
ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจไทยในปี 2568 ที่เผชิญความไม่แน่นอนทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ ระดับความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ปรับลดลงต่อเนื่องได้ส่งผลโดยตรงต่อพฤติกรรมการใช้จ่าย โดยผู้บริโภคจำนวนมากเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการบริหารสภาพคล่องและความคุ้มค่าในการใช้จ่ายมากขึ้น
กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ซึ่งดำเนินธุรกิจให้บริการบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลผ่านผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ บัตรเครดิตกรุงศรี บัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ บัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน และบัตรเครดิตโลตัส เปิดเผยผลประกอบการปี 2568 ว่ายังคงเติบโตได้ดีกว่าตลาด แม้ภาพรวมเศรษฐกิจจะชะลอตัว
ในปีที่ผ่านมา บริษัทสามารถขยายฐานลูกค้าใหม่ได้ 574,000 บัญชี มียอดใช้จ่ายผ่านบัตรรวม 396,000 ล้านบาท และปล่อยสินเชื่อใหม่รวม 94,000 ล้านบาท ส่งผลให้ยอดสินเชื่อคงค้างรวมอยู่ที่ 143,000 ล้านบาท สะท้อนการเติบโตทั้งในมิติของปริมาณธุรกรรมและขนาดพอร์ตสินเชื่อ
ในด้านคุณภาพสินทรัพย์ บริษัทสามารถควบคุมความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยอัตราส่วนหนี้ที่ค้างชำระเกิน 90 วัน (NPL) อยู่ที่ 1.2% สำหรับพอร์ตบัตรเครดิต และ 2.3% สำหรับสินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อผ่อนชำระ ซึ่งถือว่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของกระบวนการอนุมัติสินเชื่อ การติดตามคุณภาพลูกหนี้ และการบริหารพอร์ตสินเชื่อโดยรวม ขณะที่ผลประกอบการโดยรวมเติบโต “เล็กน้อย” เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่ยังถือว่าเหนือกว่าทิศทางตลาดในช่วงเดียวกัน
ข้อมูลจากสายงานยุทธศาสตร์ด้านการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าเชิงลึกของกรุงศรี คอนซูมเมอร์ ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ผู้บริโภคในปี 2568 ปรับพฤติกรรมการใช้จ่ายอย่างมีนัยสำคัญ ภายใต้แรงกดดันจากเศรษฐกิจและความไม่แน่นอนในอนาคต โดยให้ความสำคัญกับ 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ “ความคุ้มค่า ความตอบโจทย์ความต้องการครบถ้วน และความสะดวกในการใช้จ่าย”
ในเชิงพฤติกรรม ผู้บริโภคชะลอการใช้จ่ายในสินค้าฟุ่มเฟือยอย่างเห็นได้ชัด โดยยอดใช้จ่ายในหมวดร้านอาหารระดับพรีเมียมหรือ Fine Dining ปรับตัวลดลง ขณะที่ร้านอาหารจานด่วน (Fast Food) กลับเติบโตถึง 9% สะท้อนการปรับตัวไปสู่การบริโภคที่ประหยัดและเข้าถึงง่ายมากขึ้น เช่นเดียวกับหมวดสินค้าแฟชั่นระดับหรู (Luxury Fashion) ที่ยอดใช้จ่ายลดลง ในขณะที่สินค้าแฟชั่นกระแส (Fast Fashion) ยังคงอยู่ในระดับทรงตัว ไม่เติบโตแต่ไม่หดตัว แสดงให้เห็นถึงการเลือกใช้จ่ายอย่างระมัดระวังมากขึ้น
ด้านบริการสุขภาพพบแนวโน้มที่สอดคล้องกัน โดยยอดใช้จ่ายในโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ลดลง ขณะที่โรงพยาบาลรัฐบาลกลับมีการเติบโตของยอดใช้จ่ายถึง 7% สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่มองหาทางเลือกที่มีต้นทุนต่ำลง แต่ยังสามารถตอบโจทย์ความจำเป็นพื้นฐานได้ ทั้งหมดนี้สะท้อนภาพรวมของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับ “ความคุ้มค่า” มากกว่าการบริโภคเชิงสถานะหรือความหรูหรา
