
ทุกเดือน เมื่อลูกจ้างได้รับเงินเดือนก็จะเห็นรายการหักเงินประกันสังคมเป็นเรื่องปกติ แต่มีไม่กี่คนที่กลับไปตรวจสอบว่า นายจ้างได้นำเงินสมทบส่งให้สำนักงานประกันสังคมจริงหรือไม่ กว่าจะรู้ตัวอีกที ก็อาจเป็นวันที่ต้องใช้สิทธิรักษาพยาบาล ยื่นขอเงินทดแทน หรือใช้สิทธิประกันสังคม แล้วพบว่ามีปัญหาเรื่องการนำส่งเงินสมทบ
หากเกิดกรณีแบบนี้ขึ้น ลูกจ้างสามารถรักษาผลประโยชน์ของตัวเองได้ ไม่จำเป็นต้องยอมรับความเสียหาย เพราะกฎหมายประกันสังคมกำหนดหน้าที่ของนายจ้างไว้อย่างชัดเจนว่า นายจ้างต้องขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน หักเงินสมทบตามอัตราที่กฎหมายกำหนด และนำส่งเงินสมทบทั้งในส่วนของลูกจ้างและนายจ้างให้สำนักงานประกันสังคมภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป พร้อมยื่นแบบแสดงรายการให้ครบถ้วน
หากนายจ้างละเลยหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นการหักเงินแล้วไม่นำส่ง นำส่งล่าช้า นำส่งไม่ครบ หรือไม่ขึ้นทะเบียนลูกจ้าง ล้วนมีบทลงโทษตามกฎหมาย โดยแต่ละกรณีมีรายละเอียดแตกต่างกัน ดังนี้
1. กรณีหักเงินแล้วไม่นำส่ง มีโทษทั้งจำทั้งปรับ
หากนายจ้างหักเงินสมทบจากลูกจ้างแล้ว แต่ไม่นำส่งสำนักงานประกันสังคม หรือไม่นำส่งครบตามจำนวน ถือว่ามีความผิดตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
นอกจากนี้ นายจ้างยังต้องชำระเงินสมทบที่ค้างอยู่ พร้อมเงินเพิ่มในอัตรา 2% ต่อเดือน ของเงินสมทบที่ยังไม่นำส่งหรือส่วนที่ขาด จนกว่าจะชำระครบ
2. กรณีจ่ายช้า มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
กฎหมายกำหนดให้นายจ้างต้องนำส่งเงินสมทบภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป หลังจ่ายค่าจ้างให้ลูกจ้าง ยกตัวอย่าง หากจ่ายเงินเดือนเดือนมีนาคม นายจ้างต้องนำส่งเงินสมทบภายในวันที่ 15 เมษายน หากนำส่งหลังจากนั้น แม้จะครบจำนวน ก็ยังต้องจ่ายเงินเพิ่มในอัตรา 2% ตามระยะเวลาที่ล่าช้า เช่น นำส่งในวันที่ 30 เมษายน ก็ต้องเสียเงินเพิ่มสำหรับช่วงเวลาที่เกินกำหนด
3. ไม่ขึ้นทะเบียนลูกจ้าง
กฎหมายกำหนดว่า นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป ต้องขึ้นทะเบียนนายจ้างและแจ้งขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตนภายใน 30 วัน นับจากวันที่เริ่มจ้างงาน หากมีลูกจ้างใหม่ก็ต้องแจ้งขึ้นทะเบียนภายในระยะเวลาเดียวกัน ส่วนเมื่อลูกจ้างลาออกหรือสิ้นสุดการเป็นลูกจ้าง นายจ้างก็มีหน้าที่แจ้งสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
หากนายจ้างไม่ขึ้นทะเบียนลูกจ้าง จนทำให้ลูกจ้างไม่ได้เข้าสู่ระบบประกันสังคม นายจ้างถือว่ามีความผิดตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ทั้งนี้ สำหรับลูกจ้างที่ไม่แน่ใจว่านายจ้างนำส่งเงินสมทบให้จริงหรือไม่ สามารถตรวจสอบข้อมูลการส่งเงินสมทบได้ผ่านช่องทางของสำนักงานประกันสังคม เช่น แอปพลิเคชัน SSO+ เว็บไซต์ของสำนักงานประกันสังคม หรือสายด่วน 1506
การตรวจสอบเป็นระยะจะช่วยให้ทราบปัญหาได้เร็ว หากพบว่านายจ้างยังไม่นำส่งเงินสมทบ จะได้รีบประสานกับนายจ้างหรือแจ้งสำนักงานประกันสังคม เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของตนเองในอนาคต
อ้างอิง : สำนักงานประกันสังคม, กระทรวงยุติธรรม, ezyhr