
ราคาทองคำในประเทศยังคงร้อนแรงต่อเนื่องตั้งแต่เปิดปี 2569 โดยล่าสุดเมื่อเวลา 16.26 น. มีการปรับราคาแล้วถึง 17 ครั้งในวันเดียว สะท้อนแรงซื้อที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างหนาแน่น ทองคำแท่งรับซื้อที่บาทละ 68,100 บาท และขายออกที่บาทละ 68,200 บาท ขณะที่ทองรูปพรรณรับซื้อที่บาทละ 66,734.32 บาท และขายออกที่บาทละ 69,000 บาท ส่วนราคาทองคำในตลาดโลก (Gold Spot) พุ่งขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 4,588 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ ใกล้แนวต้านจิตวิทยาสำคัญของตลาดโลก
ทิศทางดังกล่าวสะท้อนภาพความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจและการเมืองโลกที่ทวีความเข้มข้นขึ้นในช่วงต้นปี ทั้งความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ เสถียรภาพนโยบายการเงินสหรัฐฯ และสัญญาณเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้นักลงทุนทั่วโลกเร่งปรับพอร์ตเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย โดยทองคำกลับมาเป็นตัวเลือกหลักอีกครั้ง พร้อมแรงหนุนจากการเข้าซื้อของธนาคารกลางในหลายประเทศที่ยังดำเนินต่อเนื่อง
นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) เปิดเผยว่า แม้ปี 2569 จะเพิ่งเริ่มต้นได้ไม่นาน แต่ราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวอย่างร้อนแรงต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา โดยเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 ราคาทองคำในตลาดโลกสามารถทะลุระดับ 4,600 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ได้สำเร็จ ซึ่งนอกจากปัจจัยเดิมอย่างความต้องการถือครองทองคำของธนาคารกลางเพื่อเสริมความมั่นคงทางการเงินและเตรียมรับกระแส Dedollarization แล้ว ยังมีปัจจัยใหม่ที่สถาบันการเงินและนักลงทุนทั่วโลกให้ความสำคัญเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ประเด็นสำคัญประการแรกคือ ความกังวลต่อการถูกกัดกร่อนของความเป็นอิสระธนาคารกลางสหรัฐฯ หลังมีรายงานเกี่ยวกับการตรวจสอบทางอาญาที่เกี่ยวข้องกับนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ แม้ตลาดจะยังไม่ให้น้ำหนักในมิติความผิดทางกฎหมายโดยตรง แต่กลับมองว่ากรณีดังกล่าวสะท้อนแรงกดดันทางการเมืองที่เริ่มแทรกซึมเข้าสู่นโยบายการเงิน ซึ่งกระทบต่อความเชื่อมั่นเชิงโครงสร้าง และกลายเป็นแรงหนุนสำคัญต่อราคาทองคำทั้งในเชิงจิตวิทยาและในระยะยาว
ขณะเดียวกัน สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกยังอยู่ในภาวะตึงเครียด โดยเฉพาะการประท้วงขนาดใหญ่ในอิหร่านที่ยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่สาม พร้อมข่าวลือการเคลื่อนไหวทางทหารบริเวณชายแดน รวมถึงท่าทีของสหรัฐฯ ต่อเวเนซุเอลาที่รุนแรงขึ้น ความเสี่ยงของการลุกลามเป็นความขัดแย้งขนาดใหญ่ทำให้นักลงทุนเพิ่มการถือครองทองคำในฐานะ Safe Haven อย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ล่าสุดยังสร้างแรงกดดันต่อตลาด โดยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) ที่ประกาศออกมาเพิ่มขึ้นเพียง 50,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้มาก ส่งผลให้ความเชื่อมั่นว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จำเป็นต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยภายในปีนี้ยิ่งชัดเจนขึ้น ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแรงหนุนสำคัญต่อราคาทองคำ
จากปัจจัยทั้งหมดดังกล่าว ส่งผลให้ราคาทองคำพุ่งทะลุระดับ 4,600 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ ซึ่งนับเป็นแนวต้านทางเทคนิคที่มีนัยสำคัญ โดยหากสามารถยืนเหนือระดับดังกล่าวได้ จะยิ่งกระตุ้นแรงซื้อทางเทคนิค (Technical Buying) เข้ามาอย่างหนาแน่น นักวิเคราะห์จากสถาบันการเงินชั้นนำของโลกอย่าง JPMorgan และ Goldman Sachs ต่างประเมินกรอบเป้าหมายราคาทองคำในปีนี้ไว้ที่ระดับ 5,000-5,400 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์
อย่างไรก็ดี YLG Bullion International ยังคงประเมินเป้าหมายราคาทองคำในปี 2569 ไว้ที่ 4,900 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ เพราะแม้แนวโน้มราคาทองคำในปีนี้ยังอยู่ในทิศทางขาขึ้น แต่คาดว่าจังหวะการปรับตัวขึ้นอาจไม่ร้อนแรงเท่าปีก่อนหน้า เนื่องจากฐานราคาทองคำได้ขยับขึ้นมาอยู่ในระดับสูงแล้ว ทั้งนี้ การประเมินดังกล่าวตั้งอยู่บนสมมุติฐานว่าปัจจัยความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์จะไม่ลุกลามบานปลายจนกลายเป็นวิกฤติในระดับนานาชาติ
สำหรับคำแนะนำด้านการลงทุน วายแอลจีระบุว่า นักลงทุนควรจัดสรรการลงทุนในทองคำไม่เกิน 10-15% ของพอร์ตการลงทุนรวม เพื่อใช้เป็นเครื่องมือกระจายความเสี่ยงในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยและช่วยลดความผันผวนของพอร์ต โดยไม่ควรเพิ่มสัดส่วนสูงกว่านี้ ซึ่งเป็นแนวทางที่วายแอลจีเน้นย้ำมาอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม แม้ราคาทองคำจะปรับตัวร้อนแรงตลอดทั้งปี YLG มองว่ายังคงมีโอกาสเข้าลงทุนในลักษณะ Buy the Dips หรือการเข้าซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว โดยหากราคาย่อลงมาทดสอบแนวรับบริเวณ 4,482 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ มองว่าเป็นจังหวะสำหรับการสะสมเพิ่ม เนื่องจากแนวโน้มหลักยังเป็นขาขึ้นอย่างชัดเจน ขณะที่นักลงทุนที่มุ่งหวังการถือครองระยะยาวควรเตรียมเงินลงทุนที่สามารถถือได้ในกรอบเวลาอย่างน้อย 3 ปี
ส่วนกลุ่มนักลงทุนมือใหม่ วายแอลจีระบุว่ามีบริการรองรับการเริ่มต้นลงทุนผ่านแอปพลิเคชัน YLG Get Gold ซึ่งเปิดโอกาสให้ลงทุนในทองคำด้วยเงินเริ่มต้นเพียง 100 บาท และได้รับการตอบรับอย่างดีจากนักลงทุนรุ่นใหม่ เนื่องจากสามารถซื้อขายทองคำ Gold Spot แบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านสมาร์ตโฟน มีระบบความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือสูง โดยผู้ลงทุนสามารถยืนยันตัวตนและยื่นเอกสารผ่านแอปพลิเคชัน รู้ผลอนุมัติภายในวันเดียว และเริ่มซื้อขายได้ทันที ครอบคลุมวงเงินตั้งแต่ 100 บาท ไปจนถึง 80 กิโลกรัมต่อวัน ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันได้ผ่าน App Store และ Play Store หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง LINE : @ylggetgold และโทรศัพท์ 0-2678-9888