Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
คนไทยไม่น่ารวยไหว! เลิกจ้างพุ่ง ปีนี้จ่อตกงานเดือนละ 4 หมื่นคน
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

คนไทยไม่น่ารวยไหว! เลิกจ้างพุ่ง ปีนี้จ่อตกงานเดือนละ 4 หมื่นคน

14 มี.ค. 69
10:53 น.
แชร์

การเลิกจ้างแรงงานในระบบประกันสังคมของไทยกำลังส่งสัญญาณน่ากังวลต่อภาวะเศรษฐกิจและความมั่นคงด้านรายได้ของแรงงานในประเทศ หลังข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย (KResearch) ชี้ว่า แนวโน้มการตกงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สะท้อนแรงกดดันจากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า ต้นทุนธุรกิจที่สูงขึ้น และการปรับโครงสร้างการผลิตของภาคอุตสาหกรรม

ตัวเลขล่าสุดระบุว่า ในปี 2568 มีแรงงานในระบบประกันสังคมมาตรา 33 (ม.33) ถูกเลิกจ้างรวม 531,779 คน เพิ่มขึ้น 20% จากปี 2567 ที่มีจำนวน 441,840 คน ซึ่งหากมองในภาพรวม ช่วงปี 2565–2568 การเลิกจ้างได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึงราว 7% ต่อปี

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า แนวโน้มการเลิกจ้างในปี 2569 มีโอกาสยังอยู่ในระดับสูง โดยคาดว่าแรงงาน ม.33 ที่ถูกเลิกจ้างอาจมีจำนวน เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 40,000 คนต่อเดือน ท่ามกลางแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีที่ทำให้หลายธุรกิจเร่งลดต้นทุนแรงงาน โดยเฉพาะในภาคการผลิตซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีสัดส่วนการเลิกจ้างสูงที่สุดของประเทศ

การเลิกจ้างเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงหลายปี

ข้อมูลย้อนหลังจากกระทรวงแรงงานที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยนำมาวิเคราะห์ พบว่า จำนวนแรงงานในระบบประกันสังคมมาตรา 33 ที่ถูกเลิกจ้างมีความผันผวนแต่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยในปี 2565 มีแรงงานถูกเลิกจ้างจำนวน 439,084 คน ก่อนที่ตัวเลขจะลดลงเล็กน้อยในปี 2566 เหลือ 419,405 คน หรือลดลงประมาณ 5% จากปีก่อนหน้า

อย่างไรก็ตาม ในปี 2567 จำนวนการเลิกจ้างกลับเพิ่มขึ้นอีกครั้งเป็น 441,840 คน เพิ่มขึ้นประมาณ 5% จากปี 2566 และในปี 2568 ตัวเลขการเลิกจ้างเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเป็น 531,779 คน หรือเพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับปี 2567 ซึ่งถือเป็นการปรับเพิ่มขึ้นที่ค่อนข้างแรงเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า การเลิกจ้างแรงงานในระบบประกันสังคม ม.33 ถูกกดดันจากหลายปัจจัย ทั้ง ภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอ การแข่งขันทางธุรกิจที่รุนแรงขึ้น รวมถึงผลกระทบจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่าง อิสราเอล สหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกและความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจ นอกจากนี้ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ที่ทำให้ภาคธุรกิจนำระบบอัตโนมัติมาใช้มากขึ้น ยังมีส่วนทำให้ความต้องการแรงงานในบางอุตสาหกรรมลดลง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังประเมินว่า แนวโน้มการเลิกจ้างแรงงานในปี 2569 อาจยังคงอยู่ในระดับสูง โดยคาดว่า จำนวนแรงงาน ม.33 ที่ถูกเลิกจ้างจะมีค่าเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 40,000 คนต่อเดือน

ภาคการผลิตเลิกจ้างมากที่สุด

เมื่อจำแนกการเลิกจ้างตามสาขาเศรษฐกิจ พบว่าภาคการผลิตเป็นสาขาที่มีการเลิกจ้างมากที่สุด คิดเป็นสัดส่วน 24% ของการเลิกจ้างทั้งหมด โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ ยานยนต์ โลหะ สิ่งทอ และอาหาร ซึ่งต้องเผชิญกับแรงกดดันจากต้นทุนการผลิต การแข่งขันในตลาดโลก และการปรับตัวด้านเทคโนโลยี

รองลงมาคือ ภาคค้าส่งและค้าปลีก ที่มีสัดส่วนการเลิกจ้าง 12% ตามด้วย ภาคก่อสร้าง 9% กิจกรรมทางวิชาชีพ 5% และภาคขนส่งและคลังสินค้า 4% ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการปรับตัวของตลาดแรงงานเกิดขึ้นในหลายอุตสาหกรรม ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะภาคการผลิตเท่านั้น

ในด้านโครงสร้างแรงงาน พบว่า แรงงานไทยคิดเป็นสัดส่วนถึง 94% ของการเลิกจ้างทั้งหมด ขณะที่แรงงานต่างด้าวมีสัดส่วน 6% โดยแรงงานต่างด้าวส่วนใหญ่เป็นแรงงานจาก เมียนมา กัมพูชา และลาว

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังตั้งข้อสังเกตว่า ในปี 2568 มีการเลิกจ้างแรงงานต่างด้าวเพิ่มขึ้นบางส่วน ซึ่งส่วนหนึ่งเชื่อมโยงกับ สถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ส่งผลต่อการจ้างงานแรงงานข้ามชาติในบางพื้นที่

ในภาพรวม ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า แนวโน้มการเลิกจ้างแรงงานในระบบประกันสังคม ม.33 ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในระยะต่อไป โดยถูกกดดันจาก ภาวะเศรษฐกิจที่ยังเปราะบาง การแข่งขันทางธุรกิจที่รุนแรงขึ้น ความไม่แน่นอนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ และการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี ซึ่งทั้งหมดนี้กำลังเปลี่ยนแปลงโครงสร้างตลาดแรงงานไทยอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีข้างหน้า


แชร์
คนไทยไม่น่ารวยไหว! เลิกจ้างพุ่ง ปีนี้จ่อตกงานเดือนละ 4 หมื่นคน