Logo site Amarintv 34HD
logo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ปี 2569 ถึงเวลาบริษัทนอมินีแตกกระเจิง
โดย : มนต์ชัย วงษ์กิตติไกรวัล

ปี 2569 ถึงเวลาบริษัทนอมินีแตกกระเจิง

4 ก.ย. 69
17:10 น.
แชร์

ช่วงนี้มีคนพยายามเอาที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์จากจังหวัดท่องเที่ยวมาขายหรือเปลี่ยนมือบ้างหรือไม่? เป็นสิ่งที่ผู้เขียนนึกและพยายามถามคนรอบข้างหลังจากการลงพื้นที่สางปัญหาของภาครัฐเรื่องปัญหา "นอมินี" หรือการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพรางให้ชาวต่างชาติเข้าควบคุมธุรกิจและถือครองทรัพย์สินโดยหลีกเลี่ยงกฎหมาย ส่วนมากมาในรูปแบบคนไทยถือหุ้น 51% คนต่างชาติถือหุ้น 49% ใช้วิธีสับเปลี่ยนตัวกรรมการบริษัทกันภายหลังจากที่จดทะเบียนบริษัทและดำเนินธุรกิจไปสักระยะ ทีนี้กระบวนการและกิจกรรมต่าง ๆ ก็แทบจะไม่มีคนไทยเข้าไปเกี่ยวข้องอีกเลย

ตอนนี้เสียงระฆังดังขึ้นแล้วและถึงเวลาที่บริษัทเหล่านี้ตื่นตระหนก

นี่คือวาระเร่งด่วนที่รัฐบาลไทยทุ่มสรรพกำลังเข้าจัดการอย่างเป็นระบบนำทีมโดยกระทรวงพาณิชย์ และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ที่นับหนึ่งจากปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมาที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ "ลบรอยร้าวเศรษฐกิจ ร่วมพิชิตนอมินี" ร่วมกับ 21 หน่วยงานภาครัฐ ตั้งแต่กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสรรพากร กรมที่ดิน ไปจนถึงธนาคารแห่งประเทศไทยและสมาคมธนาคารไทย เพื่อผนึกกำลังสกัดกั้นการใช้นิติบุคคลไทยเป็นเครื่องมือบังหน้าให้ทุนต่างชาติ

พอเข้าเดือนมิถุนายน กรมพัฒนาธุรกิจการค้าแถลงผลงานเชิงรุกที่ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยระบุว่าเพิ่มมาตรการยืนยันการลงทุนเข้มข้นขึ้นส่งผลให้บริษัทกลุ่มเสี่ยงนอมินีลดลงถึง 65.22% ในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม พร้อมทั้งขยายผลลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงลึกถึง 34 พื้นที่ ครอบคลุม 11 จังหวัดสำคัญ ทั้งกรุงเทพฯ ชลบุรี ภูเก็ต กระบี่
และสุราษฎร์ธานี ตรวจสอบบัญชีและงบการเงินบริษัทกลุ่มเสี่ยงกว่า 3,294 ราย และส่งต่อข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎหมายรวมกว่า 14,000 ราย

ที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือการตรวจพบเครือข่าย ผู้ทำบัญชีสีเทา ทั้งพนักงานสำนักงานบัญชีหรือสำนักงานกฎหมายที่ชาวต่างชาติว่าจ้างถูกใช้เป็นผู้ถือหุ้นแทนในนิติบุคคลจำนวนมาก

เมื่อพิจารณาการถือครองที่ดินและอาคารชุดกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเปิดฐานข้อมูลนิติบุคคลที่มีต่างชาติร่วมลงทุนและถือครองอสังหาริมทรัพย์มากถึง 36,277 ราย จากข้อมูลกรมที่ดินที่ส่งมาตรวจสอบกว่า 144,706 รายโดยพบว่ากลุ่มนี้กระจุกตัวอยู่ใน 16 จังหวัดสำคัญ ทั้งกรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดท่องเที่ยวอย่างภูเก็ต ชลบุรี และสุราษฎร์ธานี มักเป็นจังหวัดท่องเที่ยวและเมืองเศรษฐกิจ โดยที่ชลบุรีและสุราษฎร์ธานีถูกจับตาเป็นอันดับต้น ๆ โดยกลุ่มนิติบุคคลที่ต่างชาติถือหุ้นไม่เกิน 49% มีจำนวนถึง 31,516 ราย ถูกจัดเป็น "กลุ่มเสี่ยงสูง"
เนื่องจากพบว่าหลายรายมีการซื้ออาคารชุดและอสังหาริมทรัพย์จำนวนมาก

แล้วคนเหล่านี้ไปหาชื่อคนไทยจากไหนมาใช้กัน?

กระทรวงพาณิชย์จึงยกเครื่องการตรวจสอบโดยนำฐานข้อมูลผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกว่า 13 ล้านรายชื่อและข้อมูลบัญชีม้าประมาณ 98,000 รายชื่อ มาตรวจสอบเทียบกับทะเบียนนิติบุคคลกว่า 1 ล้านราย เพื่อป้องกันการนำชื่อประชาชนไปใช้โดยไม่รู้ตัว ขณะที่การตรวจสอบย้อนหลังบริษัทที่จดทะเบียนแล้วได้ส่งข้อมูลกลุ่มเสี่ยงให้หน่วยงานพันธมิตร 23 หน่วยงานตรวจสอบแล้วกว่า 50,000 ราย พร้อมลงพื้นที่ตรวจสอบ 46 พื้นที่ใน 13
จังหวัดด้วย

มีข้อมูลว่าตอนนี้บรรดาเจ้าของบริษัทที่เข้าข่ายนอมินีทั้งหลายต่างเร่งเปลี่ยนมือปรับโครงสร้างบริษัท หรือนำสินทรัพย์ที่มีเพื่อขายเอาเงินมาถือเอาไว้ บ้างก็อยู่นิ่ง ๆ และหวังให้คลื่นลมนี้พัดจางหายไป เพราะคิดว่าวันข้างหน้าถ้าการเมืองเปลี่ยนนโยบายก็คงจะเปลี่ยน ทั้งที่ข้อมูลของทุกบริษัทตอนนี้อยู่ในมือของภาครัฐแล้ว

ตลอดปี 2569 ปฏิบัติการปราบนอมินีของไทยสะท้อนภาพการทำงานที่ขยายวงกว้างขึ้นเรื่อย ๆ จากการตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้นก่อนจดทะเบียนสู่การตรวจสอบย้อนหลังบริษัทที่มีอยู่แล้ว และล่าสุดขยายไปถึงการถือครองที่ดินและอาคารชุด ซึ่งเป็นสนามที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงและดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติอย่างต่อเนื่อง

นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการไล่ล่าเครือข่ายทุนอำพรางที่ฝังตัวอยู่ในระบบเศรษฐกิจไทยมาอย่างยาวนานและยังต้องอาศัยความต่อเนื่องของนโยบายในระยะยาวต่อไป

ท่ามกลางความคาดหวังของประชาชนตาดำ ๆ ว่าไม้บรรทัดจะตรงและแข็งแรงแบบนี้ต่อไปอีกนาน ๆ

มนต์ชัย วงษ์กิตติไกรวัล

มนต์ชัย วงษ์กิตติไกรวัล

นักข่าวเศรษฐกิจและผู้ก่อตั้งเพจ BizKlass

แชร์
ปี 2569 ถึงเวลาบริษัทนอมินีแตกกระเจิง