4.5% ในปี 2569 สูงกว่าประมาณการเมื่อเดือนตุลาคม 0.3 จุดเปอร์เซ็นต์ ก่อนชะลอลงมาอยู่ที่ 4.0% ในปี 2570 ขณะที่ในกลุ่มประเทศ G7 แคนาดาถูกคาดหมายว่าจะมีอัตราการเติบโตสูงเป็นอันดับสองรองจากสหรัฐ โดยขยายตัว 1.6% ในปี 2569 และเร่งขึ้นเป็น 1.9% ในปี 2570

ส่วนสหราชอาณาจักร IMF คงประมาณการเดิม โดยคาดว่าเศรษฐกิจจะเติบโต 1.3% ในปี 2569 และ 1.5% ในปี 2570 ขณะที่เยอรมนีถูกประเมินว่าจะขยายตัว 1.1% ในปี 2569 และเพิ่มขึ้นเป็น 1.5% ในปี 2570

ด้านเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มชะลอตัวลงเหลือ 1.6% ในปี 2569 ก่อนจะฟื้นตัวขึ้นเป็น 2.2% ในปี 2570 หลังจากขยายตัวประมาณ 2.1% ในปี 2568 และ 2.5% ในปี 2567 โดยประมาณการเศรษฐกิจไทยของ IMF สำหรับทั้งปี 2569 และ 2570 ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงจากรายงาน World Economic Outlook ฉบับเดือนตุลาคม 2568 ขณะที่ 2 ประเทศอาเซียนคือ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย คาดการณ์ GDP ปี 69 ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 4.3% และ 5.1% ตามลำดับ

AI ความหวังใหม่ที่แฝงความเปราะบาง

แม้ AI จะถูกมองว่าเป็นหัวใจของการเติบโตในยุคใหม่ ปิแอร์-โอลิวิเยร์ กูแร็งชาส หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ IMF เตือนว่าการพึ่งพาเทคโนโลยีนี้มากเกินไปอาจสร้างความเสี่ยง เพราะหากผลผลิตและความสามารถทำกำไรจาก AI ไม่เกิดขึ้นจริงตามที่ตลาดประเมินไว้ การปรับฐานของการลงทุนและตลาดหุ้นอาจเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้ระดับความร้อนแรงของตลาดจะยังไม่เทียบเท่ายุคฟองสบู่ดอทคอม 

IMF ระบุว่า การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในขณะนี้ตั้งอยู่บนฐานการลงทุนด้าน AI ในสหรัฐฯ เป็นหลัก หากความคาดหวังต่อการเพิ่มขึ้นของผลิตภาพจาก AI สูงเกินความเป็นจริง การลงทุนอาจชะลอลงอย่างรุนแรง และนำไปสู่การพลิกกลับของตลาดหุ้น โดยการลดลงของการลงทุนด้าน AI ร่วมกับการปรับฐานในระดับปานกลางของหุ้นเทคโนโลยี อาจฉุดอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจโลกลงราว 0.4 จุดเปอร์เซ็นต์ในปีนี้

กูแร็งชาสเตือนว่า ความเสี่ยงดังกล่าวอาจทวีความรุนแรงขึ้น เนื่องจากมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของบริษัทเทคโนโลยีเมื่อเทียบกับผลผลิตทางเศรษฐกิจในปัจจุบันสูงกว่าช่วงฟองสบู่ดอทคอมเมื่อราว 25 ปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้แม้การปรับตัวลงเพียงเล็กน้อย ก็อาจส่งผลกระทบอย่างมากต่อความมั่งคั่งของประชาชนในวงกว้าง นอกจากนี้ กูแร็งชาสยังแสดงความกังวลต่อการที่บริษัท AI ขนาดใหญ่เพิ่มการก่อหนี้เพื่อใช้เป็นแหล่งเงินทุนในการขยายการลงทุน ซึ่งเป็นสัญญาณความเสี่ยงด้านเสถียรภาพทางการเงิน

IMF ยังเตือนว่า การปรับฐานอย่างรุนแรงของตลาดหุ้นสหรัฐฯ อาจส่งผลกระทบลุกลามไปยังประเทศอื่น ๆ ก่อให้เกิดการสูญเสียความมั่งคั่งในวงกว้าง และฉุดการบริโภคของโลก

อย่างไรก็ดี IMF ระบุว่า ยังมีฉากทัศน์เชิงบวก หากผลผลิตภาพจาก AI เริ่มปรากฏให้เห็นเร็วกว่าที่คาดไว้ โดยในกรณีดังกล่าว เศรษฐกิจโลกอาจเติบโตเพิ่มขึ้นราว 0.3 จุดเปอร์เซ็นต์ในปี 2569 และเพิ่มขึ้นปีละประมาณ 0.1-0.8 จุดเปอร์เซ็นต์ในระยะกลาง

ขณะเดียวกัน IMF ยังย้ำถึงความสำคัญของความเป็นอิสระของธนาคารกลาง ภายหลังการประกาศสอบสวนทางอาญาที่เกี่ยวข้องกับเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งสร้างแรงสะเทือนต่อภาคการเงินเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยกูแร็งชาสระบุว่า ความเป็นอิสระของธนาคารกลางเป็นหัวใจสำคัญของเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาค เสถียรภาพทางการเงิน และการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะในกรณีของสหรัฐฯ ซึ่งมีบทบาทศูนย์กลางในระบบการเงินโลก และเงินดอลลาร์ยังเป็นเสาหลักของระบบการเงินระหว่างประเทศ


อ้างอิง: IMF

แชร์
IMF เตือนฟองสบู่ AI อาจลากเศรษฐกิจโลกลง 0.4% ปี69 คงคาดการณ์ไทยที่1.6%