อีกหนึ่งแนวโน้มสำคัญที่โดดเด่นในปี 2568 คือการเติบโตของยอดใช้จ่ายผ่านแผนผ่อนชำระสินค้า โดยข้อมูลระบุว่าผู้ถือบัตรเครดิตและสินเชื่อเพื่อการผ่อนชำระมีแนวโน้มเลือกใช้การแบ่งจ่ายมากกว่าการชำระเต็มจำนวนในครั้งเดียว
พฤติกรรมดังกล่าวสะท้อนการบริหารสภาพคล่องทางการเงินของผู้บริโภคในเชิงรุกมากขึ้น กล่าวคือ แม้ยังคงมีความต้องการใช้จ่ายสินค้าและบริการ แต่ผู้บริโภคเลือกกระจายภาระค่าใช้จ่ายออกไปในระยะยาว เพื่อลดแรงกดดันต่อกระแสเงินสดในระยะสั้น แนวโน้มนี้ยังสะท้อนถึงความสำคัญของผลิตภัณฑ์สินเชื่อผ่อนชำระในฐานะเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผู้บริโภคในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว
ในมุมของผู้ประกอบการ การเติบโตของแผนผ่อนชำระถือเป็นทั้งโอกาสในการขยายพอร์ตสินเชื่อ และความท้าทายในการบริหารความเสี่ยง เนื่องจากต้องรักษาสมดุลระหว่างการตอบโจทย์ลูกค้าและการควบคุมคุณภาพสินทรัพย์ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
เพื่อตอบสนองต่อพฤติกรรมผู้บริโภคที่เน้นความคุ้มค่าและความสะดวก กรุงศรี คอนซูมเมอร์ได้เร่งพัฒนาโซลูชันทางการเงินและโปรโมชันที่สอดคล้องกับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน โดยเน้นหมวดสินค้าจำเป็น เช่น ซูเปอร์มาร์เก็ต และการเติมน้ำมัน ควบคู่ไปกับการสร้างประสบการณ์การใช้งานผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือการเปิดตัวฟีเจอร์ “0% OUTLET” บนแอปพลิเคชัน UCHOOSE ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มหลักของบริษัท โดยฟีเจอร์ดังกล่าวนำเสนอแผนผ่อนชำระ 0% ครอบคลุมสินค้าทุกชิ้น ทุกหมวดหมู่ มากกว่า 3,000 รายการ จากพันธมิตรแบรนด์ชั้นนำ ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อสินค้าและบริการได้อย่างยืดหยุ่นและบริหารค่าใช้จ่ายได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
หมวดสินค้าที่ครอบคลุมภายใต้ “0% OUTLET” มีความหลากหลาย ตั้งแต่ทองคำและเครื่องประดับ โทรศัพท์มือถือและสินค้าไอที เฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้าน สินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ แพ็กเกจท่องเที่ยว ไปจนถึงสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ รวมถึงสินค้าและบริการด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ผู้บริโภคสามารถทำรายการผ่อนชำระได้อย่างสะดวกผ่านแอปพลิเคชัน โดยเพียงเลือกสินค้าและกดทำรายการได้ทันที ทุกที่ ทุกเวลา
การพัฒนาแพลตฟอร์มดังกล่าวสะท้อนทิศทางการแข่งขันในธุรกิจสินเชื่อเพื่อผู้บริโภคที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคของ “ecosystem-based lending” ซึ่งผู้ให้บริการไม่ได้แข่งขันกันเพียงอัตราดอกเบี้ยหรือวงเงิน แต่รวมถึงความสามารถในการผสานสินค้า บริการ และประสบการณ์การใช้งานเข้าด้วยกันในแพลตฟอร์มเดียว เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการทั้งความคุ้มค่า ความสะดวก และความยืดหยุ่นในการใช้จ่ายอย่างครบวงจร